
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–บัลแกเรีย
ประเทศไทย
บัลแกเรีย


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
บัลแกเรีย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
บัลแกเรียเป็นประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหภาพยุโรป มีชายฝั่งทะเลดำและท่าเรือของตนเอง ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมทางบกที่เชื่อมยุโรปกลางเข้ากับตุรกีและตะวันออกกลาง เศรษฐกิจอยู่ระหว่างการยกระดับจากฐานต้นทุนแรงงานต่ำไปสู่การผลิตที่ซับซ้อนขึ้น โดยดึงดูดการลงทุนตั้งโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนไฟฟ้าเพื่อป้อนห่วงโซ่อุปทานของยุโรปตะวันตก ประเทศยังคงใช้เงินสกุลของตนเองในการค้าภายในบางส่วน ต้นทุนนำเข้าที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐจึงผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนอีกชั้น
ความต้องการยางธรรมชาติของบัลแกเรียมาจากโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตภัณฑ์ยางทางเทคนิคที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปตะวันตกเป็นหลัก มิใช่จากการบริโภคภายในประเทศ ถัดมาคือผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานเกษตรและงานก่อสร้าง และตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานอยู่ในประเทศ อุปสงค์จึงแปรผันตามคำสั่งซื้อของโรงงานประกอบในยุโรปตะวันตกมากกว่าจะแปรผันตามกำลังซื้อภายใน
ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 บัลแกเรียเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 40 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 83.87% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 6.63% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 47.3% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ
เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าพิสูจน์แหล่งที่มาถึงระดับแปลงปลูก และการที่โรงงานในประเทศส่วนมากเป็นผู้รับจ้างผลิตให้บริษัทข้ามชาติ การกำหนดผู้ขายวัตถุดิบจึงมักตัดสินใจที่สำนักงานใหญ่ในประเทศอื่น อีกประการคือที่ตั้งบนเส้นทางการค้าทางบก ทำให้ยางบางส่วนเข้าประเทศผ่านท่าเรือของประเทศสมาชิกอื่นแล้วเคลื่อนย้ายต่อ สถิติการนำเข้าตรงจึงต่ำกว่าปริมาณที่ใช้จริง
ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
นำเข้าจากโลก ปี 2567
588.71ล้าน$
+4.63%นำเข้าจากไทย
39.05ล้าน$
ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้
นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย
ในปี 2567 บัลแกเรียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 588.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.63% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 39.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 6.63%
ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของบัลแกเรียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 439.71 เป็น 588.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33.89%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 3.45% ในปี 2563 เป็น 6.63% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2567 ที่ 6.63% และต่ำสุดคือ 2565 ที่ 3.05%
เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่บัลแกเรียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 33.89% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 157.08% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 123.19 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ
| กลุ่ม | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | 44.64 | 26.82 | 60.08% |
| ยางล้อและยางใน | 278.30 | 9.73 | 3.50% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | 265.76 | 2.50 | 0.94% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังบัลแกเรีย มูลค่า 39.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 6.63% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้
ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก
การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่บัลแกเรียนำเข้า (26.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1
ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
| พิกัด | รายการ | นำเข้าจากโลก (ล้าน$) | %เทียบปีก่อน | นำเข้าจากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | |||||
| 4001 | ยางธรรมชาติ | 31.98 | +75.37% | 26.82 | 83.87% |
| 4005 | ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ | 12.66 | −17.26% | 0.00 | 0.00% |
| ยางล้อและยางใน | |||||
| 4011 | ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 270.12 | +8.62% | 9.55 | 3.54% |
| 4012 | ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว | 6.52 | −26.13% | 0.10 | 1.50% |
| 4013 | ยางใน | 1.66 | −31.65% | 0.08 | 5.07% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | |||||
| 4002 | ยางสังเคราะห์ | 29.22 | −7.27% | 0.00 | 0.00% |
| 4003 | ยางรีเคลม | 0.39 | +105.24% | 0.00 | 0.00% |
| 4004 | เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้ | 0.13 | −63.31% | 0.00 | 0.00% |
| 4006 | ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์ | 2.24 | +5.26% | 0.00 | 0.00% |
| 4007 | เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ | 0.35 | −26.92% | 0.04 | 12.18% |
| 4008 | แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์ | 29.45 | −13.05% | 0.03 | 0.11% |
| 4009 | หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 69.93 | +3.06% | 0.23 | 0.33% |
| 4010 | สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง | 23.35 | −21.49% | 0.02 | 0.07% |
| 4014 | ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง | 4.25 | −3.32% | 1.27 | 29.85% |
| 4015 | เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 14.06 | +22.73% | 0.73 | 5.20% |
| 4016 | ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 92.12 | +6.02% | 0.18 | 0.19% |
| 4017 | ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง | 0.27 | −21.87% | 0.00 | 0.37% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของบัลแกเรีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 270.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 92.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4009) มูลค่า 69.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 83.87%
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 60.08% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.50% ทั้งที่บัลแกเรียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 44.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งบัลแกเรียนำเข้าจากโลกมูลค่า 270.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.54% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
ต้นทางยางธรรมชาติหลักของบัลแกเรียสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (83.87%) อินโดนีเซีย (8.45%) อิตาลี (3.07%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ไทย | 26.82 | 14,137 | 83.87% |
| 2 | อินโดนีเซีย | 2.70 | 1,351 | 8.45% |
| 3 | อิตาลี | 0.98 | 143 | 3.07% |
| 4 | แคเมอรูน | 0.70 | 449 | 2.20% |
| 5 | เวียดนาม | 0.31 | 191 | 0.98% |
| 6 | โกตดิวัวร์ | 0.13 | 96 | 0.41% |
| 7 | สเปน | 0.10 | 48 | 0.30% |
| 8 | ยูเครน | 0.07 | 64 | 0.22% |
| 9 | อินเดีย | 0.03 | 22 | 0.10% |
| 10 | เซอร์เบีย | 0.03 | 18 | 0.08% |
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | ตุรกี | 107.45 | 18.25% |
| 2 | จีน | 62.16 | 10.56% |
| 3 | เยอรมนี | 59.24 | 10.06% |
| 4 | ไทย | 39.06 | 6.63% |
| 5 | โปแลนด์ | 32.86 | 5.58% |
| 6 | เซอร์เบีย | 27.45 | 4.66% |
| 7 | อิตาลี | 24.90 | 4.23% |
| 8 | ฝรั่งเศส | 20.15 | 3.42% |
| 9 | ญี่ปุ่น | 17.49 | 2.97% |
| 10 | สเปน | 17.14 | 2.91% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของบัลแกเรียคือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 2.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 26.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 24.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 75.42 จุดของสัดส่วนตลาด
| ประเทศต้นทาง | 2563 | 2567 | เปลี่ยนแปลง | ราคา ($/ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| ไทย | 35.46% | 83.87% | +48.41 จุด | 1,898 |
| อินโดนีเซีย | 38.70% | 8.45% | −30.25 จุด | 2,001 |
| อิตาลี | 2.01% | 3.07% | +1.06 จุด | 6,860 |
| เวียดนาม | 2.59% | 0.98% | −1.61 จุด | 1,634 |
| โกตดิวัวร์ | 2.31% | 0.41% | −1.90 จุด | 1,375 |
เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567
ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของบัลแกเรียเพิ่มขึ้น 48.41 จุด จาก 35.46% เป็น 83.87% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 30.25 จุด และโกตดิวัวร์ ลดลง 1.90 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 33.76 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 49.47 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคืออิตาลี ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.06 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย
ในปี 2567 บัลแกเรียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,898 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,931 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 1.7% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 38.0% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปบัลแกเรียมูลค่ารวม 1,116.57 ล้านบาท ลดลง 8.47% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 1,219.88 ล้านบาท
| ปี | มูลค่ารวม (ล้านบาท) | ยางธรรมชาติแปรรูป | ผลิตภัณฑ์ยาง | อื่น ๆ |
|---|---|---|---|---|
| 2563 | 411.71 | 279.28 | 132.43 | — |
| 2564 | 669.15 | 512.62 | 156.53 | — |
| 2565 | 535.37 | 263.54 | 269.89 | 1.94 |
| 2566 | 626.99 | 418.69 | 196.79 | 11.51 |
| 2567 | 1,219.88 | 942.07 | 256.47 | 21.34 |
| 2568 | 1,116.57 | 811.88 | 288.69 | 16.00 |
| 2569* | 754.03 | 427.59 | 317.31 | 9.13 |
* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปบัลแกเรีย 12,277 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 811.88 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 66.13 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 14,132 ตัน มูลค่า 942.07 ล้านบาท หรือ 66.66 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 13.82% ปริมาณลดลง 13.13% และราคาต่อหน่วยลดลง 0.80% มูลค่าลดลงจากทั้งสองด้านพร้อมกัน คือขายได้น้อยลงและได้ราคาต่ำลงด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรให้น้ำหนักมากกว่ากรณีที่ลดลงจากด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่อ่อนลงและอำนาจต่อรองที่ลดลงในเวลาเดียวกัน
| ชนิดยาง | กลุ่มสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | สัดส่วนในกลุ่ม |
|---|---|---|---|
| ยางแท่ง | ยางธรรมชาติแปรรูป | 427.59 | 100.0% |
| ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 307.10 | 96.8% |
| อื่น ๆ | อื่น ๆ | 9.13 | 100.0% |
ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปบัลแกเรียมากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 427.59 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 307.10 ล้านบาท
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ตลาดขนาดอันดับที่ 40 ของโลก
จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง
ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 83.87%
เพิ่มขึ้น 48.41 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น
ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.50%
จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย
มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 47.3%
ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้
ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 33.89% ไทยโต 157.08%
ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 123.19 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้
ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,898 ดอลลาร์สหรัฐ
ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 1.7% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก
คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคืออิตาลี เพิ่ม 1.06 จุด
จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป
ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 13.82%
โดยปริมาณลด 13.13% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 66.13 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–บัลแกเรีย
บัลแกเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 60.08% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งบัลแกเรียนำเข้า 278.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.50% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 44.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 1.7% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของอิตาลี ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.06 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 38.0% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข
| หลักฐานจากคลังข้อมูล | สิ่งที่อนุมานได้ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 60.08% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.50% | ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่น | ผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ |
| ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,898 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1.7% | ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลัก | ยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน |
| อิตาลีเพิ่มส่วนแบ่ง 1.06 จุดในห้าปี | โครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุด | ติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี |
| ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 13.13% ในปี 2568 | คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุด | ใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน |
คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น
ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล