ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดจีน · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–จีน

ประเทศไทย

ยางพารา

จีน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศจีน

จีนเป็นผู้ใช้ยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด การนำเข้ายางของจีนจึงมิได้สะท้อนเพียงการบริโภคภายใน แต่สะท้อนบทบาทของจีนในฐานะโรงงานของโลกที่นำวัตถุดิบเข้ามาแปรรูปแล้วส่งออกต่อ ทิศทางเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ การผลิตยานยนต์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นตัวกำหนดอุปสงค์ยางของโลกโดยตรง และเป็นปัจจัยที่ส่งผ่านมาถึงราคายางที่เกษตรกรไทยได้รับ

อุตสาหกรรมที่ใช้ยางของจีนครอบคลุมตั้งแต่การผลิตยางล้อซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ไปจนถึงถุงมือยาง สายพานลำเลียง ท่อยาง และผลิตภัณฑ์ยางสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท จีนยังมีตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าที่ทำหน้าที่เป็นราคาอ้างอิงของภูมิภาค ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาในตลาดจีนส่งผลต่อการตั้งราคาซื้อขายจริงในตลาดกายภาพของไทย

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 จีนเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 1 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 37.44% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 26.29% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 4.8% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ปัจจัยที่ควรติดตามคือระดับสต๊อกยางในคลังสินค้าของจีนและนโยบายสำรองยางของภาครัฐ เพราะการระบายหรือการสะสมสต๊อกสามารถเปลี่ยนทิศทางอุปสงค์นำเข้าได้เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของการผลิตจริง นอกจากนี้ การขยายพื้นที่ปลูกยางในภาคใต้ของจีนและในประเทศเพื่อนบ้านที่จีนเข้าไปลงทุน เป็นตัวแปรระยะยาวที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าจากไทยลงได้

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

17,086.03ล้าน$

+7.50%

นำเข้าจากไทย

4,492.22ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

26.29%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 จีนนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 17,086.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.50% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 4,492.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 26.29%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของจีนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 15,467.92 เป็น 17,086.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (10.46%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 26.96% ในปี 2563 เป็น 26.29% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 29.02% และต่ำสุดคือ 2567 ที่ 26.29%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่จีนนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10.46% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 7.73% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 2.73 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม4,211.471,489.8835.38%
ยางล้อและยางใน813.54166.9920.53%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ12,061.002,835.3623.51%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังจีน มูลค่า 4,492.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 26.29% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่จีนนำเข้า (1,461.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ3,904.15+16.07%1,461.5837.44%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์307.32−4.09%28.309.21%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)747.00−21.65%124.2316.63%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว63.94+6.34%42.6866.75%
4013ยางใน2.60−31.71%0.082.93%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์8,801.07+10.24%2,355.0526.76%
4003ยางรีเคลม112.37+15.59%51.5645.88%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้6.22+207.37%3.9864.07%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์9.81−6.80%0.323.23%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์258.53+7.98%203.1678.58%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์175.80+10.81%3.612.05%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์451.94+0.76%27.085.99%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง176.50+4.56%13.367.57%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง134.36−7.69%64.1047.71%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง247.56+11.15%72.3329.22%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์1,678.06−1.63%40.512.41%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง8.78−9.36%0.303.37%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของจีน ได้แก่ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 8,801.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มูลค่า 3,904.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 1,678.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 78.58%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่จีนนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางสังเคราะห์(4002)8,801.07 ล้าน$(+10.24%)
  • ยางธรรมชาติ(4001)3,904.15 ล้าน$(+16.07%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)1,678.06 ล้าน$(−1.63%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)78.58%
  • ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว(4012)66.75%
  • เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้(4004)64.07%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้(4004)6.22 ล้าน$(+207.37%)
  • ยางธรรมชาติ(4001)3,904.15 ล้าน$(+16.07%)
  • ยางรีเคลม(4003)112.37 ล้าน$(+15.59%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 35.38% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 20.53% ทั้งที่จีนนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 813.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 4,211.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) ซึ่งจีนนำเข้าจากโลกมูลค่า 8,801.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 26.76% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของจีนสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (37.44%) โกตดิวัวร์ (14.62%) สปป. ลาว (10.13%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย1,461.58899,33237.44%
2โกตดิวัวร์570.74385,19814.62%
3สปป. ลาว395.56216,11010.13%
4มาเลเซีย389.26228,3079.97%
5เวียดนาม360.50255,0229.23%
6เมียนมา336.91235,8468.63%
7อินโดนีเซีย298.74166,7317.65%
8สิงคโปร์38.4623,2460.99%
9ฟิลิปปินส์15.968,9920.41%
10ไลบีเรีย9.965,7640.26%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1ไทย4,492.2226.29%
2เวียดนาม2,361.1713.82%
3มาเลเซีย1,402.578.21%
4ญี่ปุ่น1,169.296.84%
5รัสเซีย924.375.41%
6เกาหลีใต้821.914.81%
7เยอรมนี696.224.07%
8สหรัฐอเมริกา596.083.49%
9โกตดิวัวร์571.093.34%
10เมียนมา570.593.34%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของจีนคือ โกตดิวัวร์ อันดับที่ 2 มูลค่า 570.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 1,461.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 890.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 22.82 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย43.86%37.44%6.42 จุด1,625
โกตดิวัวร์7.86%14.62%+6.76 จุด1,482
สปป. ลาว2.51%10.13%+7.62 จุด1,830
มาเลเซีย13.35%9.97%3.38 จุด1,705
เวียดนาม9.00%9.23%+0.23 จุด1,414
เมียนมา7.00%8.63%+1.63 จุด1,429

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของจีนลดลง 6.42 จุด จาก 43.86% เป็น 37.44% ส่วนแบ่งที่หายไปถูกรับช่วงโดยต้นทางที่รุกคืบขึ้นมาแทน ได้แก่ สปป. ลาว เพิ่มขึ้น 7.62 จุด และโกตดิวัวร์ เพิ่มขึ้น 6.76 จุด การเปลี่ยนมือเช่นนี้บ่งชี้ว่าตลาดมิได้หดตัวจนทุกฝ่ายเสียหายเท่ากัน แต่เป็นการเปลี่ยนแหล่งซื้อของผู้นำเข้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากราคา คุณภาพ หรือเงื่อนไขการส่งมอบ

ในปี 2567 จีนจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,625 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,601 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 1.5% และสูงกว่าเวียดนามซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,414 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 14.9% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่กลับเสียส่วนแบ่งลง บ่งชี้ว่าผู้ซื้อเริ่มให้น้ำหนักกับต้นทุนมากขึ้น และส่วนต่างราคาที่ไทยเคยเรียกได้จากคุณภาพกำลังถูกท้าทาย จึงควรตรวจสอบว่าคุณภาพและเงื่อนไขการส่งมอบยังต่างจากคู่แข่งมากพอที่จะรองรับส่วนต่างราคานี้หรือไม่

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปจีน

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปจีนมูลค่ารวม 235,675.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.66% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 203,758.78 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ยางธรรมชาติแปรรูปไม้ยางพาราผลิตภัณฑ์ยาง
2563156,676.34106,304.0928,592.6118,690.75
2564183,567.81123,345.0732,451.4624,442.19
2565205,523.60147,159.5232,266.8722,528.41
2566187,599.81125,818.7339,247.6818,694.49
2567203,758.78136,044.1242,206.7520,639.95
2568235,675.51173,882.9736,734.9119,729.56
2569*132,294.7194,704.4722,373.8911,593.48

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปจีน 2,647,025 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 173,882.97 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 65.69 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 2,156,514 ตัน มูลค่า 136,044.12 ล้านบาท หรือ 63.09 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าเพิ่มขึ้น 27.81% ปริมาณเพิ่มขึ้น 22.75% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 4.12% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณที่ส่งได้มากขึ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นการขยายตลาดที่แท้จริง เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าหรือคำสั่งซื้อ มิได้อาศัยการขยับขึ้นของราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางผสมยางธรรมชาติแปรรูป67,075.6770.8%
ไม้ยางพาราแปรรูปไม้ยางพารา22,373.89100.0%
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป18,637.6219.7%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปจีนมากที่สุดคือ ยางผสม มูลค่า 67,075.67 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 3,086.99 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 1 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 37.44%

ลดลง 6.42 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้ถูกกดดัน

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 20.53%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 813.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 4.8%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 10.46% ไทยโต 7.73%

ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 2.73 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,625 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 1.5% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือสปป. ลาว เพิ่ม 7.62 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าเพิ่ม 27.81%

โดยปริมาณเพิ่ม 22.75% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 65.69 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–จีน

จีน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 35.38% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งจีนนำเข้า 813.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 20.53% มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 1.5% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด แนวทางที่ควรทำคือรักษาความสม่ำเสมอของเกรดที่ส่งมอบ และสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกไว้ล่วงหน้า เพราะเงื่อนไขด้านความยั่งยืนกำลังขยายจากตลาดยุโรปไปสู่ตลาดอื่นตามลำดับ

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของสปป. ลาว ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.62 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 14.9% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 35.38% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 20.53%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,625 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
สปป. ลาวเพิ่มส่วนแบ่ง 7.62 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป เพิ่ม 22.75% ในปี 2568ฐานคำสั่งซื้อยังขยายตัว มูลค่าที่ได้จึงไม่ได้พึ่งราคาเพียงอย่างเดียวใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้