
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–ออสเตรีย
ประเทศไทย
ออสเตรีย


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
ออสเตรีย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ออสเตรียเป็นประเทศในยุโรปกลางที่ไม่มีทางออกทะเล เศรษฐกิจพึ่งพาภาคการผลิตที่เน้นสินค้ามูลค่าสูงและเครื่องจักรเฉพาะทางมากกว่าการผลิตจำนวนมากด้วยต้นทุนต่ำ โครงสร้างอุตสาหกรรมประกอบด้วยวิสาหกิจขนาดกลางจำนวนมากที่ผลิตชิ้นส่วนป้อนห่วงโซ่อุปทานของเยอรมนีและยุโรปกลาง การไม่มีท่าเรือของตนเองทำให้สินค้านำเข้าต้องผ่านท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางเหนือและทางใต้ แล้วขนส่งต่อทางรถไฟและรถบรรทุก ต้นทุนโลจิสติกส์ภาคพื้นดินจึงเป็นส่วนหนึ่งของราคาส่งมอบถึงหน้าโรงงานเสมอ
ผู้ใช้ยางธรรมชาติหลักของออสเตรียคืออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางทางเทคนิค มิใช่ยางล้อรถยนต์นั่งเป็นหลักอย่างประเทศอื่นในกลุ่ม โดยมีกลุ่มบริษัทผลิตภัณฑ์ยางที่มีฐานอยู่ในประเทศผลิตท่อยางแรงดันสูง สายพานลำเลียง ราวจับบันไดเลื่อน และผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานอุตสาหกรรมและการแพทย์ ถัดมาคือชิ้นส่วนยางในยานยนต์ซึ่งป้อนโรงงานประกอบและโรงงานเครื่องยนต์ในประเทศและในเยอรมนี ลักษณะการใช้เช่นนี้ทำให้ความต้องการเน้นยางเกรดที่คุณสมบัติสม่ำเสมอมากกว่าเน้นราคาต่อหน่วยต่ำที่สุด
ออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้
เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ซึ่งบังคับใช้เท่ากันทั้งสหภาพ ผู้นำเข้าต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาและพิกัดแปลงปลูก เงื่อนไขนี้เข้าทางผู้ขายที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ อีกประการที่ต้องระวังคือการตีความสถิติ เพราะประเทศไม่มีท่าเรือ ยางส่วนมากจึงผ่านพิธีการที่ประเทศสมาชิกอื่นก่อนแล้วเคลื่อนย้ายเข้ามาในฐานะการค้าภายในสหภาพ ยอดนำเข้าตรงจากไทยจึงต่ำกว่ายางไทยที่ถูกใช้จริงในประเทศนี้
ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
นำเข้าจากโลก ปี 2567
1,891.46ล้าน$
−2.33%นำเข้าจากไทย
19.78ล้าน$
ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้
นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย
ในปี 2567 ออสเตรียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 1,891.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.33% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 19.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 1.05%
ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของออสเตรียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 1,733.76 เป็น 1,891.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.10%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางทรงตัวจาก 1.05% ในปี 2563 เป็น 1.05% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2564 ที่ 1.55% และต่ำสุดคือ 2566 ที่ 0.94%
เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่ออสเตรียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9.10% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 8.56% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 0.54 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ
| กลุ่ม | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | 61.62 | 0.03 | 0.05% |
| ยางล้อและยางใน | 857.60 | 7.83 | 0.91% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | 972.25 | 11.91 | 1.22% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังออสเตรีย มูลค่า 19.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 1.05% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้
ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก
การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก อินโดนีเซีย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่ออสเตรียนำเข้า (6.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —
ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
| พิกัด | รายการ | นำเข้าจากโลก (ล้าน$) | %เทียบปีก่อน | นำเข้าจากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | |||||
| 4001 | ยางธรรมชาติ | 19.98 | −2.30% | 0.03 | 0.14% |
| 4005 | ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ | 41.64 | −5.35% | 0.00 | 0.00% |
| ยางล้อและยางใน | |||||
| 4011 | ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 817.54 | −4.16% | 7.73 | 0.95% |
| 4012 | ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว | 29.29 | −25.65% | 0.01 | 0.05% |
| 4013 | ยางใน | 10.77 | +18.82% | 0.09 | 0.81% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | |||||
| 4002 | ยางสังเคราะห์ | 106.45 | +18.32% | 1.54 | 1.45% |
| 4003 | ยางรีเคลม | 0.78 | −5.01% | 0.00 | 0.00% |
| 4004 | เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้ | 1.16 | −23.42% | 0.00 | 0.00% |
| 4006 | ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์ | 5.91 | −22.43% | 0.00 | 0.02% |
| 4007 | เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ | 0.80 | −18.78% | 0.11 | 14.00% |
| 4008 | แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์ | 97.31 | −0.29% | 0.04 | 0.04% |
| 4009 | หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 138.26 | −4.29% | 0.63 | 0.46% |
| 4010 | สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง | 56.57 | −8.48% | 0.07 | 0.13% |
| 4014 | ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง | 38.76 | −14.91% | 1.65 | 4.26% |
| 4015 | เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 83.75 | −10.17% | 7.21 | 8.61% |
| 4016 | ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 441.48 | +3.61% | 0.66 | 0.15% |
| 4017 | ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง | 1.02 | −6.14% | 0.00 | 0.00% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของออสเตรีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 817.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 441.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4009) มูลค่า 138.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 14.00%
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.05% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 0.91% ทั้งที่ออสเตรียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 857.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 61.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งออสเตรียนำเข้าจากโลกมูลค่า 817.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 0.95% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ต้นทางยางธรรมชาติหลักของออสเตรียสามอันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย (34.75%) เยอรมนี (28.47%) เวียดนาม (12.61%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | อินโดนีเซีย | 6.94 | 4,124 | 34.75% |
| 2 | เยอรมนี | 5.69 | 2,336 | 28.47% |
| 3 | เวียดนาม | 2.52 | 1,311 | 12.61% |
| 4 | เนเธอร์แลนด์ | 1.82 | 974 | 9.10% |
| 5 | แคเมอรูน | 1.15 | 766 | 5.75% |
| 6 | มาเลเซีย | 0.44 | 242 | 2.20% |
| 7 | สวิตเซอร์แลนด์ | 0.37 | 0 | 1.85% |
| 8 | โกตดิวัวร์ | 0.32 | 184 | 1.61% |
| 9 | โปแลนด์ | 0.22 | 127 | 1.09% |
| 10 | สาธารณรัฐเช็ก | 0.19 | 117 | 0.97% |
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | เยอรมนี | 759.87 | 40.17% |
| 2 | สาธารณรัฐเช็ก | 118.94 | 6.29% |
| 3 | ฮังการี | 94.14 | 4.98% |
| 4 | อิตาลี | 89.16 | 4.71% |
| 5 | จีน | 87.44 | 4.62% |
| 6 | ฝรั่งเศส | 87.34 | 4.62% |
| 7 | โปแลนด์ | 64.88 | 3.43% |
| 8 | สโลวาเกีย | 64.68 | 3.42% |
| 9 | ตุรกี | 45.54 | 2.41% |
| 10 | เนเธอร์แลนด์ | 45.40 | 2.40% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของออสเตรีย
| ประเทศต้นทาง | 2563 | 2567 | เปลี่ยนแปลง | ราคา ($/ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| อินโดนีเซีย | 52.41% | 34.75% | −17.66 จุด | 1,683 |
| เยอรมนี | 26.03% | 28.47% | +2.44 จุด | 2,435 |
| เวียดนาม | 11.48% | 12.61% | +1.13 จุด | 1,921 |
| เนเธอร์แลนด์ | 1.16% | 9.10% | +7.94 จุด | 1,866 |
| มาเลเซีย | 1.23% | 2.20% | +0.97 จุด | 1,818 |
เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567
ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดออสเตรีย
ในปี 2567 ออสเตรียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 4,667 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,943 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 140.2% และสูงกว่าแคเมอรูนซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 211.1% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่กลับเสียส่วนแบ่งลง บ่งชี้ว่าผู้ซื้อเริ่มให้น้ำหนักกับต้นทุนมากขึ้น และส่วนต่างราคาที่ไทยเคยเรียกได้จากคุณภาพกำลังถูกท้าทาย จึงควรตรวจสอบว่าคุณภาพและเงื่อนไขการส่งมอบยังต่างจากคู่แข่งมากพอที่จะรองรับส่วนต่างราคานี้หรือไม่
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปออสเตรียมูลค่ารวม 58.76 ล้านบาท ลดลง 10.36% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 65.55 ล้านบาท
| ปี | มูลค่ารวม (ล้านบาท) | ผลิตภัณฑ์ยาง | รองเท้าที่ทำด้วยยาง |
|---|---|---|---|
| 2563 | 88.61 | 66.33 | — |
| 2564 | 168.38 | 155.56 | — |
| 2565 | 96.33 | 91.75 | — |
| 2566 | 80.80 | 54.00 | 17.22 |
| 2567 | 65.55 | 63.12 | 2.43 |
| 2568 | 58.76 | 46.30 | 12.46 |
| 2569* | 17.00 | 13.27 | 3.73 |
* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2566 ไทยส่งไปออสเตรีย 116 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 7.92 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 68.24 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2565 ที่ 52 ตัน มูลค่า 4.58 ล้านบาท หรือ 88.84 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าเพิ่มขึ้น 72.93% ปริมาณเพิ่มขึ้น 123.08% และราคาต่อหน่วยลดลง 23.19% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณที่ส่งได้มากขึ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นการขยายตลาดที่แท้จริง เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าหรือคำสั่งซื้อ มิได้อาศัยการขยับขึ้นของราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว
| ชนิดยาง | กลุ่มสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | สัดส่วนในกลุ่ม |
|---|---|---|---|
| ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 9.76 | 73.6% |
| รองเท้าที่ทำด้วยยาง | รองเท้าที่ทำด้วยยาง | 3.73 | 100.0% |
| ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรม | ผลิตภัณฑ์ยาง | 1.79 | 13.5% |
ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปออสเตรียมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 9.76 ล้านบาท
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 0.91%
จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 857.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย
มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 45.3%
ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้
ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 9.10% ไทยโต 8.56%
ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 0.53 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้
ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 4,667 ดอลลาร์สหรัฐ
สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 140.2% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม
คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ เพิ่ม 7.94 จุด
ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 150.1% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก
ฝั่งไทย ปี 2566 มูลค่าเพิ่ม 72.93%
โดยปริมาณเพิ่ม 123.08% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 68.24 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ออสเตรีย
ออสเตรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.05% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งออสเตรียนำเข้า 857.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 0.91% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 61.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 140.2% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.94 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับแคเมอรูน ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 211.1% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข
| หลักฐานจากคลังข้อมูล | สิ่งที่อนุมานได้ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.05% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 0.91% | ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่น | ผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ |
| ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 4,667 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 140.2% | ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุด | รักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ |
| เนเธอร์แลนด์เพิ่มส่วนแบ่ง 7.94 จุดในห้าปี | โครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุด | ติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี |
| ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป เพิ่ม 123.08% ในปี 2566 | ฐานคำสั่งซื้อยังขยายตัว มูลค่าที่ได้จึงไม่ได้พึ่งราคาเพียงอย่างเดียว | ใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน |
คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น
ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล