
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–ไซปรัส
ประเทศไทย
ไซปรัส


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
ไซปรัส

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ไซปรัสเป็นประเทศเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เศรษฐกิจพึ่งพาภาคบริการเกือบทั้งหมด โดยมีการท่องเที่ยว บริการทางการเงินและกฎหมาย และการจดทะเบียนเรือพาณิชย์เป็นเสาหลัก ภาคการผลิตมีขนาดเล็กมากและผลิตเพื่อตลาดภายในเป็นหลัก การเป็นเกาะทำให้สินค้าทุกอย่างต้องนำเข้าทางทะเลหรือทางอากาศ ต้นทุนขนส่งต่อหน่วยจึงสูงกว่าประเทศที่มีพรมแดนทางบกติดกับตลาดร่วม
ความต้องการยางธรรมชาติของไซปรัสมีขนาดเล็กที่สุดกลุ่มหนึ่งในสหภาพ และมิได้มาจากอุตสาหกรรมการผลิต ผู้ใช้หลักคือตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานอยู่ในประเทศและกองรถเช่าเพื่อการท่องเที่ยว งานก่อสร้างซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์ยางเป็นส่วนประกอบ และงานซ่อมบำรุงเรือ สินค้าที่นำเข้าส่วนมากจึงเป็นผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปมากกว่าวัตถุดิบยางธรรมชาติสำหรับป้อนโรงงาน
ไซปรัสเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้
เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งบังคับใช้เท่ากันทั้งสหภาพแม้กับผู้นำเข้ารายเล็ก และขนาดคำสั่งซื้อที่เล็กเกินกว่าจะสั่งตรงจากประเทศผู้ผลิตได้ในทางปฏิบัติ การนำเข้าจึงมักผ่านผู้ค้าและคลังสินค้าในภาคพื้นยุโรป ตัวเลขการค้าตรงกับไทยจึงมิได้สะท้อนการใช้ยางไทยในประเทศนี้ อีกประการคือความอ่อนไหวต่อวัฏจักรการท่องเที่ยวซึ่งกำหนดความต้องการยางล้อทดแทนเกือบทั้งหมด
ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
นำเข้าจากโลก ปี 2567
107.23ล้าน$
+10.47%นำเข้าจากไทย
2.58ล้าน$
ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้
นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย
ในปี 2567 ไซปรัสนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 107.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.47% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 2.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.41%
ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของไซปรัสจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 75.52 เป็น 107.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (41.99%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 4.71% ในปี 2563 เป็น 2.41% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2563 ที่ 4.71% และต่ำสุดคือ 2567 ที่ 2.41%
เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่ไซปรัสนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 41.99% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยลดลง 27.53% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 69.52 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะลดลงก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ
| กลุ่ม | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | 0.55 | 0.00 | 0.00% |
| ยางล้อและยางใน | 74.84 | 2.25 | 3.01% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | 31.82 | 0.33 | 1.04% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังไซปรัส มูลค่า 2.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.41% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้
ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก
การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่ไซปรัสนำเข้า (0.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —
ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
| พิกัด | รายการ | นำเข้าจากโลก (ล้าน$) | %เทียบปีก่อน | นำเข้าจากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | |||||
| 4001 | ยางธรรมชาติ | 0.06 | −28.21% | 0.00 | 0.00% |
| 4005 | ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ | 0.49 | +31.81% | 0.00 | 0.41% |
| ยางล้อและยางใน | |||||
| 4011 | ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 73.93 | +10.26% | 2.24 | 3.03% |
| 4012 | ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว | 0.42 | −18.11% | 0.00 | 0.00% |
| 4013 | ยางใน | 0.49 | +62.30% | 0.01 | 1.62% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | |||||
| 4002 | ยางสังเคราะห์ | 2.00 | +23.86% | 0.00 | 0.00% |
| 4003 | ยางรีเคลม | 0.08 | +7.89% | 0.00 | 0.00% |
| 4004 | เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้ | 0.12 | −24.39% | 0.00 | 0.00% |
| 4006 | ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์ | 0.24 | −0.81% | 0.00 | 0.00% |
| 4007 | เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ | 0.02 | −58.49% | 0.00 | 0.00% |
| 4008 | แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์ | 3.34 | +9.42% | 0.00 | 0.03% |
| 4009 | หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 4.93 | +21.08% | 0.01 | 0.20% |
| 4010 | สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง | 2.99 | +25.67% | 0.03 | 0.94% |
| 4014 | ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง | 1.49 | −8.82% | 0.07 | 4.90% |
| 4015 | เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 6.85 | +10.84% | 0.12 | 1.71% |
| 4016 | ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 9.64 | +5.22% | 0.10 | 1.03% |
| 4017 | ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง | 0.12 | +7.21% | 0.00 | 0.00% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของไซปรัส ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 73.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 9.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง (พิกัด 4015) มูลค่า 6.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 4.90%
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.00% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.01% ทั้งที่ไซปรัสนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 74.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 0.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งไซปรัสนำเข้าจากโลกมูลค่า 73.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.03% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ต้นทางยางธรรมชาติหลักของไซปรัสสามอันดับแรก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ (39.29%) ตุรกี (37.50%) สหราชอาณาจักร (7.14%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เนเธอร์แลนด์ | 0.02 | 3 | 39.29% |
| 2 | ตุรกี | 0.02 | 9 | 37.50% |
| 3 | สหราชอาณาจักร | 0.00 | 0 | 7.14% |
| 4 | เยอรมนี | 0.00 | 0 | 7.14% |
| 5 | อิตาลี | 0.00 | 0 | 1.79% |
| 6 | บราซิล | 0.00 | 0 | 1.79% |
| 7 | เดนมาร์ก | 0.00 | 0 | 1.79% |
| 8 | จีน | 0.00 | 0 | 1.79% |
| 9 | กรีซ | 0.00 | 0 | 0.00% |
| 10 | เบลเยียม | 0.00 | 0 | 0.00% |
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | จีน | 23.07 | 21.51% |
| 2 | ตุรกี | 12.12 | 11.31% |
| 3 | กรีซ | 11.35 | 10.59% |
| 4 | เยอรมนี | 9.63 | 8.99% |
| 5 | เนเธอร์แลนด์ | 8.27 | 7.71% |
| 6 | อิตาลี | 6.73 | 6.27% |
| 7 | อินเดีย | 3.03 | 2.82% |
| 8 | เวียดนาม | 2.62 | 2.44% |
| 9 | ไทย | 2.58 | 2.41% |
| 10 | เซอร์เบีย | 2.42 | 2.26% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของไซปรัส
| ประเทศต้นทาง | 2563 | 2567 | เปลี่ยนแปลง | ราคา ($/ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| เนเธอร์แลนด์ | 30.00% | 39.29% | +9.29 จุด | 7,333 |
| ตุรกี | 10.00% | 37.50% | +27.50 จุด | 2,333 |
| สหราชอาณาจักร | 0.00% | 7.14% | +7.14 จุด | — |
| เยอรมนี | 10.00% | 7.14% | −2.86 จุด | — |
| อิตาลี | 10.00% | 1.79% | −8.21 จุด | — |
เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567
ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดไซปรัส
ยังไม่มีข้อมูลปริมาณครบถ้วนพอที่จะคำนวณราคาต่อหน่วยที่ไซปรัสจ่ายให้แต่ละต้นทาง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปไซปรัสมูลค่ารวม 102.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.86% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 67.76 ล้านบาท
| ปี | มูลค่ารวม (ล้านบาท) | ผลิตภัณฑ์ยาง |
|---|---|---|
| 2563 | 90.71 | 90.71 |
| 2564 | 75.13 | 75.13 |
| 2565 | 82.73 | 80.92 |
| 2566 | 78.79 | 78.79 |
| 2567 | 67.76 | 66.18 |
| 2568 | 102.22 | 102.22 |
| 2569* | 84.15 | 84.15 |
* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ยังไม่มีปีข้อมูลที่ครบปีสองปีติดกันของยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งไปไซปรัส จึงยังแยกไม่ได้ว่ามูลค่าที่เปลี่ยนไปมาจากราคาหรือจากปริมาณ
| ชนิดยาง | กลุ่มสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | สัดส่วนในกลุ่ม |
|---|---|---|---|
| ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 80.76 | 96.0% |
| ถุงมืออื่นๆ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 1.62 | 1.9% |
| ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจากยางแข็ง | ผลิตภัณฑ์ยาง | 0.98 | 1.2% |
ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปไซปรัสมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 80.76 ล้านบาท
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.01%
จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 74.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย
มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 69.8%
ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้
ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 41.99% ไทยหด 27.53%
ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 69.52 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้
คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือตุรกี เพิ่ม 27.50 จุด
จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไซปรัส
ไซปรัส
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.00% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งไซปรัสนำเข้า 74.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.01% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 0.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว
ยังไม่ได้บันทึกข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการในระบบ — กองบรรณาธิการกรอกได้ในหน้ารายงาน
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของตุรกี ซึ่งเพิ่มขึ้น 27.50 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข
| หลักฐานจากคลังข้อมูล | สิ่งที่อนุมานได้ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.00% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.01% | ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่น | ผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ |
| ตุรกีเพิ่มส่วนแบ่ง 27.50 จุดในห้าปี | โครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุด | ติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี |
คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น
ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล