
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
รายงานสถานการณ์ยางพารารายปี
ประจำปี พ.ศ. 2569





การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประจำปี พ.ศ. 2569




สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ราคาเฉลี่ย ม.ค. - ส.ค.
79.78บาท/กก.
+16.28%สูงสุด เดือนมิถุนายน
93.65บาท/กก.
ต่ำสุด เดือนมกราคม
60.51บาท/กก.
ปี 2569 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ของตลาดกลางยางพารา กยท. เฉลี่ย 79.78 บาท/กก. ในช่วง ม.ค. - ส.ค. เพิ่มขึ้น 16.28% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่เฉลี่ย 68.61 บาท/กก. ราคาสูงสุดของช่วงอยู่ที่ 93.65 บาท/กก. ในเดือนมิถุนายน และต่ำสุดที่ 60.51 บาท/กก. ในเดือนมกราคม ห่างกัน 33.14 บาท/กก. หรือ 41.5% ของค่าเฉลี่ยช่วง ม.ค. - ส.ค. ช่วงกว้างระดับนี้แปลว่าราคาปีนี้มิได้เคลื่อนไปทางเดียวตลอด แต่เปลี่ยนทิศระหว่างปี ค่าเฉลี่ยจึงเป็นตัวแทนของรายได้รวมทั้งปี มิใช่ตัวแทนของราคาที่เกษตรกรพบในเดือนใดเดือนหนึ่ง การนำค่าเฉลี่ยไปตั้งราคาอ้างอิงรายเดือนจะคลาดเคลื่อนได้ทั้งสองทาง จุดต่ำสุดเกิดก่อนจุดสูงสุด ตลาดจึงฟื้นตัวในช่วงหลังของหน้าต่างข้อมูล ระดับราคาที่ส่งต่อไปยังช่วงถัดไปจึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่รายงานฉบับนี้พิมพ์ไว้ การตั้งสมมติฐานรายได้ด้วยค่าเฉลี่ยนี้จะต่ำเกินจริง
ตารางที่ 1 ราคาเฉลี่ยรายชนิดยางของตลาดกลางยางพารา กยท. ปี 2569 เทียบปี 2568
หน่วย : บาท/กก.
| ชนิดยาง | เฉลี่ย ม.ค. - ส.ค. 2569 | เฉลี่ย ม.ค. - ส.ค. 2568 | %เปลี่ยนแปลง | สูงสุด (เดือน) | ต่ำสุด (เดือน) |
|---|---|---|---|---|---|
| ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 | 79.78 | 68.61 | +16.28% | 93.65 (มิถุนายน) | 60.51 (มกราคม) |
| ยางแผ่นดิบ | 75.89 | 66.31 | +14.45% | 88.43 (มิถุนายน) | 57.47 (มกราคม) |
| น้ำยางสด | 74.62 | 59.91 | +24.55% | 84.17 (พฤษภาคม) | 56.92 (มกราคม) |
| ยางก้อนถ้วย | 63.67 | 56.18 | +13.33% | 73.18 (มิถุนายน) | 52.53 (มกราคม) |
ที่มา : ตลาดกลางยางพารา กยท. — ค่าเฉลี่ยรายเดือนจากคลังข้อมูล
หมายเหตุ: ฉบับนี้มีข้อมูลราคาถึงเดือนสิงหาคม 2569 ค่าเฉลี่ยทั้งสองปีจึงคิดจากช่วง ม.ค. - ส.ค. เท่ากันทั้งคู่ เพื่อให้เทียบกันได้จริง มิใช่เทียบครึ่งปีกับทั้งปี
เมื่อเทียบข้ามชนิดยาง น้ำยางสด เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีที่สุดที่ +24.55% ขณะที่ ยางก้อนถ้วย อยู่ปลายอีกด้านที่ +13.33% ห่างกัน 11.2 จุด น้ำยางสดขยับแรงกว่ายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ 8.3 จุด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อของปีนี้มาจากสายน้ำยางข้นและถุงมือยางมากกว่าสายยางล้อ ผลที่ตามมาคือสวนที่กรีดขายน้ำยางสดได้ประโยชน์จากปีนี้มากกว่าสวนที่ทำยางแผ่น และหากส่วนต่างนี้ยังอยู่ต่อ แรงจูงใจจะดึงผลผลิตออกจากสายยางแผ่นไปสู่สายน้ำยาง
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ตารางที่ 2 ราคาเฉลี่ยรายเดือนของตลาดกลางยางพารา กยท. ปี 2569
หน่วย : บาท/กก.
| เดือน | ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 | ยางแผ่นดิบ | น้ำยางสด | ยางก้อนถ้วย |
|---|---|---|---|---|
| มกราคม | 60.51 | 57.47 | 56.92 | 52.53 |
| กุมภาพันธ์ | 65.72 | 61.77 | 63.98 | 55.48 |
| มีนาคม | 74.44 | 70.00 | 74.31 | 59.46 |
| เมษายน | 81.61 | 77.19 | 81.45 | 62.72 |
| พฤษภาคม | 87.74 | 83.80 | 84.17 | 69.49 |
| มิถุนายน | 93.65 | 88.43 | 83.66 | 73.18 |
| กรกฎาคม | 90.17 | 86.29 | 77.26 | 67.98 |
| สิงหาคม | 84.43 | 82.17 | 75.23 | 68.53 |
| กันยายน | — | — | — | — |
| ตุลาคม | — | — | — | — |
| พฤศจิกายน | — | — | — | — |
| ธันวาคม | — | — | — | — |
| เฉลี่ย ม.ค. - ส.ค. | 79.78 | 75.89 | 74.62 | 63.67 |
| เฉลี่ย ม.ค. - ส.ค. ปี 2568 | 68.61 | 66.31 | 59.91 | 56.18 |
| %เปลี่ยนแปลง | +16.28% | +14.45% | +24.55% | +13.33% |
ที่มา : ตลาดกลางยางพารา กยท. — ค่าเฉลี่ยรายเดือนจากคลังข้อมูล
หมายเหตุ: ขีดยาว (—) คือเดือนที่คลังข้อมูลไม่มีค่าเฉลี่ยที่ใช้ได้ มิใช่ราคาศูนย์ · ฉบับนี้ปิดข้อมูลที่เดือนสิงหาคม 2569 เดือน ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. จึงยังไม่เกิดขึ้น ณ วันออกฉบับ
ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ยรายเดือนของทุกชนิดยางที่ตลาดกลางยางพารา กยท. รายงานไว้ในปี 2569 เมื่อดูเฉพาะยางแผ่นรมควันชั้น 3 มี 5 เดือนที่ราคาอยู่เหนือค่าเฉลี่ยของช่วง และ 3 เดือนที่อยู่ต่ำกว่า ช่วง มกราคม–เมษายน เฉลี่ย 70.57 บาท/กก. ช่วง พฤษภาคม–สิงหาคม เฉลี่ย 89.00 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 26.12% ช่วง พฤษภาคม–สิงหาคม แพงกว่าช่วง มกราคม–เมษายน อย่างมีนัย ผู้ที่ถือผลผลิตไว้ขายช่วงหลังจึงได้ราคาดีกว่า และงบประมาณรับซื้อที่ตั้งจากราคาช่วงต้นจะต่ำกว่าที่ต้องใช้จริง เดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของฉบับปิดที่ 84.43 บาท/กก. สูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงอยู่ 4.65 บาท/กก. ระดับที่ยกไปตั้งต้นช่วงถัดไปจึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่รายงานฉบับนี้พิมพ์ไว้
ส่วนต่างระหว่างยางแผ่นรมควันชั้น 3 กับยางก้อนถ้วยซึ่งเป็นสองปลายของบันไดราคาอยู่ที่ 16.11 บาท/กก. เทียบกับ 12.43 บาท/กก. ในช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 3.68 บาท/กก. ส่วนต่างกว้างขึ้น แปลว่าราคาปลายทางที่โรงรมได้รับขยับขึ้นเร็วกว่าราคาที่หน้าสวนได้รับ ส่วนเพิ่มของปีนี้จึงตกอยู่ที่ขั้นแปรรูปมากกว่าขั้นผลิต ผลที่ตามมาคือแรงจูงใจให้เกษตรกรขายผ่านตลาดกลางแทนการขายยางก้อนถ้วยที่หน้าสวน และเป็นจังหวะที่มาตรการยกระดับคุณภาพยางแผ่นให้ผลตอบแทนสูงที่สุด
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ปี 2569 ผลผลิตยางธรรมชาติของโลกอยู่ที่ 15.310 ล้านตัน การใช้อยู่ที่ 15.411 ล้านตัน ผลิตน้อยกว่าใช้ 0.101 ล้านตัน เทียบกับ 0.330 ล้านตันในปีก่อน ช่องว่างแคบลง 0.229 ล้านตัน การเปลี่ยนแปลงของดุลปีนี้มาจากด้านการผลิตเป็นหลัก (ผลิตเพิ่มขึ้น 2.26% ขณะที่การใช้เพิ่มขึ้น 0.72%) ตลาดโลกยังอยู่ในภาวะผลิตไม่พอใช้ ซึ่งเป็นด้านที่หนุนราคา แต่ช่องว่างที่แคบลงแปลว่าแรงหนุนส่วนนี้อ่อนลงจากปีก่อน ราคาปีถัดไปจึงต้องพึ่งด้านความต้องการหรือด้านต้นทุนมากขึ้น มิใช่พึ่งภาวะขาดแคลนเหมือนเดิม
ตารางที่ 3 การผลิตและการใช้ยางธรรมชาติของโลก ปี พ.ศ. 2565 - 2569
หน่วย : ล้านตัน
| ปี พ.ศ. | การผลิต | %เปลี่ยนแปลง | การใช้ | %เปลี่ยนแปลง | ส่วนต่าง (ผลิต−ใช้) | ผลผลิตของไทย | สัดส่วนไทย (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2565 | 14.598 | — | 15.027 | — | −0.429 | 4.786 | 32.79 |
| 2566 | 14.350 | −1.70% | 14.959 | −0.45% | −0.609 | 4.810 | 33.52 |
| 2567 | 14.704 | +2.47% | 15.282 | +2.16% | −0.578 | 4.789 | 32.57 |
| 2568 | 14.971 | +1.82% | 15.301 | +0.12% | −0.330 | 4.765 | 31.83 |
| 2569* | 15.310 | +2.26% | 15.411 | +0.72% | −0.101 | 4.867 | 31.79 |
ที่มา : ANRPC Monthly NR Statistical Report, June 2026
หมายเหตุ: *ปี 2569 เป็นค่าคาดการณ์ของรายงานต้นทาง · สัดส่วนไทยคิดจากผลผลิตของไทยหารด้วยผลผลิตโลกในปีเดียวกัน · คลังข้อมูลเก็บรายงาน ANRPC ฉบับล่าสุดเพียงฉบับเดียว ฉบับย้อนหลังจึงอ้างตัวเลขชุดเดียวกันนี้
ตารางที่ 4 ผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ปี พ.ศ. 2569*
หน่วย : ล้านตัน
| ประเทศ | ผลผลิต | สัดส่วนของโลก (%) | %เปลี่ยนจากปีก่อน |
|---|---|---|---|
| ไทย | 4.867 | 31.79 | +2.14% |
| โกตดิวัวร์ | 2.151 | 14.05 | +8.00% |
| อินโดนีเซีย | 2.025 | 13.23 | −0.78% |
| เวียดนาม | 1.290 | 8.43 | −4.16% |
| จีน | 0.955 | 6.24 | +2.91% |
| ผู้ผลิตอื่น ๆ รวมกัน | 4.022 | 26.27 | +3.14% |
| รวมทุกประเทศทั่วโลก | 15.310 | 100.00 | +2.26% |
ที่มา : ANRPC Monthly NR Statistical Report, June 2026 · *ปี 2569 เป็นค่าคาดการณ์ของรายงานต้นทาง
ในภาพนี้ไทยผลิตได้ 4.867 ล้านตัน คิดเป็น 31.79% ของผลผลิตโลก เทียบกับ 31.83% ในปีก่อน ลดลง 0.04 จุด ทั้งที่ผลผลิตของไทยเองเพิ่มขึ้น 2.14% สัดส่วนที่ลดลงจึงมิได้มาจากไทยผลิตได้น้อยลง แต่มาจากผลผลิตโลกที่โตเร็วกว่า (2.26%) นั่นคือประเทศผู้ผลิตรายอื่นขยายกำลังผลิตได้เร็วกว่าไทย ส่วนแบ่งที่ลดลงแปลว่าน้ำหนักของไทยต่อราคาตลาดโลกน้อยลงตามไปด้วย การแข่งขันจะย้ายไปอยู่ที่คุณภาพและต้นทุนต่อหน่วยแทน ในตารางที่ 4 รายที่ขยายตัวเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ (+8.00% สัดส่วน 14.05% ของโลก) รายที่หดตัวมากที่สุดคือเวียดนาม (−4.16%) โดยโกตดิวัวร์ขยายตัวเร็วกว่าไทย (+2.14%) ส่วนแบ่งที่ไทยเสียไปจึงตกกับรายนี้เป็นหลัก
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ปี 2569 รายงาน ANRPC คาดว่าไทยมีเนื้อที่ปลูกยางรวม 23.84 ล้านไร่ เป็นเนื้อที่กรีดได้ 22.41 ล้านไร่ และให้ผลผลิตยางแห้ง 4.867 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.14% โดยเนื้อที่กรีดได้เพิ่มขึ้น 0.24% และผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 1.40% ทั้งสองด้านไปทางเดียวกัน ผลผลิตที่เพิ่มจึงมาจากทั้งพื้นที่กรีดและประสิทธิภาพ โดยด้านผลผลิตต่อไร่เป็นตัวขับหลัก อุปทานที่เพิ่มแบบนี้ไม่หายไปเมื่อราคาลง เพราะต้นยางที่เปิดกรีดแล้วยังกรีดต่อ
ตารางที่ 5 เนื้อที่ ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2565 - 2569
| รายการ | หน่วย | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | 2569* | %เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เนื้อที่ปลูกยางรวม | ล้านไร่ | 24.23 | 24.16 | 23.81 | 23.82 | 23.84 | +0.09% |
| เนื้อที่กรีดได้ | ล้านไร่ | 22.03 | 22.52 | 22.38 | 22.36 | 22.41 | +0.24% |
| ผลผลิตยางแห้ง | ล้านตัน | 4.786 | 4.810 | 4.789 | 4.765 | 4.867 | +2.14% |
| ผลผลิตต่อไร่ต่อปี | กก./ไร่/ปี | 217 | 214 | 215 | 217 | 220 | +1.40% |
ที่มา : ANRPC Monthly NR Statistical Report, June 2026
หมายเหตุ: *ปี 2569 เป็นค่าคาดการณ์ของรายงานต้นทาง · ตัวเลขทั้งตารางมาจากรายงาน ANRPC มิใช่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นิยามเนื้อที่ของสองแหล่งไม่ตรงกัน จึงเทียบข้ามแหล่งไม่ได้ · ต้นฉบับเป็นพันเฮกตาร์และกิโลกรัมต่อเฮกตาร์ แปลงด้วยอัตรา 6.25 ไร่ต่อเฮกตาร์
ตารางที่ 6 ผลผลิตต่อไร่ของประเทศผู้ผลิตหลัก ปี พ.ศ. 2569* เทียบปี พ.ศ. 2568
หน่วย : กก./ไร่/ปี
| ประเทศ | 2569 | 2568 | %เปลี่ยนแปลง | เทียบไทย (%) |
|---|---|---|---|---|
| เวียดนาม | 284 | 295 | −3.90% | +28.9 |
| อินเดีย | 243 | 243 | +0.00% | +10.5 |
| มาเลเซีย | 229 | 228 | +0.35% | +4.0 |
| ไทย | 220 | 217 | +1.40% | — |
| ศรีลังกา | 203 | 203 | +0.00% | −7.9 |
| กัมพูชา | 200 | 201 | −0.32% | −9.0 |
| จีน | 192 | 192 | +0.00% | −12.7 |
| อินโดนีเซีย | 151 | 151 | +0.00% | −31.6 |
ที่มา : ANRPC Monthly NR Statistical Report, June 2026 · แสดง 8 ประเทศแรกจาก 10 ประเทศที่รายงานต้นทางมีค่าผลผลิตต่อไร่ และคงแถวไทยไว้เสมอ · *ปี 2569 เป็นค่าคาดการณ์ของรายงานต้นทาง แถวที่ %เปลี่ยนแปลงเป็น 0.00% คือแถวที่ต้นทางยกค่าปีก่อนมาใช้ มิใช่ค่าที่วัดได้ว่าไม่เปลี่ยน
ผลผลิตต่อไร่ปีล่าสุดอยู่ที่ 220 กก./ไร่/ปี เทียบกับค่าเฉลี่ยของห้าปีในตารางที่ 5 ซึ่งอยู่ที่ 217 กก./ไร่/ปี สูงกว่า 3 กก./ไร่/ปี สัดส่วนเนื้อที่กรีดได้ต่อเนื้อที่ปลูกรวมอยู่ที่ 94.0% ซึ่งสูงจนแทบไม่เหลือสวนที่ยังไม่เปิดกรีด ผลผลิตระยะสั้นจึงเพิ่มได้จากประสิทธิภาพต่อไร่เท่านั้น ค่าที่สูงกว่าเฉลี่ยของช่วงแปลว่าปีนี้ได้แรงหนุนจากสภาพการกรีดที่เอื้อ ซึ่งเป็นผลชั่วคราว การใช้เป็นฐานพยากรณ์ปีถัดไปจึงมีโอกาสสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตหลักในตารางที่ 6 ไทยอยู่อันดับที่ 4 จาก 10 ประเทศที่รายงานต้นทางมีค่า ตามหลังเวียดนามซึ่งได้ 284 กก./ไร่/ปี อยู่ 28.9% ช่องว่างนี้ไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นต้นทุนต่อกิโลกรัม เพราะสวนที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าต้องเฉลี่ยค่าดูแลและค่าแรงกรีดลงบนผลผลิตที่น้อยกว่า เมื่อราคาตลาดโลกลดลง สวนของประเทศที่ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าจะอยู่ได้ก่อน การปิดช่องว่างนี้จึงเป็นมาตรการด้านความอยู่รอด
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ช่วง ม.ค. - ก.ค. 2569† ไทยส่งออกยางธรรมชาติและยางแปรรูปมูลค่า 164,099.77 ล้านบาท ปริมาณ 2,382,299 ตันเนื้อยางแห้ง คิดเป็นราคาโดยนัย 68.88 บาท/กก. เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 มูลค่าลดลง 6.43% ปริมาณลดลง 1.03% และราคาต่อหน่วยลดลง 5.46% มูลค่าที่หายไปมาจากทั้งสองด้านพร้อมกัน โดยด้านราคาต่อหน่วยเป็นตัวขับหลัก การหดตัวพร้อมกันทั้งปริมาณและราคาแปลว่าเป็นการหดตัวของความต้องการจริง มิใช่เพียงการปรับฐานราคา
ตารางที่ 7 การส่งออกยางของไทยแยกกลุ่มสินค้า ม.ค. - ก.ค. 2569† เทียบ ม.ค. - ก.ค. 2568†
หน่วย : ล้านบาท · ตันเนื้อยางแห้ง
| กลุ่มสินค้า | มูลค่า ม.ค. - ก.ค. 2569† | %YoY มูลค่า | ปริมาณ ม.ค. - ก.ค. 2569† | %YoY ปริมาณ | บาท/กก. | %YoY ราคา | ส่วนแบ่ง (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ยางแท่ง | 53,125.47 | −15.73% | 809,921 | −11.87% | 65.59 | −4.39% | 32.37 |
| ยางผสม | 67,230.76 | +3.30% | 1,068,419 | +11.67% | 62.93 | −7.48% | 40.97 |
| ยางแผ่นรมควัน | 17,141.11 | −6.70% | 225,509 | −0.77% | 76.01 | −5.97% | 10.45 |
| ยางคอมปาวด์ | 8,338.61 | +11.93% | 49,053 | +23.33% | 169.99 | −9.25% | 5.08 |
| น้ำยางข้น | 17,309.71 | −15.72% | 214,543 | −13.85% | 80.68 | −2.17% | 10.55 |
| ยางชนิดอื่น ๆ | 954.11 | +7.61% | 14,854 | −2.66% | 64.23 | +10.53% | 0.58 |
| รวมทั้งหมด | 164,099.77 | −6.43% | 2,382,299 | −1.03% | 68.88 | −5.46% | — |
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดย การยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายเศรษฐกิจยาง คำนวณเป็นน้ำหนักเนื้อยางแห้ง 100%
หมายเหตุ: † คือช่วงที่นับไม่ครบสิบสองเดือน กำกับทั้งสองปี · ปี 2569 มีข้อมูลศุลกากรเพียง 7 เดือน (ม.ค. - ก.ค.) เพราะคลังข้อมูลมีถึงเดือนกรกฎาคม 2569 เท่านั้น · ตัวเลขปีก่อนในตารางนี้จึงตัดให้เหลือ ม.ค. - ก.ค. เท่ากัน เพื่อให้ %YoY เทียบช่วงเดียวกันจริง มิใช่เทียบครึ่งปีกับทั้งปี · ฉบับนี้ปิดข้อมูลราคาที่เดือนสิงหาคม 2569 · ยอดรวมปริมาณอาจต่างจากตารางที่ 8 ระดับเศษตัน เพราะคลังข้อมูลปัดน้ำหนักรายแถวไว้ทศนิยมเดียว
เมื่อดูส่วนผสมของสินค้าที่ส่งออก ยางผสม มีสัดส่วนมูลค่าสูงสุดที่ 40.97% กลุ่มที่ได้สัดส่วนเพิ่มมากที่สุดคือ ยางผสม (+3.86 จุด) และกลุ่มที่เสียสัดส่วนมากที่สุดคือ ยางแท่ง (−3.58 จุด) ข้อควรระวังของตัวเลขชุดนี้คือ ยางผสมอยู่ในพิกัด 4005 ขณะที่ยางแท่งและยางแผ่นรมควันอยู่ในพิกัด 4001 การที่น้ำหนักย้ายมาทางยางผสม 3.86 จุด จึงทำให้ยอด "ยางธรรมชาติพิกัด 4001" ที่รายงานฉบับอื่นใช้เป็นฐาน ลดลงเร็วกว่ายอดส่งออกยางรวมของตารางนี้ สองตัวเลขนี้ต่างกันโดยนิยาม มิใช่ต่างกันเพราะข้อมูลผิด ทั้งนี้สัดส่วนที่เพิ่มของ ยางผสม มาจากปริมาณที่เพิ่มขึ้น 11.67% เป็นหลัก
แผนภูมิที่ 1 มูลค่าส่งออกยางรายเดือน ปี 2569 เทียบปี 2568 (ล้านบาท)
ปี 2569ปี 2568
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ในช่วง ม.ค. - ก.ค. 2569† จีน เป็นปลายทางอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 94,704.47 ล้านบาท คิดเป็น 57.71% ของมูลค่าส่งออกยางทั้งหมด รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ที่ 6.28% เมื่อดูว่ามูลค่ารวมที่เปลี่ยนไปมาจากไหน พบว่า จีน รายเดียวอธิบายการเปลี่ยนแปลงได้ 89.8% ทิศทางการส่งออกของทั้งปีจึงถูกกำหนดโดยตลาดเดียว การกระจายความเสี่ยงไปยังปลายทางอื่นจึงไม่ใช่เรื่องเชิงนโยบายระยะยาวเท่านั้น แต่เป็นเงื่อนไขของเสถียรภาพรายได้ในปีถัดไปโดยตรง ทั้งนี้การที่ปลายทางเดียวรับซื้อเกินครึ่งของมูลค่าทั้งหมด แปลว่านโยบายการค้าและภาวะเศรษฐกิจของประเทศเดียวส่งผ่านถึงราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง โดยไม่มีตลาดอื่นที่ใหญ่พอจะรองรับปริมาณส่วนนั้นในระยะสั้น
ตารางที่ 8 ตลาดปลายทางการส่งออกยางของไทย สิบอันดับแรก ม.ค. - ก.ค. 2569† เทียบ ม.ค. - ก.ค. 2568†
หน่วย : ล้านบาท · ตันเนื้อยางแห้ง
| ตลาดปลายทาง | มูลค่า ม.ค. - ก.ค. 2569† | %YoY มูลค่า | ปริมาณ ม.ค. - ก.ค. 2569† | %YoY ปริมาณ | บาท/กก. | %YoY ราคา | ส่วนแบ่ง (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จีน | 94,704.47 | −9.66% | 1,488,015 | −1.51% | 63.64 | −8.27% | 57.71 |
| ญี่ปุ่น | 10,312.74 | −11.18% | 139,487 | −6.80% | 73.93 | −4.70% | 6.28 |
| มาเลเซีย | 9,319.28 | +10.37% | 117,049 | +6.23% | 79.62 | +3.90% | 5.68 |
| สหรัฐอเมริกา | 8,475.75 | −19.37% | 101,849 | −20.04% | 83.22 | +0.84% | 5.16 |
| อินเดีย | 8,136.23 | +18.31% | 78,614 | +9.05% | 103.50 | +8.49% | 4.96 |
| เวียดนาม | 4,657.13 | +42.82% | 68,726 | +40.40% | 67.76 | +1.71% | 2.84 |
| เกาหลีใต้ | 3,408.59 | +8.68% | 48,412 | +10.10% | 70.41 | −1.29% | 2.08 |
| สเปน | 2,746.07 | −4.12% | 33,729 | +7.65% | 81.42 | −10.93% | 1.67 |
| บราซิล | 2,324.45 | −28.50% | 32,189 | −24.86% | 72.21 | −4.84% | 1.42 |
| ตุรกี | 2,132.30 | +14.34% | 29,468 | +13.61% | 72.36 | +0.64% | 1.30 |
| ปลายทางอื่น ๆ ที่เหลือรวมกัน | 17,882.76 | −4.50% | 244,761 | +0.35% | 73.06 | −4.83% | 10.90 |
| รวมทั้งหมด | 164,099.77 | −6.43% | 2,382,298 | −1.03% | 68.88 | −5.46% | — |
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดย การยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายเศรษฐกิจยาง คำนวณเป็นน้ำหนักเนื้อยางแห้ง 100%
หมายเหตุ: † คือช่วงที่นับไม่ครบสิบสองเดือน กำกับทั้งสองปี · ปี 2569 มีข้อมูลศุลกากรเพียง 7 เดือน (ม.ค. - ก.ค.) เพราะคลังข้อมูลมีถึงเดือนกรกฎาคม 2569 เท่านั้น · ตัวเลขปีก่อนในตารางนี้จึงตัดให้เหลือ ม.ค. - ก.ค. เท่ากัน เพื่อให้ %YoY เทียบช่วงเดียวกันจริง มิใช่เทียบครึ่งปีกับทั้งปี · ฉบับนี้ปิดข้อมูลราคาที่เดือนสิงหาคม 2569 · จัดอันดับด้วยมูลค่าของปี 2569 แถวปลายทางอื่น ๆ รวมที่เหลือทั้งหมด (ปีนี้ 59 ราย ปีก่อน 65 ราย)
ราคาต่อหน่วยโดยนัยเฉลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ 68.88 บาท/กก. ในบรรดาสิบอันดับแรก อินเดีย จ่ายสูงสุดที่ 103.50 บาท/กก. และ จีน จ่ายต่ำสุดที่ 63.64 บาท/กก. ห่างกัน 39.86 บาท/กก. ช่องว่างนี้ไม่ใช่ราคาที่ต่างกันของสินค้าตัวเดียวกัน แต่สะท้อนว่าแต่ละปลายทางซื้อสินค้าคนละกลุ่ม ตลาดที่จ่ายสูงมักซื้อน้ำยางข้นและยางแผ่นคุณภาพ ส่วนตลาดที่จ่ายต่ำซื้อยางแท่งและยางผสมเป็นหลัก จึงต้องอ่านคู่กับส่วนผสมสินค้าในตารางที่ 7 เสมอ ตลาดอันดับหนึ่งอย่าง จีน จ่าย 63.64 บาท/กก. ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวม แปลว่ายอดขายก้อนใหญ่ที่สุดของไทยกระจุกอยู่ในกลุ่มสินค้าราคาต่อกิโลกรัมต่ำ การเพิ่มรายได้จากตลาดนี้จึงต้องมาจากการเปลี่ยนส่วนผสมสินค้า มิใช่จากการเพิ่มปริมาณอย่างเดียว
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ช่วง ม.ค. - ก.ค. 2569† ไทยส่งออกยางไปยังปลายทางทุกแห่งรวม 164,100 ล้านบาท 2,382,298 ตันเนื้อยางแห้ง ราคาต่อหน่วยโดยนัย 68.88 บาท/กก. เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 มูลค่าลดลง 11,272 ล้านบาท หรือ 6.43% เมื่อแยกมูลค่าที่เปลี่ยนไปของทุกตลาดออกเป็นสองด้าน พบว่าด้านราคาต่อหน่วยอธิบายได้ 9,303 ล้านบาท และด้านปริมาณอธิบายได้ 1,969 ล้านบาท สองด้านไปทางเดียวกัน โดยด้านราคาต่อหน่วยมีน้ำหนักมากกว่า ยอดสุทธิจึงสะท้อนขนาดการเคลื่อนไหวจริงของตลาด เมื่อด้านราคาเป็นตัวขับหลักในทางลบ เงินที่หายไปมิได้มาจากการเสียคำสั่งซื้อ แต่มาจากระดับราคาที่ต่ำลงขณะที่ยังขายได้ปริมาณใกล้เคียงเดิม การหาตลาดใหม่จึงไม่ตรงกับสาเหตุ
ตารางที่ 9 ที่มาของมูลค่าที่เปลี่ยนไปรายตลาดปลายทาง สิบอันดับแรก ม.ค. - ก.ค. 2569† เทียบ ม.ค. - ก.ค. 2568†
หน่วย : ล้านบาท · ตันเนื้อยางแห้ง · บาท/กก.
| ตลาดปลายทาง | มูลค่า ม.ค. - ก.ค. 2569† | ส่วนแบ่ง (%) | เนื้อยางแห้ง (ตัน) | %YoY มูลค่า | ราคา 2569 | ราคา 2568 | ผลจากราคา | ผลจากปริมาณ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จีน | 94,704 | 57.71 | 1,488,015 | −9.66% | 63.64 | 69.38 | −8,535 | −1,586 |
| ญี่ปุ่น | 10,313 | 6.28 | 139,487 | −11.18% | 73.93 | 77.58 | −508 | −789 |
| มาเลเซีย | 9,319 | 5.68 | 117,049 | +10.37% | 79.62 | 76.63 | +350 | +526 |
| สหรัฐอเมริกา | 8,476 | 5.16 | 101,849 | −19.37% | 83.22 | 82.53 | +70 | −2,106 |
| อินเดีย | 8,136 | 4.96 | 78,614 | +18.31% | 103.50 | 95.40 | +636 | +623 |
| เวียดนาม | 4,657 | 2.84 | 68,726 | +42.82% | 67.76 | 66.62 | +79 | +1,318 |
| เกาหลีใต้ | 3,409 | 2.08 | 48,412 | +8.68% | 70.41 | 71.33 | −45 | +317 |
| สเปน | 2,746 | 1.67 | 33,729 | −4.12% | 81.42 | 91.41 | −337 | +219 |
| บราซิล | 2,324 | 1.42 | 32,189 | −28.50% | 72.21 | 75.88 | −118 | −808 |
| ตุรกี | 2,132 | 1.30 | 29,468 | +14.34% | 72.36 | 71.90 | +14 | +254 |
| ปลายทางอื่น ๆ ที่เหลือรวมกัน | 17,883 | 10.90 | 244,761 | −4.50% | 73.06 | 76.77 | −908 | +66 |
| รวมทั้งหมด | 164,100 | 100.00 | 2,382,298 | −6.43% | 68.88 | 72.86 | −9,303 | −1,969 |
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดย การยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายเศรษฐกิจยาง คำนวณเป็นน้ำหนักเนื้อยางแห้ง 100%
หมายเหตุ: ผลจากราคา = (ราคาปีนี้ − ราคาปีก่อน) × ปริมาณปีนี้ · ผลจากปริมาณ = ราคาปีก่อน × (ปริมาณปีนี้ − ปริมาณปีก่อน) สองก้อนบวกกันได้เท่ากับมูลค่าที่เปลี่ยนไปพอดี · แถวรวมเป็นผลบวกของทุกแถว มิใช่การแยกผลจากราคาเฉลี่ยรวม ซึ่งจะมีผลของส่วนผสมตลาดปนอยู่ · ราคาต่อหน่วย = มูลค่า ÷ เนื้อยางแห้ง จึงเปลี่ยนตามส่วนผสมชนิดยางด้วย · † คือช่วงที่นับไม่ครบสิบสองเดือน กำกับทั้งสองปี ปี 2569 มีเพียง 7 เดือน (ม.ค. - ก.ค.) ตัวเลขปีก่อนจึงตัดให้เท่ากัน เพื่อมิให้เทียบครึ่งปีกับทั้งปี
ตลาดที่รับภาระการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดเมื่อวัดเป็นเงินคือ จีน ซึ่งมูลค่าลดลง 10,122 ล้านบาท คิดเป็น 89.8% ของการเปลี่ยนแปลงสุทธิทั้งประเทศ ทิศทางรายได้จากการส่งออกของทั้งช่วงจึงถูกกำหนดโดยตลาดเดียว ภายในตลาดนี้เอง ราคาต่อหน่วยโดยนัยอยู่ที่ 63.64 บาท/กก. เทียบกับ 69.38 บาท/กก. ของช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านราคาจึงอธิบายได้ 8,535 ล้านบาท และด้านปริมาณอธิบายได้ 1,586 ล้านบาท เงินก้อนนี้มาจากด้านราคาเป็นหลัก ด้านราคาเป็นเรื่องที่ไทยกำหนดเองไม่ได้ เพราะราคาอ้างอิงเดินตามตลาดโลก เครื่องมือที่ใช้ได้จึงเป็นการกระจายปลายทาง เพื่อลดการผูกรายได้ไว้กับราคาที่ตลาดเดียวยอมจ่าย
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ขอบเขต: ยางธรรมชาติ พิกัด 4001 จาก BACI หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตันน้ำหนักจริง — ตัวเลขทั้งหมวดเป็นของปี 2567 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่ชุดข้อมูลมี และเป็นคนละปีกับเล่มนี้ที่รายงานปี 2569 จึงห้ามอ่านเป็นภาพของปี 2569 และห้ามรวมกับตัวเลขบาทของหมวด 5 และ 7
ในปี 2567 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่ชุดข้อมูลการค้าโลกมี และเป็นคนละปีกับเล่มนี้ที่รายงานปี 2569 ไทยเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 1 จาก 27 ราย ด้วยมูลค่า 5,140.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 2,782,744 ตัน คิดเป็น 30.66% ของมูลค่าทั้งชุดข้อมูล ไม่มีประเทศใดส่งออกยางธรรมชาติได้มากกว่าไทยในปีนั้น รายที่ไล่ตามไทยมาติด ๆ คือ อินโดนีเซีย ที่ 3,157.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 61.4% ของมูลค่าที่ไทยทำได้ ระยะห่างระดับนี้ยังกว้างพอที่อันดับจะไม่สลับกันในปีเดียว แต่แคบพอที่รายนี้จะกำหนดราคาในตลาดปลายทางที่ทับซ้อนกับไทยได้ ทั้งนี้มูลค่าส่งออกของไทยในปีนั้นเพิ่มขึ้น 28.84% จากปี 2566
ตารางที่ 10 ผู้ส่งออกยางธรรมชาติของโลกเรียงตามมูลค่า ปี 2567 (ปีล่าสุดของชุดข้อมูล)
หน่วย : ล้านดอลลาร์สหรัฐ · ตัน
| ประเทศผู้ส่งออก | มูลค่า 2567 | สัดส่วน (%) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน | %เทียบปี 2566 |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. ไทย | 5,140.0 | 30.66 | 2,782,744 | 1,847 | +28.84% |
| 2. อินโดนีเซีย | 3,157.9 | 18.83 | 1,690,688 | 1,868 | +7.63% |
| 3. โกตดิวัวร์ | 2,941.0 | 17.54 | 1,859,502 | 1,582 | +22.69% |
| 4. เวียดนาม | 1,246.8 | 7.44 | 742,400 | 1,679 | +45.54% |
| 5. มาเลเซีย | 1,176.3 | 7.02 | 623,058 | 1,888 | +24.43% |
| 6. กัมพูชา | 629.6 | 3.76 | 554,144 | 1,136 | −34.15% |
| 7. เมียนมา | 535.2 | 3.19 | 361,077 | 1,482 | +87.91% |
| 8. สปป. ลาว | 398.4 | 2.38 | 217,675 | 1,830 | +38.44% |
| 9. กานา | 228.5 | 1.36 | 139,192 | 1,641 | +20.84% |
| 10. กัวเตมาลา | 183.0 | 1.09 | 108,661 | 1,684 | +2.16% |
| ผู้ส่งออกอื่น ๆ ที่เหลือรวมกัน (17 ราย) | 1,130.2 | 6.74 | 642,610 | 1,759 | — |
| รวมผู้ส่งออกทั้งหมดในชุดข้อมูล | 16,766.8 | 100.00 | 9,721,751 | 1,725 | — |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. — ยางธรรมชาติ พิกัด 4001
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งตารางเป็นของปี 2567 มิใช่ปี 2569 ของเล่ม · แถวไทยเน้นด้วยพื้นสีทอง · สัดส่วนคิดจากยอดรวมของผู้ส่งออก 27 รายในปีนั้น ซึ่งรวมประเทศที่ส่งออกต่อโดยมิได้ปลูกยางเองด้วย · ราคาต่อตัน = มูลค่า ÷ ปริมาณ
ในด้านราคาต่อหน่วย ไทยขายได้เฉลี่ยตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งชุดข้อมูลที่ตันละ 1,725 ดอลลาร์สหรัฐ ในบรรดาประเทศที่เหลือในตาราง มาเลเซีย ขายได้สูงสุดที่ตันละ 1,888 และ กัมพูชา ต่ำสุดที่ตันละ 1,136 ดอลลาร์สหรัฐ ห่างกัน 752 ดอลลาร์ต่อตัน อินโดนีเซีย ที่ตามมาติด ๆ ขายได้แพงกว่าไทย 1.1% ซึ่งต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะอาจมิได้แปลว่าคุณภาพดีกว่า แต่สะท้อนส่วนผสมชนิดสินค้าที่ต่างกัน เช่น สัดส่วนน้ำยางข้นซึ่งราคาต่อหน่วยสูงกว่ายางแท่ง การที่ราคาเฉลี่ยของไทยสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งชุดข้อมูล แปลว่าไทยขายอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ที่ยืนนี้รักษาไว้ด้วยการรับรองคุณภาพ มิใช่ด้วยการลดราคาแข่ง
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ระหว่างปี 2560 ถึงปี 2568 มูลค่าส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปของไทยเปลี่ยนจาก 49,457 ล้านบาท เป็น 37,647 ล้านบาท ปริมาตรเปลี่ยนจาก 4,342,041 ลูกบาศก์เมตร เป็น 3,987,232 ลูกบาศก์เมตร และราคาต่อลูกบาศก์เมตรเปลี่ยนจาก 11,390 บาท เป็น 9,442 บาท คิดเป็นมูลค่าลดลง 23.9% ปริมาตรลดลง 8.2% และราคาต่อหน่วยลดลง 17.1% รูปแบบที่ราคาต่อหน่วยลดลงต่อเนื่องขณะที่ปริมาตรทรงตัว แปลว่าไทยขายไม้ได้เท่าเดิมแต่ได้เงินต่อลูกบาศก์เมตรน้อยลง ซึ่งเป็นภาพของการแข่งขันด้านราคาที่ฝั่งผู้ซื้อ มิใช่ปริมาณไม้ที่หายไป ผลตอบแทนจากการโค่นสวนหนึ่งแปลงจึงลดลงจริงในระดับที่เกษตรกรรับรู้ได้ ทั้งนี้ปี 2569 ในตารางยังนับได้เพียง 7 เดือน จึงไม่ถูกใช้เป็นปลายทางของการเทียบข้างต้น และราคาต่อลูกบาศก์เมตรของแถวนั้นเทียบกับปีเต็มไม่ได้ เพราะคลังข้อมูลไม่มีไม้ยางรายเดือนให้ตัดปีก่อนลงมาเท่ากัน
ตารางที่ 11 การส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปของไทยรายปี ปี 2560 ถึงปี 2569
หน่วย : ล้านบาท · ลูกบาศก์เมตร · บาท/ลบ.ม.
| ปี พ.ศ. | มูลค่า (ล้านบาท) | %YoY มูลค่า | ปริมาตร (ลบ.ม.) | %YoY ปริมาตร | ราคา (บาท/ลบ.ม.) | %YoY ราคา |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2560 | 49,457 | — | 4,342,041 | — | 11,390 | — |
| 2561 | 39,128 | −20.89% | 2,727,306 | −37.19% | 14,347 | +25.96% |
| 2562 | 29,589 | −24.38% | 2,264,634 | −16.96% | 13,065 | −8.93% |
| 2563 | 28,923 | −2.25% | 2,342,487 | +3.44% | 12,347 | −5.50% |
| 2564 | 33,370 | +15.37% | 2,426,055 | +3.57% | 13,755 | +11.40% |
| 2565 | 33,644 | +0.82% | 2,702,850 | +11.41% | 12,447 | −9.51% |
| 2566 | 40,425 | +20.16% | 3,375,998 | +24.91% | 11,974 | −3.80% |
| 2567 | 43,448 | +7.48% | 4,205,250 | +24.56% | 10,332 | −13.72% |
| 2568 | 37,647 | −13.35% | 3,987,232 | −5.18% | 9,442 | −8.61% |
| 2569† | 22,961 | — | 1,916,207 | — | 11,982 | — |
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดย การยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายเศรษฐกิจยาง — ไม้ยางพาราแปรรูป พิกัด 4407
หมายเหตุ: ปริมาตรของหมวดนี้เป็นลูกบาศก์เมตร มิใช่ตัน จึงบวกหรือเทียบกับปริมาณยางในตารางที่ 7 ถึง 9 ไม่ได้ · ราคาต่อลูกบาศก์เมตรคำนวณจาก มูลค่า ÷ ปริมาตร · † คือปีที่นับไม่ครบสิบสองเดือน ปี 2569 มีข้อมูลศุลกากรเพียง 7 เดือน (ม.ค. - ก.ค.) และคลังข้อมูลไม่มีไม้ยางรายเดือนให้ตัดปีก่อนลงมาเทียบช่วงเดียวกัน แถวนั้นจึงเว้น %เปลี่ยนแปลงไว้ทั้งสามคอลัมน์ แทนการพิมพ์ค่าที่เทียบครึ่งปีกับทั้งปี
ที่ต้องอ่านคู่กันเสมอคือ ไม้ยางพาราแปรรูปมาจากสวนที่โค่นเพื่อปลูกแทน ปริมาตรของแต่ละปีจึงถูกกำหนดโดยรอบการโค่นปลูกซึ่งกินเวลายี่สิบห้าถึงสามสิบปี มิใช่โดยราคายางของปีนั้น ปีที่ราคายางดีจึงมิได้แปลว่าไม้ยางออกมามาก และปีที่ราคายางตกก็มิได้แปลว่าไม้ยางหายไป ตัวเลขในตารางที่ 11 จึงไม่ใช่ตัวชี้วัดภาวะตลาดยาง และการอ่านสองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันทำให้ตีความผิดได้ทั้งสองทาง หลักฐานที่เห็นได้จากตารางคือ ปริมาตรสูงสุดอยู่ที่ปี 2560 ที่ 4,342,041 ลูกบาศก์เมตร และต่ำสุดที่ปี 2562 ที่ 2,264,634 ลูกบาศก์เมตร ต่างกัน 1.9 เท่า ซึ่งเป็นช่วงกว้างเกินกว่าที่ความต้องการของผู้ซื้อจะอธิบายได้ฝ่ายเดียว และตรงกับลักษณะของอุปทานที่มาเป็นรอบ ผลในเชิงนโยบายคือ รายได้จากไม้ยางเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนการปลูกแทน การประเมินความคุ้มค่าของการโค่นปลูกโดยคิดเฉพาะราคายางจึงต่ำกว่าความจริง และการวางแผนพื้นที่ปลูกแทนรายปีมีผลต่อปริมาตรไม้ที่จะออกสู่ตลาดในปีถัดไปโดยตรง
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
ตารางที่ 12 ปลายทางการส่งออกไม้ยางพาราแปรรูป สิบอันดับแรก ปี 2569†
หน่วย : ล้านบาท · ลูกบาศก์เมตร
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้านบาท) | สัดส่วนมูลค่า (%) | ปริมาตร (ลบ.ม.) | สัดส่วนปริมาตร (%) |
|---|---|---|---|---|
| 1. จีน | 22,373.89 | 97.44 | 1,875,355 | 97.87 |
| 2. เวียดนาม | 365.03 | 1.59 | 23,849 | 1.24 |
| 3. มาเลเซีย | 187.68 | 0.82 | 14,882 | 0.78 |
| 4. กัมพูชา | 18.85 | 0.08 | 1,276 | 0.07 |
| 5. ไต้หวัน | 4.27 | 0.02 | 186 | 0.01 |
| 6. อินโดนีเซีย | 4.06 | 0.02 | 316 | 0.02 |
| 7. ฝรั่งเศส | 1.64 | 0.01 | 64 | 0.00 |
| 8. อินเดีย | 1.33 | 0.01 | 104 | 0.01 |
| 9. ซามัวตะวันตก | 1.33 | 0.01 | 72 | 0.00 |
| 10. ญี่ปุ่น | 1.20 | 0.01 | 45 | 0.00 |
| ปลายทางอื่น ๆ และรายการที่ไม่ระบุปลายทาง | 1.26 | 0.01 | 58 | 0.00 |
| รวมทั้งหมด | 22,960.54 | 100.00 | 1,916,207 | 100.00 |
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดย การยางแห่งประเทศไทย ฝ่ายเศรษฐกิจยาง — ไม้ยางพาราแปรรูป พิกัด 4407
หมายเหตุ: จัดอันดับด้วยมูลค่าของปี 2569† สิบอันดับแรกรวมกันคิดเป็น 99.99% ของมูลค่าทั้งปี แถวสุดท้ายก่อนยอดรวมคือส่วนต่างจากยอดรวมของคลังข้อมูล ซึ่งรวมรายการที่ไม่ระบุปลายทางไว้ด้วย · ปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร มิใช่ตัน
ในปี 2569† ปลายทางของไม้ยางพาราแปรรูปกระจุกตัวที่ จีน เพียงแห่งเดียว คิดเป็น 97.44% ของมูลค่าทั้งหมด และ 97.87% ของปริมาตรทั้งหมด รองลงมาคือ เวียดนาม ที่ 1.59% ซึ่งห่างกัน 95.9 จุด การพึ่งตลาดเดียวในระดับเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ต่างจากการกระจุกตัวทั่วไปในเชิงคุณภาพ มิใช่เพียงเชิงระดับ เพราะไม่มีตลาดอื่นที่ใหญ่พอจะรองรับปริมาตรส่วนนั้นได้เลยหากผู้ซื้อรายนี้ชะลอการซื้อ ราคาที่ผู้ซื้อรายเดียวเสนอจึงเป็นราคาตลาดโดยปริยาย และมาตรการทางการค้าหรือภาวะอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และแผ่นไม้อัดของประเทศนั้นประเทศเดียว ส่งผ่านถึงผลตอบแทนการโค่นสวนของเกษตรกรไทยได้เต็มจำนวนภายในฤดูกาลเดียว การกระจายปลายทางของไม้ยางจึงมิใช่เรื่องของการหาผู้ซื้อรายใหม่ในสินค้าเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะไม้แปรรูปขั้นต้นมีผู้ซื้อรายใหญ่อยู่ไม่กี่รายในโลก แต่เป็นเรื่องของการแปรรูปในประเทศให้ขายเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งเปลี่ยนทั้งกลุ่มผู้ซื้อและราคาต่อหน่วยไปพร้อมกัน
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินโครงการชะลอการขายยาง ช่วยรักษาปริมาณผลผลิตยางที่เข้าสู่ตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความผันผวนของราคายางพาราให้มีเสถียรภาพ โดยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนร้อยละ 80 ของมูลค่ายางที่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางรวบรวมและจัดเก็บไว้ ครอบคลุมยางก้อนถ้วย น้ำยางสด น้ำยางข้น ยางแผ่นดิบ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 และยางแท่ง STR20 เมื่อขายยางผ่านตลาดกลางยางพาราจังหวัด กยท. จะหักสินเชื่อกลับเข้าโครงการฯ และจ่ายเงินส่วนต่างคืนให้แก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง
กยท. ได้ลงนาม MOU ว่าด้วยการบริหารจัดการผลผลิตยางอย่างเป็นระบบกับบริษัทเอกชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางของภูมิภาค สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ลดความผันผวนของราคา และผลิตให้ตรงตามความต้องการตลาด พร้อมสนับสนุนการรวบรวมผลผลิตยาง ตรวจสอบแหล่งผลิต ประเมินความเสี่ยง ตลอดจนออกเอกสารข้อมูลการซื้อขายยางให้แก่ผู้ซื้ออย่างครบถ้วน ให้เป็นไปตามมาตรการ EUDR ซึ่งดำเนินการโดยตลาดกลางยางพาราและตลาดเครือข่ายของ กยท. ทั่วประเทศ
กยท. ได้จัดตั้งตลาดเครือข่ายและตลาดกลางยางพาราให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรนำยางมาซื้อขายผ่านกลไกตลาดกลางยางพารา ซึ่งจะทำให้ได้รับราคาที่เป็นธรรม ประกอบกับมีระบบซื้อขายผ่านตลาดกลางด้วยการประมูลซื้อขายผ่านระบบ Thai Rubber Trade เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระดับโลก เชื่อมโยงข้อมูลซื้อขายยางผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของยาง รองรับมาตรการ EU Deforestation Free Regulation (EUDR) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตยาง
เนื้อหาเชิงนโยบายตั้งต้นจากฉบับกรกฎาคม 2569 ของ กยท. — แก้ไขได้ในระบบ
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
สถานการณ์ค่าเงินบาท ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทิศทางค่าเงินบาทมีผลโดยตรงต่อราคาสินค้าส่งออกของไทยในตลาดโลกและรายได้สุทธิในรูปเงินบาทของผู้ส่งออก จึงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วงที่อุปทานยางใหม่เริ่มทยอยออกสู่ตลาด
ปริมาณและการกระจายตัวของฝนในแหล่งปลูกยางเป็นตัวแปรสำคัญของปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาด ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทำให้การกรีดยางทำได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นปัจจัยจำกัดปริมาณผลผลิตยางพาราที่จะออกสู่ตลาด และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางพารามีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ทั้งนี้ติดตามสถานการณ์รายวันได้จากแดชบอร์ดสภาพอากาศของระบบ
สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยบางรายการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 แต่ยางธรรมชาติในรูปวัตถุดิบ เช่น ยางแผ่นและยางแท่ง ยังได้รับการยกเว้น จึงยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกยางธรรมชาติของไทย อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมาตรการภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าไทยในกลุ่มยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักร ซึ่งหากมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมอาจทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ยางของไทยในตลาดสหรัฐฯ ลดลง และส่งผลต่อความต้องการใช้ยางธรรมชาติในระยะต่อไป
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบส่งผลต่อต้นทุนการผลิตยางสังเคราะห์ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนยางธรรมชาติ ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านการขนส่งทางทะเลบริเวณช่องแคบสำคัญยังกดดันระบบโลจิสติกส์โลก ผ่านค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยทางทะเล และระยะเวลาขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
เนื้อหาเชิงนโยบายตั้งต้นจากฉบับกรกฎาคม 2569 ของ กยท. — แก้ไขได้ในระบบ
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
สถานการณ์ยางพารา ปี 2569
หมายเหตุ: ข้อค้นพบทุกข้อประกอบจากตัวเลขที่พิมพ์อยู่ในเล่มนี้โดยอัตโนมัติ จึงไม่เปิดให้แก้ไข — หากตัวเลขเปลี่ยน ข้อค้นพบจะเปลี่ยนตามเอง · † คือช่วงที่นับไม่ครบสิบสองเดือน ดูใต้ตารางที่ 7 ถึง 9 และ 11 · ข้อที่อ้างชุดข้อมูลการค้าโลกกำกับปีไว้ในข้อนั้นเอง ซึ่งคนละปีกับเล่ม
ด้านราคาและจังหวะการขาย: ตารางที่ 1 และ 2 แสดงว่าราคาภายในปีเคลื่อนไหวไม่เท่ากันทุกเดือน การใช้ค่าเฉลี่ยทั้งปีเป็นราคาอ้างอิงในการตั้งงบรับซื้อหรือประเมินรายได้เกษตรกรจึงคลาดเคลื่อนได้ทั้งสองทาง ควรใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนคู่กับเดือนที่ผลผลิตออกจริงของแต่ละพื้นที่ และให้โครงการชะลอการขายยางเน้นน้ำหนักไปที่เดือนที่ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องมือนี้ให้ผลตอบแทนต่อบาทที่ใช้สูงที่สุด
ด้านโครงสร้างการผลิต: ตารางที่ 5 แยกให้เห็นว่าผลผลิตของไทยมาจากเนื้อที่กรีดได้กับผลผลิตต่อไร่คนละส่วนกัน และตารางที่ 6 แสดงว่าผลผลิตต่อไร่ของไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตหลัก สองด้านนี้ต้องใช้เครื่องมือคนละชุด ด้านพื้นที่เป็นเรื่องของการปลูกแทนและการรับรองแหล่งที่มา ส่วนด้านผลผลิตต่อไร่เป็นเรื่องของพันธุ์ ปุ๋ย และวิธีกรีด การตั้งเป้าหมายผลผลิตรวมของปี 2570 โดยไม่ระบุว่ามาจากด้านใด จะทำให้วัดผลของมาตรการไม่ได้เมื่อสิ้นปี
ด้านตลาดปลายทางและคู่แข่ง: ตารางที่ 8 และ 9 แสดงว่ามูลค่าส่งออกกระจุกที่ปลายทางไม่กี่ราย และแยกให้เห็นว่าเงินที่เปลี่ยนไปมาจากราคาหรือปริมาณ ส่วนตารางที่ 10 แสดงว่าไทยอยู่ตรงไหนในกลุ่มผู้ส่งออกของโลก ทั้งสามใบชี้ว่าการเพิ่มรายได้มีสองทางที่ไม่เหมือนกัน คือเพิ่มปริมาณในตลาดเดิม ซึ่งขึ้นกับผู้ซื้อและถูกคู่แข่งที่ขายถูกกว่าแย่งได้ กับเปลี่ยนส่วนผสมสินค้าไปยังกลุ่มที่ราคาต่อหน่วยสูงกว่า ซึ่งอยู่ในมือของนโยบายไทยเอง และใช้ได้กับไม้ยางในตารางที่ 12 ด้วย
รายงานฉบับนี้ปิดข้อมูลราคาที่เดือนสิงหาคม 2569 และข้อมูลศุลกากรที่เดือนกรกฎาคม 2569 · ตัวเลขทุกตัวอ่านจากคลังข้อมูล กยท. ย่อหน้าเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะแก้ไขได้ในระบบ
เล่มรายปีมีสองหน้าต่างเวลาที่ไม่เท่ากันและแยกกันเสมอ — ราคาตลาดกลาง กยท. ถึงเดือนสิงหาคม 2569 และข้อมูลศุลกากรถึงเดือนกรกฎาคม 2569 · ผลิต–ใช้ของโลกและเนื้อที่–ผลผลิตของไทยมาจากรายงาน ANRPC ฉบับล่าสุดในคลัง (มิใช่ สศก.) · ตารางส่งออกเป็นบาทและตันเนื้อยางแห้งจากกรมศุลกากร ไม่นำไปบวกกับตัวเลขดอลลาร์ของ BACI ในเล่มรายประเทศ · ปีที่ข้อมูลศุลกากรไม่ครบสิบสองเดือนมีเครื่องหมาย † กำกับทุกที่ที่ปรากฏ · ใช้คลังแก้ไขร่วมกับรายงานรายเดือนของเดือน anchor