ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดเอสโตเนีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–เอสโตเนีย

ประเทศไทย

ยางพารา

เอสโตเนีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศเอสโตเนีย

เอสโตเนียเป็นประเทศขนาดเล็กในภูมิภาคบอลติก มีท่าเรือบนอ่าวฟินแลนด์และมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เศรษฐกิจมีจุดเด่นด้านบริการดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนภาคการผลิตเน้นการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ งานไม้และเฟอร์นิเจอร์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกไปยังตลาดนอร์ดิกและยุโรปตะวันตก ขนาดตลาดภายในเล็กมาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงขึ้นกับคำสั่งซื้อจากภายนอกเกือบทั้งหมด

ความต้องการยางธรรมชาติของเอสโตเนียมีขนาดเล็ก โดยมาจากโรงงานรับจ้างผลิตชิ้นส่วนยางและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ป้อนผู้ผลิตในกลุ่มนอร์ดิกเป็นหลัก ประกอบกับผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรมไม้ และตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานในประเทศ ซึ่งมีความต้องการยางล้อสำหรับฤดูหนาวตามสภาพภูมิอากาศ อุปสงค์จึงเป็นอุปสงค์สืบเนื่องจากการผลิตของประเทศอื่นมากกว่าจากการใช้ภายใน

เอสโตเนียเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR และการที่ขนาดคำสั่งซื้อของผู้นำเข้าในประเทศนี้เล็กเกินกว่าจะสั่งซื้อตรงจากผู้ผลิตต้นทางเป็นตู้ ๆ ได้ตลอดเวลา การซื้อขายจึงมักผ่านผู้ค้าและคลังสินค้าในประเทศสมาชิกอื่น ยอดนำเข้าตรงจากไทยจึงต่ำกว่ายางไทยที่ถูกใช้จริง การเข้าถึงตลาดนี้จึงเป็นเรื่องของการอยู่ในเครือข่ายผู้ค้าของยุโรปเหนือมากกว่าการเจรจากับผู้ใช้ปลายทางโดยตรง

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

195.46ล้าน$

−6.51%

นำเข้าจากไทย

4.06ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.08%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 เอสโตเนียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 195.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6.51% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 4.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.08%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของเอสโตเนียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 181.42 เป็น 195.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.74%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 2.12% ในปี 2563 เป็น 2.08% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 2.13% และต่ำสุดคือ 2564 ที่ 1.64%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่เอสโตเนียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.74% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 5.73% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 2.01 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม12.630.000.00%
ยางล้อและยางใน112.232.332.08%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ70.581.732.45%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังเอสโตเนีย มูลค่า 4.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.08% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก เยอรมนี เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่เอสโตเนียนำเข้า (0.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ0.60−20.60%0.000.00%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์12.03−42.71%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)107.27−1.95%2.322.16%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว4.33−10.29%0.000.00%
4013ยางใน0.63+2.28%0.011.11%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์3.38−29.73%0.000.00%
4003ยางรีเคลม0.10−25.55%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.18−33.81%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์0.38−58.04%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.11+11.88%0.002.65%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์9.65+6.91%0.000.01%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์9.03−3.94%0.070.75%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง6.71−38.97%0.010.07%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง3.10−2.27%1.0533.88%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง8.06+48.12%0.465.72%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์29.81+6.25%0.140.47%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง0.07−47.92%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของเอสโตเนีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 107.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 29.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ (พิกัด 4005) มูลค่า 12.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 33.88%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่เอสโตเนียนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)107.27 ล้าน$(−1.95%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)29.81 ล้าน$(+6.25%)
  • ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์(4005)12.03 ล้าน$(−42.71%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)33.88%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)5.72%
  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)2.65%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)8.06 ล้าน$(+48.12%)
  • แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์(4008)9.65 ล้าน$(+6.91%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)29.81 ล้าน$(+6.25%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.00% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.08% ทั้งที่เอสโตเนียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 112.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 12.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งเอสโตเนียนำเข้าจากโลกมูลค่า 107.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.16% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของเอสโตเนียสามอันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี (33.06%) มาเลเซีย (25.62%) โกตดิวัวร์ (18.18%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1เยอรมนี0.209633.06%
2มาเลเซีย0.155725.62%
3โกตดิวัวร์0.116018.18%
4เวียดนาม0.073011.74%
5ศรีลังกา0.0253.64%
6เนเธอร์แลนด์0.0122.48%
7ฟินแลนด์0.0100.99%
8เบลเยียม0.0100.83%
9สหรัฐอเมริกา0.0000.66%
10อิตาลี0.0010.66%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1ลัตเวีย37.2219.04%
2จีน25.2812.93%
3เยอรมนี24.9912.79%
4โปแลนด์15.898.13%
5ฟินแลนด์10.825.53%
6สวีเดน9.204.71%
7อิตาลี6.653.40%
8เนเธอร์แลนด์6.603.38%
9ฝรั่งเศส5.142.63%
10เกาหลีใต้4.872.49%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของเอสโตเนีย

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
เยอรมนี7.64%33.06%+25.42 จุด2,083
โกตดิวัวร์1.75%18.18%+16.43 จุด1,833
เวียดนาม12.66%11.74%0.92 จุด2,367
ศรีลังกา6.99%3.64%3.35 จุด4,400

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดเอสโตเนีย

ยังไม่มีข้อมูลปริมาณครบถ้วนพอที่จะคำนวณราคาต่อหน่วยที่เอสโตเนียจ่ายให้แต่ละต้นทาง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปเอสโตเนีย

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปเอสโตเนียมูลค่ารวม 181.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.69% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 74.35 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยาง
256367.0460.71
256468.9356.63
256583.8783.87
256681.4881.48
256774.3574.35
2568181.18181.18
2569*76.7876.78

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2564 ไทยส่งไปเอสโตเนีย 180 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 12.30 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 68.36 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2563 ที่ 120 ตัน มูลค่า 6.33 ล้านบาท หรือ 52.74 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าเพิ่มขึ้น 94.31% ปริมาณเพิ่มขึ้น 50.00% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 29.62% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณที่ส่งได้มากขึ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นการขยายตลาดที่แท้จริง เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าหรือคำสั่งซื้อ มิได้อาศัยการขยับขึ้นของราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง55.8872.8%
ถุงมืออื่นๆผลิตภัณฑ์ยาง17.9823.4%
ถุงยางคุมกำเนิดผลิตภัณฑ์ยาง2.112.7%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปเอสโตเนียมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 55.88 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.08%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 112.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

2

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 57.4%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

3

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 7.74% ไทยโต 5.73%

ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 2.01 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

4

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือเยอรมนี เพิ่ม 25.42 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

5

ฝั่งไทย ปี 2564 มูลค่าเพิ่ม 94.31%

โดยปริมาณเพิ่ม 50.00% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 68.36 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เอสโตเนีย

เอสโตเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.00% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งเอสโตเนียนำเข้า 112.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.08% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 12.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ยังไม่ได้บันทึกข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการในระบบ — กองบรรณาธิการกรอกได้ในหน้ารายงาน

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของเยอรมนี ซึ่งเพิ่มขึ้น 25.42 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.00% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.08%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
เยอรมนีเพิ่มส่วนแบ่ง 25.42 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป เพิ่ม 50.00% ในปี 2564ฐานคำสั่งซื้อยังขยายตัว มูลค่าที่ได้จึงไม่ได้พึ่งราคาเพียงอย่างเดียวใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้