ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดบัลแกเรีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–บัลแกเรีย

ประเทศไทย

ยางพารา

บัลแกเรีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศบัลแกเรีย

บัลแกเรียเป็นประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหภาพยุโรป มีชายฝั่งทะเลดำและท่าเรือของตนเอง ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมทางบกที่เชื่อมยุโรปกลางเข้ากับตุรกีและตะวันออกกลาง เศรษฐกิจอยู่ระหว่างการยกระดับจากฐานต้นทุนแรงงานต่ำไปสู่การผลิตที่ซับซ้อนขึ้น โดยดึงดูดการลงทุนตั้งโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนไฟฟ้าเพื่อป้อนห่วงโซ่อุปทานของยุโรปตะวันตก ประเทศยังคงใช้เงินสกุลของตนเองในการค้าภายในบางส่วน ต้นทุนนำเข้าที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐจึงผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนอีกชั้น

ความต้องการยางธรรมชาติของบัลแกเรียมาจากโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตภัณฑ์ยางทางเทคนิคที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปตะวันตกเป็นหลัก มิใช่จากการบริโภคภายในประเทศ ถัดมาคือผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานเกษตรและงานก่อสร้าง และตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานอยู่ในประเทศ อุปสงค์จึงแปรผันตามคำสั่งซื้อของโรงงานประกอบในยุโรปตะวันตกมากกว่าจะแปรผันตามกำลังซื้อภายใน

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 บัลแกเรียเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 40 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 83.87% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 6.63% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 47.3% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าพิสูจน์แหล่งที่มาถึงระดับแปลงปลูก และการที่โรงงานในประเทศส่วนมากเป็นผู้รับจ้างผลิตให้บริษัทข้ามชาติ การกำหนดผู้ขายวัตถุดิบจึงมักตัดสินใจที่สำนักงานใหญ่ในประเทศอื่น อีกประการคือที่ตั้งบนเส้นทางการค้าทางบก ทำให้ยางบางส่วนเข้าประเทศผ่านท่าเรือของประเทศสมาชิกอื่นแล้วเคลื่อนย้ายต่อ สถิติการนำเข้าตรงจึงต่ำกว่าปริมาณที่ใช้จริง

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

588.71ล้าน$

+4.63%

นำเข้าจากไทย

39.05ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

6.63%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 บัลแกเรียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 588.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.63% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 39.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 6.63%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของบัลแกเรียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 439.71 เป็น 588.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33.89%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 3.45% ในปี 2563 เป็น 6.63% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2567 ที่ 6.63% และต่ำสุดคือ 2565 ที่ 3.05%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่บัลแกเรียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 33.89% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 157.08% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 123.19 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม44.6426.8260.08%
ยางล้อและยางใน278.309.733.50%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ265.762.500.94%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังบัลแกเรีย มูลค่า 39.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 6.63% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่บัลแกเรียนำเข้า (26.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ31.98+75.37%26.8283.87%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์12.66−17.26%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)270.12+8.62%9.553.54%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว6.52−26.13%0.101.50%
4013ยางใน1.66−31.65%0.085.07%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์29.22−7.27%0.000.00%
4003ยางรีเคลม0.39+105.24%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.13−63.31%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์2.24+5.26%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.35−26.92%0.0412.18%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์29.45−13.05%0.030.11%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์69.93+3.06%0.230.33%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง23.35−21.49%0.020.07%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง4.25−3.32%1.2729.85%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง14.06+22.73%0.735.20%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์92.12+6.02%0.180.19%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง0.27−21.87%0.000.37%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของบัลแกเรีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 270.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 92.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4009) มูลค่า 69.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 83.87%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่บัลแกเรียนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)270.12 ล้าน$(+8.62%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)92.12 ล้าน$(+6.02%)
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)69.93 ล้าน$(+3.06%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ยางธรรมชาติ(4001)83.87%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)29.85%
  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)12.18%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • ยางธรรมชาติ(4001)31.98 ล้าน$(+75.37%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)14.06 ล้าน$(+22.73%)
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)270.12 ล้าน$(+8.62%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 60.08% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.50% ทั้งที่บัลแกเรียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 44.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งบัลแกเรียนำเข้าจากโลกมูลค่า 270.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.54% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของบัลแกเรียสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (83.87%) อินโดนีเซีย (8.45%) อิตาลี (3.07%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย26.8214,13783.87%
2อินโดนีเซีย2.701,3518.45%
3อิตาลี0.981433.07%
4แคเมอรูน0.704492.20%
5เวียดนาม0.311910.98%
6โกตดิวัวร์0.13960.41%
7สเปน0.10480.30%
8ยูเครน0.07640.22%
9อินเดีย0.03220.10%
10เซอร์เบีย0.03180.08%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1ตุรกี107.4518.25%
2จีน62.1610.56%
3เยอรมนี59.2410.06%
4ไทย39.066.63%
5โปแลนด์32.865.58%
6เซอร์เบีย27.454.66%
7อิตาลี24.904.23%
8ฝรั่งเศส20.153.42%
9ญี่ปุ่น17.492.97%
10สเปน17.142.91%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของบัลแกเรียคือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 2.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 26.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 24.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75.42 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย35.46%83.87%+48.41 จุด1,898
อินโดนีเซีย38.70%8.45%30.25 จุด2,001
อิตาลี2.01%3.07%+1.06 จุด6,860
เวียดนาม2.59%0.98%1.61 จุด1,634
โกตดิวัวร์2.31%0.41%1.90 จุด1,375

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของบัลแกเรียเพิ่มขึ้น 48.41 จุด จาก 35.46% เป็น 83.87% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 30.25 จุด และโกตดิวัวร์ ลดลง 1.90 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 33.76 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 49.47 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคืออิตาลี ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.06 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 บัลแกเรียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,898 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,931 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 1.7% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 38.0% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปบัลแกเรีย

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปบัลแกเรียมูลค่ารวม 1,116.57 ล้านบาท ลดลง 8.47% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 1,219.88 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ยางธรรมชาติแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
2563411.71279.28132.43
2564669.15512.62156.53
2565535.37263.54269.891.94
2566626.99418.69196.7911.51
25671,219.88942.07256.4721.34
25681,116.57811.88288.6916.00
2569*754.03427.59317.319.13

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปบัลแกเรีย 12,277 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 811.88 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 66.13 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 14,132 ตัน มูลค่า 942.07 ล้านบาท หรือ 66.66 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 13.82% ปริมาณลดลง 13.13% และราคาต่อหน่วยลดลง 0.80% มูลค่าลดลงจากทั้งสองด้านพร้อมกัน คือขายได้น้อยลงและได้ราคาต่ำลงด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรให้น้ำหนักมากกว่ากรณีที่ลดลงจากด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่อ่อนลงและอำนาจต่อรองที่ลดลงในเวลาเดียวกัน

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป427.59100.0%
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง307.1096.8%
อื่น ๆอื่น ๆ9.13100.0%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปบัลแกเรียมากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 427.59 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 307.10 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 40 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 83.87%

เพิ่มขึ้น 48.41 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.50%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 47.3%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 33.89% ไทยโต 157.08%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 123.19 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,898 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 1.7% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคืออิตาลี เพิ่ม 1.06 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 13.82%

โดยปริมาณลด 13.13% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 66.13 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย

บัลแกเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 60.08% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งบัลแกเรียนำเข้า 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.50% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 44.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 1.7% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของอิตาลี ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.06 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 38.0% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 60.08% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.50%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,898 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1.7%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
อิตาลีเพิ่มส่วนแบ่ง 1.06 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 13.13% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้