ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดไอร์แลนด์ · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–ไอร์แลนด์

ประเทศไทย

ยางพารา

ไอร์แลนด์

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์เป็นประเทศเกาะทางตะวันตกของสหภาพยุโรป เศรษฐกิจพึ่งพาการลงทุนของบริษัทข้ามชาติในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาคการผลิตหนักและอุตสาหกรรมยานยนต์มีขนาดเล็ก ภายหลังที่สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป เส้นทางขนส่งสินค้าของไอร์แลนด์ปรับตัวไปใช้เส้นทางเดินเรือตรงสู่ภาคพื้นยุโรปมากขึ้น แทนการขนส่งผ่านแผ่นดินสหราชอาณาจักรอย่างที่เคยเป็นมา

ความต้องการยางธรรมชาติของไอร์แลนด์มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมอื่นในกลุ่ม และมิได้มาจากอุตสาหกรรมยางล้อ ผู้ใช้หลักคือโรงงานอุปกรณ์การแพทย์และเวชภัณฑ์ซึ่งใช้ชิ้นส่วนยางที่ต้องผ่านการรับรองอย่างเข้มงวด อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและผลิตภัณฑ์นมซึ่งใช้ท่อยางและสายพานที่ได้มาตรฐานสัมผัสอาหาร และเครื่องจักรกลการเกษตร ส่วนยางล้อที่ใช้ในประเทศส่วนมากนำเข้าเป็นสินค้าสำเร็จรูป มิได้ผลิตในประเทศ

ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 7 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 2.32% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 2.70% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 49.0% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งบังคับใช้เท่ากันทั้งสหภาพ และการที่ผู้ซื้อรายใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติซึ่งตัดสินใจจัดซื้อในระดับภูมิภาค การเข้าตลาดนี้จึงมิใช่การเจรจากับผู้นำเข้ารายประเทศ อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการตีความตัวเลข เพราะสถิติเศรษฐกิจของไอร์แลนด์ได้รับผลจากกิจกรรมทางบัญชีของบริษัทข้ามชาติมากกว่าประเทศอื่น และการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วนผ่านศูนย์กระจายสินค้าในภาคพื้นยุโรปก่อนเข้าประเทศ

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

733.05ล้าน$

+9.45%

นำเข้าจากไทย

19.76ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.70%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 ไอร์แลนด์นำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 733.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.45% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 19.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.70%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของไอร์แลนด์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 544.53 เป็น 733.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (34.62%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 1.82% ในปี 2563 เป็น 2.70% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2564 ที่ 2.88% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 1.82%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่ไอร์แลนด์นำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 34.62% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 99.39% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 64.77 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม11.600.030.26%
ยางล้อและยางใน359.1513.553.77%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ362.286.171.70%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังไอร์แลนด์ มูลค่า 19.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.70% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก โกตดิวัวร์ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่ไอร์แลนด์นำเข้า (0.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 7

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ1.25−50.79%0.032.32%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์10.35+1.84%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)345.44+9.87%13.433.89%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว11.31+11.01%0.040.37%
4013ยางใน2.40+9.02%0.083.20%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์15.85+1.08%0.000.01%
4003ยางรีเคลม1.49+9.53%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้1.05−16.89%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์2.26−12.29%0.000.09%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.62+7.61%0.034.82%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์20.90+4.25%0.070.33%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์35.49+20.57%0.180.51%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง20.06−4.41%0.100.52%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง8.49−19.38%1.7320.43%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง52.67+17.63%3.155.97%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์200.90+11.51%0.910.45%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง2.50−12.39%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของไอร์แลนด์ ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 345.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 200.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง (พิกัด 4015) มูลค่า 52.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 20.43%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่ไอร์แลนด์นำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)345.44 ล้าน$(+9.87%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)200.90 ล้าน$(+11.51%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)52.67 ล้าน$(+17.63%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)20.43%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)5.97%
  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)4.82%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)35.49 ล้าน$(+20.57%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)52.67 ล้าน$(+17.63%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)200.90 ล้าน$(+11.51%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.26% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.77% ทั้งที่ไอร์แลนด์นำเข้ายางล้อจากโลกถึง 359.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 11.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งไอร์แลนด์นำเข้าจากโลกมูลค่า 345.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.89% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของไอร์แลนด์สามอันดับแรก ได้แก่ โกตดิวัวร์ (34.54%) สหราชอาณาจักร (28.85%) เนเธอร์แลนด์ (17.87%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 7ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1โกตดิวัวร์0.4348434.54%
2สหราชอาณาจักร0.368028.85%
3เนเธอร์แลนด์0.222117.87%
4เยอรมนี0.06214.81%
5จีน0.0534.17%
6เบลเยียม0.0362.72%
7ไทย0.0352.32%
8ฝรั่งเศส0.01171.12%
9สเปน0.0110.88%
10อิตาลี0.0130.80%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1จีน139.6519.05%
2สหราชอาณาจักร110.2815.04%
3สหรัฐอเมริกา68.649.36%
4เยอรมนี55.597.58%
5อินเดีย52.557.17%
6ฝรั่งเศส45.896.26%
7เนเธอร์แลนด์40.435.51%
8เบลเยียม21.342.91%
9สเปน20.192.75%
10ไทย19.762.70%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของไอร์แลนด์คือ เบลเยียม อันดับที่ 6 มูลค่า 0.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 7 มูลค่า 0.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 0.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.40 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
สหราชอาณาจักร50.68%28.85%21.83 จุด4,500
เนเธอร์แลนด์3.20%17.87%+14.67 จุด10,619
เยอรมนี17.72%4.81%12.91 จุด2,857
จีน2.83%4.17%+1.34 จุด17,333
เบลเยียม7.67%2.72%4.95 จุด5,667

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดไอร์แลนด์

ในปี 2567 ไอร์แลนด์จ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,944 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 198.4% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 890 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 551.7% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่กลับเสียส่วนแบ่งลง บ่งชี้ว่าผู้ซื้อเริ่มให้น้ำหนักกับต้นทุนมากขึ้น และส่วนต่างราคาที่ไทยเคยเรียกได้จากคุณภาพกำลังถูกท้าทาย จึงควรตรวจสอบว่าคุณภาพและเงื่อนไขการส่งมอบยังต่างจากคู่แข่งมากพอที่จะรองรับส่วนต่างราคานี้หรือไม่

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปไอร์แลนด์

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปไอร์แลนด์มูลค่ารวม 435.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.98% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 418.57 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยาง
2563304.60304.60
2564635.53635.53
2565244.37244.37
2566388.86388.86
2567418.57418.57
2568435.22435.22
2569*437.27437.27

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยังไม่มีปีข้อมูลที่ครบปีสองปีติดกันของยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งไปไอร์แลนด์ จึงยังแยกไม่ได้ว่ามูลค่าที่เปลี่ยนไปมาจากราคาหรือจากปริมาณ

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง413.1494.5%
ถุงมืออื่นๆผลิตภัณฑ์ยาง15.523.5%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจากยางแข็งผลิตภัณฑ์ยาง7.641.7%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปไอร์แลนด์มากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 413.14 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 7 ส่วนแบ่ง 2.32%

ในกลุ่มวัตถุดิบยางธรรมชาติของประเทศนี้

2

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.77%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 359.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

3

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 49.0%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

4

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 34.62% ไทยโต 99.39%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 64.77 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

5

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 5,800 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 198.4% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

6

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือเนเธอร์แลนด์ เพิ่ม 14.67 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.26% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งไอร์แลนด์นำเข้า 359.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.77% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 11.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 198.4% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.67 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 551.7% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.26% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.77%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 5,800 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 198.4%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
เนเธอร์แลนด์เพิ่มส่วนแบ่ง 14.67 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้