ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดสเปน · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–สเปน

ประเทศไทย

ยางพารา

สเปน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศสเปน

สเปนเป็นฐานประกอบยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป โดยมีโรงงานประกอบรถยนต์ของค่ายรถข้ามชาติหลายรายตั้งอยู่และผลิตเพื่อส่งออกไปทั่วภูมิภาคเป็นหลัก โครงสร้างเช่นนี้ทำให้อุปสงค์ยางของสเปนเคลื่อนไหวตามคำสั่งซื้อรถยนต์ของตลาดยุโรปโดยรวม มิใช่ตามการบริโภคภายในประเทศ เศรษฐกิจสเปนยังพึ่งพาภาคบริการและการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อความต้องการยางผ่านการขนส่งและการเปลี่ยนยางล้อของรถเชิงพาณิชย์ ท่าเรือบาร์เซโลนาและบาเลนเซียเป็นประตูนำเข้าวัตถุดิบสำคัญของคาบสมุทรไอบีเรีย

อุตสาหกรรมที่ใช้ยางของสเปนกระจุกอยู่ที่การผลิตยางล้อและชิ้นส่วนยางป้อนสายการประกอบรถยนต์ในประเทศ ตามด้วยชิ้นส่วนยางสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรและอุตสาหกรรมก่อสร้าง สเปนยังมีอุตสาหกรรมรองเท้าที่มีชื่อในภูมิภาคบาเลนเซียซึ่งใช้ยางเป็นวัตถุดิบ ลักษณะอุปสงค์จึงเป็นการซื้อเพื่อป้อนโรงงานแปรรูปโดยตรง ทำให้ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของการส่งมอบและเสถียรภาพของคุณภาพ มากกว่าการซื้อขายเก็งกำไรตามราคาตลาดล่วงหน้า

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 สเปนเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 10 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 32.71% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 5.01% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 47.6% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ในฐานะประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป การนำยางเข้าสู่ตลาดนี้อยู่ภายใต้ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องแสดงหลักฐานว่าวัตถุดิบมิได้มาจากพื้นที่ที่เปลี่ยนสภาพจากป่า พร้อมพิกัดแปลงปลูกที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เงื่อนไขนี้เปลี่ยนการแข่งขันจากเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว มาเป็นเรื่องความสามารถในการพิสูจน์แหล่งที่มา ซึ่งเป็นด้านที่ไทยมีระบบทะเบียนเกษตรกรและระบบตรวจสอบย้อนกลับรองรับอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค หากผู้ส่งออกไทยเตรียมเอกสารได้ทันตามกรอบเวลาที่สหภาพยุโรปกำหนด

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

5,028.89ล้าน$

+1.05%

นำเข้าจากไทย

251.97ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

5.01%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 สเปนนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 5,028.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.05% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 251.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 5.01%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของสเปนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 4,047.97 เป็น 5,028.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (24.23%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 4.79% ในปี 2563 เป็น 5.01% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 6.48% และต่ำสุดคือ 2566 ที่ 4.24%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่สเปนนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 24.23% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 29.87% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 5.64 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม645.89144.0722.31%
ยางล้อและยางใน2,395.4068.372.85%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ1,987.6139.511.99%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังสเปน มูลค่า 251.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 5.01% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่สเปนนำเข้า (121.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ370.32+12.53%121.1432.71%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์275.57−10.94%22.938.32%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)2,314.29+2.03%66.352.87%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว59.25−6.93%0.060.10%
4013ยางใน21.86+7.77%1.968.98%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์408.06−10.04%0.040.01%
4003ยางรีเคลม3.01−1.25%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้3.27−0.64%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์21.77−49.80%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์2.85−20.96%1.3647.64%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์93.21−3.46%0.030.03%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์357.97−5.61%1.620.45%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง104.11+1.40%0.230.22%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง25.73−23.38%9.0435.14%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง268.11+12.74%23.118.62%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์694.47+11.19%3.950.57%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง5.05+7.35%0.132.65%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของสเปน ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 2,314.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 694.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 408.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 47.64%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่สเปนนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)2,314.29 ล้าน$(+2.03%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)694.47 ล้าน$(+11.19%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)408.06 ล้าน$(−10.04%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)47.64%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)35.14%
  • ยางธรรมชาติ(4001)32.71%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)268.11 ล้าน$(+12.74%)
  • ยางธรรมชาติ(4001)370.32 ล้าน$(+12.53%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)694.47 ล้าน$(+11.19%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 22.31% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.85% ทั้งที่สเปนนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 2,395.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 645.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งสเปนนำเข้าจากโลกมูลค่า 2,314.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.87% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของสเปนสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (32.71%) โกตดิวัวร์ (27.86%) อินโดนีเซีย (10.57%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย121.1461,19532.71%
2โกตดิวัวร์103.1667,18727.86%
3อินโดนีเซีย39.1618,28010.57%
4กานา23.1112,0236.24%
5เวียดนาม21.8412,2835.90%
6ฮังการี12.064,7503.26%
7ฝรั่งเศส11.215,2413.03%
8ไนจีเรีย10.605,7812.86%
9มาเลเซีย5.793,0831.56%
10กัมพูชา4.092,0591.10%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1จีน617.8812.29%
2เยอรมนี615.2912.24%
3ฝรั่งเศส474.039.43%
4อิตาลี421.028.37%
5ไทย251.975.01%
6โปแลนด์232.544.62%
7สาธารณรัฐเช็ก157.013.12%
8โรมาเนีย148.682.96%
9โปรตุเกส143.542.85%
10ตุรกี142.372.83%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของสเปนคือ โกตดิวัวร์ อันดับที่ 2 มูลค่า 103.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 121.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 17.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.85 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย22.86%32.71%+9.85 จุด1,980
โกตดิวัวร์28.63%27.86%0.77 จุด1,535
อินโดนีเซีย11.85%10.57%1.28 จุด2,142
กานา2.20%6.24%+4.04 จุด1,922
เวียดนาม4.17%5.90%+1.73 จุด1,778

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของสเปนเพิ่มขึ้น 9.85 จุด จาก 22.86% เป็น 32.71% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 1.28 จุด และโกตดิวัวร์ ลดลง 0.77 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 2.05 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 15.62 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือกานา ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.04 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 สเปนจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,980 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,841 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 7.6% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,535 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 29.0% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่ยังเพิ่มส่วนแบ่งได้ในเวลาเดียวกัน บ่งชี้ว่าผู้ซื้อในตลาดนี้มิได้ตัดสินใจด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลัก แต่ให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของเกรด ความแน่นอนของการส่งมอบ และเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ไทยควรรักษาไว้ และเป็นเหตุผลที่การแข่งขันด้วยการลดราคาจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่จำเป็นในตลาดนี้

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปสเปน

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปสเปนมูลค่ารวม 7,715.52 ล้านบาท ลดลง 9.20% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 8,497.44 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ยางธรรมชาติแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางรองเท้าที่ทำด้วยยาง
25635,132.392,289.862,617.155.61
25646,888.993,946.862,821.701.24
25658,033.015,005.863,015.327.85
25666,238.003,381.662,849.506.84
25678,497.445,284.153,202.693.79
25687,715.524,695.363,012.844.86
2569*4,636.202,746.071,884.825.31

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปสเปน 52,917 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 4,695.36 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 88.73 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 65,832 ตัน มูลค่า 5,284.15 ล้านบาท หรือ 80.27 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 11.14% ปริมาณลดลง 19.62% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 10.54% การอ่านเช่นนี้เปลี่ยนข้อสรุปไปคนละทางกับการดูมูลค่าเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ลดลงมิได้เกิดจากราคายางที่ตกต่ำ แต่เกิดจากปริมาณที่ส่งได้น้อยลง โดยราคาต่อหน่วยที่สูงขึ้นช่วยพยุงมูลค่าไว้ส่วนหนึ่ง ประเด็นที่ต้องหาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอุปทานหรือคำสั่งซื้อที่หายไป มิใช่เรื่องอำนาจต่อรองด้านราคา

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป1,343.3748.9%
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง1,215.9664.5%
ยางแผ่นรมควันยางธรรมชาติแปรรูป889.6232.4%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปสเปนมากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 1,343.37 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 1,215.96 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 10 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 32.71%

เพิ่มขึ้น 9.85 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.85%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 2,395.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 47.6%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 24.23% ไทยโต 29.87%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 5.64 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,980 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 7.6% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือกานา เพิ่ม 4.04 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 3.0% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 11.14%

โดยปริมาณลด 19.62% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 88.73 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สเปน

สเปน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 22.31% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งสเปนนำเข้า 2,395.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.85% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 645.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 7.6% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของกานา ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.04 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 29.0% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 22.31% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.85%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,980 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 7.6%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
กานาเพิ่มส่วนแบ่ง 4.04 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 19.62% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้