ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดเดนมาร์ก · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–เดนมาร์ก

ประเทศไทย

ยางพารา

เดนมาร์ก

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศเดนมาร์ก

เดนมาร์กเป็นประเทศในยุโรปเหนือที่ภาคบริการและอุตสาหกรรมเฉพาะทางมีสัดส่วนสูง โดยมีเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ พลังงานลม และอุตสาหกรรมอาหารเป็นเสาหลัก มิใช่การผลิตยานยนต์อย่างประเทศอื่นในกลุ่ม ประเทศมีท่าเรือของตนเองและตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือระหว่างทะเลเหนือกับทะเลบอลติก จึงมีบทบาทด้านการขนส่งทางทะเลและการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคนอร์ดิกเกินขนาดของเศรษฐกิจภายใน

ความต้องการยางธรรมชาติของเดนมาร์กกระจายอยู่ในผลิตภัณฑ์เฉพาะทางมากกว่าจะกระจุกที่ยางล้อ ผู้ใช้สำคัญคืออุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์และเวชภัณฑ์ซึ่งใช้ชิ้นส่วนยางที่ต้องผ่านมาตรฐานความสะอาดและความเข้ากันได้ทางชีวภาพ อุตสาหกรรมพลังงานลมซึ่งใช้ซีลและวัสดุกันรั่วในระบบส่งกำลังและระบบไฮดรอลิก และอุตสาหกรรมอาหารซึ่งใช้สายพานลำเลียงและท่อยางที่ต้องได้มาตรฐานสัมผัสอาหาร ลักษณะเช่นนี้ทำให้ตลาดให้น้ำหนักกับเอกสารรับรองคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบมากกว่าราคา

เดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่ผู้ซื้อในตลาดนี้มักกำหนดเพิ่มเติมเหนือกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และการเปิดเผยข้อมูลสายอุปทาน ผู้ขายที่จัดทำเอกสารได้ครบย่อมเข้าถึงตลาดนี้ได้ดีกว่าผู้ที่แข่งด้วยราคาเพียงอย่างเดียว อีกประการคือขนาดของอุปสงค์ภายในประเทศไม่ใหญ่ แต่บทบาทศูนย์กระจายสินค้าสู่ภูมิภาคนอร์ดิกทำให้ยอดนำเข้าส่วนหนึ่งถูกส่งต่อไปประเทศอื่น

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

978.79ล้าน$

+8.02%

นำเข้าจากไทย

24.58ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.51%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 เดนมาร์กนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 978.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.02% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 24.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.51%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของเดนมาร์กจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 847.94 เป็น 978.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (15.43%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 1.58% ในปี 2563 เป็น 2.51% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2567 ที่ 2.51% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 1.58%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่เดนมาร์กนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15.43% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 83.02% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 67.59 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม14.100.010.07%
ยางล้อและยางใน471.3216.213.44%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ493.358.341.69%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังเดนมาร์ก มูลค่า 24.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.51% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก เยอรมนี เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่เดนมาร์กนำเข้า (0.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ1.50+69.14%0.000.13%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์12.60−6.91%0.010.11%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)455.13+9.14%16.003.52%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว11.73+5.21%0.000.00%
4013ยางใน4.46+14.16%0.214.78%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์39.65+8.39%0.000.01%
4003ยางรีเคลม1.02+12.14%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.93−25.28%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์5.42−39.50%0.000.02%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.75+5.91%0.045.71%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์46.59+1.67%0.250.54%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์62.38+5.32%2.674.28%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง26.32+2.83%0.000.00%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง12.05−10.03%0.322.65%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง63.60+15.39%2.744.31%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์232.13+11.06%2.321.00%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง2.51−17.06%0.000.04%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของเดนมาร์ก ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 455.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 232.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง (พิกัด 4015) มูลค่า 63.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 5.71%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่เดนมาร์กนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)455.13 ล้าน$(+9.14%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)232.13 ล้าน$(+11.06%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)63.60 ล้าน$(+15.39%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)5.71%
  • ยางใน(4013)4.78%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)4.31%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)63.60 ล้าน$(+15.39%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)232.13 ล้าน$(+11.06%)
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)455.13 ล้าน$(+9.14%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.07% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.44% ทั้งที่เดนมาร์กนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 471.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 14.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งเดนมาร์กนำเข้าจากโลกมูลค่า 455.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.52% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของเดนมาร์กสามอันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี (39.48%) เนเธอร์แลนด์ (17.91%) สวีเดน (14.58%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1เยอรมนี0.598539.48%
2เนเธอร์แลนด์0.271617.91%
3สวีเดน0.223814.58%
4เม็กซิโก0.10106.79%
5ศรีลังกา0.08155.13%
6สหรัฐอเมริกา0.0794.93%
7จีน0.07214.73%
8สหราชอาณาจักร0.0362.00%
9อิตาลี0.0311.73%
10สเปน0.0110.60%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี360.5436.84%
2สวีเดน103.3510.56%
3เนเธอร์แลนด์83.168.50%
4จีน83.018.48%
5เบลเยียม32.793.35%
6ฝรั่งเศส29.553.02%
7โปแลนด์26.652.72%
8ไทย24.582.51%
9อินเดีย24.172.47%
10อิตาลี24.052.46%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของเดนมาร์ก

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
เยอรมนี96.07%39.48%56.59 จุด6,976
เนเธอร์แลนด์0.53%17.91%+17.38 จุด16,813
สวีเดน0.90%14.58%+13.68 จุด5,763
เม็กซิโก0.93%6.79%+5.86 จุด10,200
สหรัฐอเมริกา0.51%4.93%+4.42 จุด8,222

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดเดนมาร์ก

ยังไม่มีข้อมูลปริมาณครบถ้วนพอที่จะคำนวณราคาต่อหน่วยที่เดนมาร์กจ่ายให้แต่ละต้นทาง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปเดนมาร์ก

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปเดนมาร์กมูลค่ารวม 904.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.69% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 795.62 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
2563458.88455.19
2564617.43610.146.03
2565499.02497.851.17
2566588.69580.325.84
2567795.62786.787.60
2568904.53900.414.12
2569*702.21702.21

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยังไม่มีปีข้อมูลที่ครบปีสองปีติดกันของยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งไปเดนมาร์ก จึงยังแยกไม่ได้ว่ามูลค่าที่เปลี่ยนไปมาจากราคาหรือจากปริมาณ

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง533.6676.0%
ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรมผลิตภัณฑ์ยาง69.279.9%
หลอด ท่อและท่ออ่อน ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจาก ยางแข็ง มีหรือไม่มีอุปกรณ์ติดตั้ง (เช่น ข้อต่อ ข้องอ แป้นข้อต่อ)ผลิตภัณฑ์ยาง37.835.4%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปเดนมาร์กมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 533.66 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.44%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 471.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

2

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 48.2%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

3

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 15.43% ไทยโต 83.02%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 67.59 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

4

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ เพิ่ม 17.38 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เดนมาร์ก

เดนมาร์ก

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.07% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งเดนมาร์กนำเข้า 471.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.44% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 14.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ยังไม่ได้บันทึกข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการในระบบ — กองบรรณาธิการกรอกได้ในหน้ารายงาน

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 17.38 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.07% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.44%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
เนเธอร์แลนด์เพิ่มส่วนแบ่ง 17.38 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้