
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์การค้ายางพาราอิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
ไทย
พารา
อิตาลี
สเปน
โปรตุเกส


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ไทย
อิตาลี
สเปน
โปรตุเกส

เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
อิตาลี
5,957.75ล้าน$
−6.25%สเปน
5,028.89ล้าน$
+1.05%โปรตุเกส
1,295.34ล้าน$
+1.05%| ประเทศ | นำเข้าจากโลก (ล้าน$) | %เทียบปีก่อน | นำเข้าจากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย | อันดับไทยในยางธรรมชาติ |
|---|---|---|---|---|---|
| อิตาลี | 5,957.75 | -6.25% | 190.04 | 3.19% | 1 |
| สเปน | 5,028.89 | +1.05% | 251.97 | 5.01% | 1 |
| โปรตุเกส | 1,295.34 | +1.05% | 31.72 | 2.45% | 4 |
ในบรรดาตลาดทั้ง 3 แห่งที่เปรียบเทียบ อิตาลีนำเข้ายางและของทำด้วยยางจากโลกสูงสุดที่ 5,957.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สเปนเป็นตลาดที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดที่ 5.01% เมื่อรวมมูลค่าที่ไทยส่งไปยังทั้ง 3 ตลาดนี้อยู่ที่ 473.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงปี 2563–2567 อิตาลีนำเข้ายางและของทำด้วยยางจากโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของไทยในประเทศนี้ลดลง ในช่วงปี 2563–2567 สเปนนำเข้ายางและของทำด้วยยางจากโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของไทยในประเทศนี้สูงขึ้น ในช่วงปี 2563–2567 โปรตุเกสนำเข้ายางและของทำด้วยยางจากโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของไทยในประเทศนี้ลดลง
เมื่อแยกอัตราการเติบโตของตลาดออกจากอัตราการเติบโตของไทย จะเห็นสาเหตุที่ส่วนแบ่งขยับ อิตาลี ตลาดโต 29.45% ไทยโต 20.64% (ช้ากว่าตลาด 8.82 จุด) · สเปน ตลาดโต 24.23% ไทยโต 29.87% (เร็วกว่าตลาด 5.64 จุด) · โปรตุเกส ตลาดโต 28.18% ไทยโต 22.71% (ช้ากว่าตลาด 5.47 จุด) การอ่านแบบนี้เปลี่ยนความหมายของตัวเลขมูลค่า เพราะการที่มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวเร็วกว่า แท้จริงแล้วคือการเสียส่วนแบ่ง ส่วนการที่มูลค่าลดลงในตลาดที่หดตัวแรงกว่า กลับเป็นการรักษาตำแหน่งไว้ได้ ในกรณีของสามตลาดนี้ ผลลัพธ์ไม่ไปในทางเดียวกัน จึงควรแยกวิเคราะห์สาเหตุเป็นรายตลาด
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังตลาดทั้ง 3 แห่งที่เปรียบเทียบรวมมูลค่า 473.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสเปนเป็นตลาดที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดในกลุ่มนี้

แผนที่นี้แสดงทิศทางการนำเข้ายางและของทำด้วยยางของไทยจากประเทศต้นทางต่าง ๆ ทั่วโลก ช่วยให้เห็นภาพรวมของห่วงโซ่อุปทานฝั่งวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่ประเทศไทย

ในบรรดาตลาดที่เปรียบเทียบทั้ง 3 แห่ง มาเลเซียเป็นประเทศต้นทางยางธรรมชาติอันดับหนึ่งบ่อยที่สุด (1 จาก 3 ตลาด)
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
| ประเทศ | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| อิตาลี | 481.79 | 89.80 | 18.64% |
| สเปน | 645.89 | 144.07 | 22.31% |
| โปรตุเกส | 163.64 | 6.35 | 3.88% |
| ประเทศ | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| อิตาลี | 3,080.01 | 63.52 | 2.06% |
| สเปน | 2,395.40 | 68.37 | 2.85% |
| โปรตุเกส | 616.87 | 22.18 | 3.60% |
| ประเทศ | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| อิตาลี | 2,395.94 | 36.70 | 1.53% |
| สเปน | 1,987.61 | 39.51 | 1.99% |
| โปรตุเกส | 514.83 | 3.22 | 0.63% |
กลุ่มยางธรรมชาติและยางผสมไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดสเปน (22.31%) ส่วนกลุ่มยางล้อและยางในไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดโปรตุเกส (3.60%) ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดสเปน (1.99%)
เมื่อรวมมูลค่าของทั้ง 3 ตลาดที่เปรียบเทียบ ไทยมีส่วนแบ่งรวมสูงสุดในกลุ่มยางธรรมชาติและยางผสม ที่ 18.60% และมีส่วนแบ่งรวมต่ำสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ ที่ 1.62%
เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
อิตาลี
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| อันดับ | ประเทศต้นทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | ไทย | 78.54 | 32.27% |
| 2 | โกตดิวัวร์ | 41.84 | 17.19% |
| 3 | เวียดนาม | 23.20 | 9.53% |
| 4 | อินโดนีเซีย | 22.32 | 9.17% |
| 5 | ฝรั่งเศส | 13.98 | 5.74% |
สเปน
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| อันดับ | ประเทศต้นทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | ไทย | 121.14 | 32.71% |
| 2 | โกตดิวัวร์ | 103.16 | 27.86% |
| 3 | อินโดนีเซีย | 39.16 | 10.57% |
| 4 | กานา | 23.11 | 6.24% |
| 5 | เวียดนาม | 21.84 | 5.90% |
โปรตุเกส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| อันดับ | ประเทศต้นทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | มาเลเซีย | 23.98 | 33.99% |
| 2 | โกตดิวัวร์ | 20.30 | 28.78% |
| 3 | อินโดนีเซีย | 12.11 | 17.17% |
| 4 | ไทย | 5.87 | 8.32% |
| 5 | สเปน | 2.30 | 3.27% |
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติที่ติดห้าอันดับแรกในทุกตลาดที่เปรียบเทียบร่วมกัน ได้แก่ โกตดิวัวร์ อินโดนีเซีย ส่วนไทยมีอันดับดีที่สุดที่อันดับ 1 และอันดับต่ำสุดที่อันดับ 4
เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
| ประเทศต้นทาง | อิตาลี (ล้าน$) | สเปน (ล้าน$) | โปรตุเกส (ล้าน$) | จำนวนตลาดที่ติดอันดับ |
|---|---|---|---|---|
| อินโดนีเซีย | 22.32 | 39.16 | 12.11 | 3 |
| ไทย | 78.54 | 121.14 | 5.87 | 3 |
| โกตดิวัวร์ | 41.84 | 103.16 | 20.30 | 3 |
| เวียดนาม | 23.20 | 21.84 | — | 2 |
| สเปน | — | — | 2.30 | 1 |
| มาเลเซีย | — | — | 23.98 | 1 |
| ฝรั่งเศส | 13.98 | — | — | 1 |
| กานา | — | 23.11 | — | 1 |
นอกจากไทยแล้ว อินโดนีเซียเป็นประเทศต้นทางที่ติดห้าอันดับแรกในตลาดที่เปรียบเทียบมากที่สุด คือ 3 จาก 3 ตลาด
| ปี (พ.ศ.) | อิตาลี (ล้านบาท) | สเปน (ล้านบาท) | โปรตุเกส (ล้านบาท) |
|---|---|---|---|
| 2563 | 4,914.82 | 5,132.39 | 760.40 |
| 2564 | 7,196.98 | 6,888.99 | 952.65 |
| 2565 | 7,144.95 | 8,033.01 | 1,146.80 |
| 2566 | 5,836.31 | 6,238.00 | 838.01 |
| 2567 | 7,236.93 | 8,497.44 | 1,187.46 |
| 2568 | 7,136.91 | 7,715.52 | 1,290.30 |
| 2569* | 5,143.17 | 4,636.20 | 779.46 |
* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ยังไม่จบปี
ชนิดยางที่ไทยส่งไปแต่ละตลาดมากที่สุด
ข้อมูลปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากรไทย ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 หน่วยล้านบาท — ช่วงเดียวกับแถวปีล่าสุดของตารางรายปีด้านบน (ยังไม่ครบปี)
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เปรียบเทียบตลาดยางพารา: อิตาลี · สเปน · โปรตุเกส
| ตลาด | อันดับโลก | ส่วนแบ่งไทย (พิกัด 4001) | เปลี่ยนแปลง | ราคาที่จ่ายให้ไทย ($/ตัน) | ส่วนแบ่งไทยในยางล้อ |
|---|---|---|---|---|---|
| อิตาลี | ที่ 13 | 32.27% | +3.63 จุด | 2,056 | 2.06% |
| สเปน | ที่ 10 | 32.71% | +9.85 จุด | 1,980 | 2.85% |
| โปรตุเกส | ที่ 34 | 8.32% | −1.47 จุด | 1,897 | 3.60% |
อันดับโลกคืออันดับผู้นำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 · เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งเทียบกับปีแรกของหน้าต่างข้อมูล · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณ
เมื่อวางสามตลาดเทียบกันจะเห็นว่าแต่ละแห่งให้ผลตอบแทนกับยางไทยไม่เท่ากัน ตลาดที่จ่ายราคาต่อตันสูงที่สุดคืออิตาลี ที่ตันละ 2,056 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ต่ำที่สุดคือโปรตุเกส ที่ตันละ 1,897 ดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 8.4% ในด้านทิศทาง ส่วนแบ่งของไทยขยับขึ้นมากที่สุดในสเปน (+9.85 จุด) และเคลื่อนไหวเป็นลบมากที่สุดในโปรตุเกส (−1.47 จุด) การอ่านสองมิตินี้พร้อมกัน คือราคาที่ได้รับกับทิศทางของส่วนแบ่ง ทำให้จัดลำดับความสำคัญได้ตรงกว่าการดูมูลค่าส่งออกเพียงอย่างเดียว เพราะตลาดที่มูลค่าสูงอาจเป็นตลาดที่ไทยขายได้ราคาต่ำและกำลังเสียส่วนแบ่งอยู่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องการมาตรการคนละแบบกับตลาดที่กำลังรุกคืบ
ในด้านปลายน้ำ ตลาดทั้ง 3 แห่งมีรูปแบบเดียวกัน คือส่วนแบ่งของไทยในกลุ่มยางล้อต่ำกว่าส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบทุกแห่ง โดยกลุ่มวัตถุดิบในที่นี้นับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน ซึ่งกว้างกว่าพิกัด 4001 ที่ใช้ในตารางด้านบน ได้แก่ อิตาลี วัตถุดิบ 18.64% เทียบกับยางล้อ 2.06% · สเปน วัตถุดิบ 22.31% เทียบกับยางล้อ 2.85% · โปรตุเกส วัตถุดิบ 3.88% เทียบกับยางล้อ 3.60% ความสอดคล้องกันของทุกตลาดบ่งชี้ว่าข้อจำกัดนี้มิใช่เรื่องเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยางไทยในการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มาตรการที่จะได้ผลจึงต้องเป็นมาตรการระดับอุตสาหกรรม เช่น การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการสนับสนุนการลงทุนแปรรูป มิใช่การเจาะตลาดเป็นรายประเทศ
ข้อเสนอแนะเชิงจัดลำดับ — ทรัพยากรด้านการตลาดที่มีจำกัดควรถูกจัดสรรตามสองเกณฑ์ที่หน้านี้แสดงไว้ ตลาดที่จ่ายราคาสูงที่สุดให้ยางไทยคืออิตาลี จึงเป็นตลาดที่ต้องรักษาไว้ก่อน เพราะการเสียส่วนแบ่งที่นี่กระทบมูลค่ามากกว่าการเสียส่วนแบ่งในปริมาณเท่ากันที่ตลาดอื่น ส่วนโปรตุเกสซึ่งส่วนแบ่งเคลื่อนไหวเป็นลบมากที่สุด ควรเป็นเป้าหมายของการหาสาเหตุก่อนลงมาตรการ เพราะยังไม่ทราบว่าเกิดจากราคา คุณภาพ หรือการเปลี่ยนแหล่งซื้อของผู้นำเข้า การทุ่มงบส่งเสริมการขายก่อนรู้สาเหตุมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผล
ข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้าง — ทั้งสามตลาดอยู่ในสหภาพยุโรป จึงอยู่ภายใต้ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) เหมือนกัน ข้อเท็จจริงนี้ทำให้การลงทุนในระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกหนึ่งครั้ง ใช้ได้กับทั้งสามตลาดพร้อมกัน จึงคุ้มค่ากว่ามาตรการที่ทำแยกรายประเทศ และเนื่องจากข้อจำกัดด้านปลายน้ำของไทยปรากฏเหมือนกันทุกตลาด การยกระดับไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจึงควรทำเป็นวาระระดับอุตสาหกรรม โดยใช้ตลาดที่ไทยมีฐานวัตถุดิบแข็งแรงอยู่แล้วเป็นจุดเริ่มต้น เพราะมีความสัมพันธ์ทางการค้ารองรับอยู่ก่อน
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
เปรียบเทียบสามประเทศจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567 (ดอลลาร์สหรัฐ) คู่กับกรมศุลกากรฝั่งไทยถึงเดือน 2026-07 (บาท) — คนละหน่วย จึงแยกตารางเสมอ · เปิดฉบับเต็มรายประเทศได้จากปุ่มด้านบน