ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดสโลวาเกีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–สโลวาเกีย

ประเทศไทย

ยางพารา

สโลวาเกีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศสโลวาเกีย

สโลวาเกียเป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกทะเลในภูมิภาคยุโรปกลาง เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและใช้เงินสกุลยูโร โครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาภาคการผลิตเพื่อการส่งออกในสัดส่วนสูง และผูกติดแน่นกับห่วงโซ่การผลิตของยุโรปกลาง โดยเฉพาะสายการผลิตยานยนต์ที่มีเยอรมนีเป็นศูนย์กลาง อุปสงค์ยางธรรมชาติของประเทศจึงมิได้มาจากการบริโภคภายในเป็นหลัก หากเป็นอุปสงค์สืบเนื่องจากปริมาณการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนเพื่อส่งออกไปยังตลาดยุโรปตะวันตก เมื่อคำสั่งซื้อรถยนต์ในยุโรปชะลอตัว ความต้องการวัตถุดิบยางย่อมลดลงตามอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การไม่มีท่าเรือของตนเองทำให้ยางที่นำเข้าต้องผ่านท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านแล้วขนส่งต่อทางรถไฟและรถบรรทุก ต้นทุนโลจิสติกส์ภาคพื้นดินและอัตราแลกเปลี่ยนยูโรต่อดอลลาร์สหรัฐจึงมีผลต่อราคาส่งมอบถึงหน้าโรงงาน

อุตสาหกรรมปลายทางที่ใช้ยางของสโลวาเกียกระจุกตัวอยู่ในสายยานยนต์เป็นด้านหลัก ได้แก่ การผลิตยางล้อสำหรับรถยนต์นั่งและรถบรรทุก และการผลิตชิ้นส่วนยางทางเทคนิค อาทิ ท่อยาง ซีลและปะเก็น สายพาน และชิ้นส่วนกันสะเทือน ซึ่งป้อนเข้าโรงประกอบรถยนต์ทั้งในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้าน ลักษณะการใช้เช่นนี้ทำให้ความต้องการเทน้ำหนักไปที่ยางแท่งซึ่งควบคุมคุณสมบัติทางเทคนิคได้สม่ำเสมอ รองลงมาคือยางแผ่นรมควันสำหรับสูตรผสมบางประเภท ขณะที่น้ำยางข้นมีบทบาทจำกัด เพราะไม่มีฐานอุตสาหกรรมถุงมือยางหรือผลิตภัณฑ์จุ่มขนาดใหญ่ เกณฑ์การจัดซื้อของผู้ใช้ปลายทางเน้นความสม่ำเสมอของค่าความหนืดมูนนี ปริมาณสิ่งสกปรก และดัชนีความอ่อนตัว ควบคู่กับการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ ความน่าเชื่อถือของกำหนดส่งมอบ และสัญญาระยะยาวมากกว่าการซื้อขายตามราคาตลาดจร

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 สโลวาเกียเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 21 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 2 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 25.67% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 2.58% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 48.5% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรป สโลวาเกียอยู่ภายใต้ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาและพิกัดแปลงปลูก พร้อมจัดทำเอกสารตรวจสอบสถานะอย่างรอบด้าน เงื่อนไขนี้ย้ายเกณฑ์การแข่งขันจากราคาและคุณภาพเพียงลำพัง ไปสู่ความสามารถในการพิสูจน์ที่มาย้อนกลับถึงระดับสวน ผู้ส่งออกที่มีระบบทะเบียนเกษตรกรและระบบตรวจสอบย้อนกลับครบถ้วนย่อมได้เปรียบ ส่วนยางจากแหล่งที่ระบุพิกัดไม่ได้จะถูกเบี่ยงไปตลาดอื่น อีกประการที่ต้องระวังคือการตีความตัวเลขการค้า เพราะประเทศไม่มีท่าเรือ ยางส่วนใหญ่จึงเข้าประเทศผ่านผู้ค้าและท่าเรือในประเทศสมาชิกอื่น สถิติจึงปรากฏเป็นการค้าภายในสหภาพยุโรป และยอดนำเข้าตรงจากไทยย่อมต่ำกว่ายางไทยที่ถูกใช้จริง ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอาจลดชิ้นส่วนยางบางประเภทในระบบส่งกำลัง

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

2,105.28ล้าน$

+5.49%

นำเข้าจากไทย

54.28ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.58%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 สโลวาเกียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 2,105.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.49% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 54.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.58%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของสโลวาเกียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 1,477.94 เป็น 2,105.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (42.45%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 2.18% ในปี 2563 เป็น 2.58% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 4.03% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 2.18%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่สโลวาเกียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 42.45% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 68.78% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 26.33 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม289.6046.2415.97%
ยางล้อและยางใน1,020.512.260.22%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ795.165.780.73%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังสโลวาเกีย มูลค่า 54.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.58% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก มาเลเซีย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่สโลวาเกียนำเข้า (57.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 2

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ180.16+29.27%46.2425.67%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์109.44+9.10%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)1,005.83+3.81%2.210.22%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว12.01−7.31%0.000.00%
4013ยางใน2.67−20.02%0.051.87%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์161.63+4.01%3.442.13%
4003ยางรีเคลม4.10+45.56%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.60−42.95%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์2.55−4.09%0.031.25%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.15−1.32%0.000.00%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์35.63−20.94%0.000.01%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์134.93+17.03%0.010.01%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง40.05−0.52%0.010.02%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง4.15+16.92%0.6515.70%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง15.36+0.07%0.613.94%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์395.60+1.77%1.030.26%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง0.41−8.69%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของสโลวาเกีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 1,005.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 395.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มูลค่า 180.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 25.67%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่สโลวาเกียนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)1,005.83 ล้าน$(+3.81%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)395.60 ล้าน$(+1.77%)
  • ยางธรรมชาติ(4001)180.16 ล้าน$(+29.27%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ยางธรรมชาติ(4001)25.67%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)15.70%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)3.94%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • ยางธรรมชาติ(4001)180.16 ล้าน$(+29.27%)
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)134.93 ล้าน$(+17.03%)
  • ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์(4005)109.44 ล้าน$(+9.10%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 15.97% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 0.22% ทั้งที่สโลวาเกียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 1,020.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 289.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งสโลวาเกียนำเข้าจากโลกมูลค่า 1,005.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 0.22% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของสโลวาเกียสามอันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย (31.93%) ไทย (25.67%) อินโดนีเซีย (23.85%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 2ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1มาเลเซีย57.52031.93%
2ไทย46.2421,95625.67%
3อินโดนีเซีย42.9720,50323.85%
4โกตดิวัวร์20.2010,70511.21%
5โรมาเนีย4.382,1552.43%
6เยอรมนี4.081,8542.26%
7สาธารณรัฐเช็ก1.567290.87%
8โปรตุเกส1.437670.79%
9สเปน0.912610.51%
10ฝรั่งเศส0.271210.15%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี378.7217.99%
2สาธารณรัฐเช็ก333.1015.82%
3โปแลนด์156.197.42%
4โรมาเนีย125.045.94%
5โปรตุเกส86.334.10%
6อิตาลี78.853.75%
7เกาหลีใต้77.213.67%
8สเปน76.483.63%
9จีน73.083.47%
10ตุรกี72.303.43%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของสโลวาเกียคือ มาเลเซีย อันดับที่ 1 มูลค่า 57.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 2 มูลค่า 46.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 11.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6.26 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
มาเลเซีย35.27%31.93%3.34 จุด
ไทย23.47%25.67%+2.20 จุด2,106
อินโดนีเซีย33.36%23.85%9.51 จุด2,096
โกตดิวัวร์0.40%11.21%+10.81 จุด1,887
โรมาเนีย1.82%2.43%+0.61 จุด2,035
เยอรมนี1.41%2.26%+0.85 จุด2,200

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของสโลวาเกียเพิ่มขึ้น 2.20 จุด จาก 23.47% เป็น 25.67% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 9.51 จุด และมาเลเซีย ลดลง 3.34 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 12.85 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 14.47 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.81 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 สโลวาเกียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 2,106 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 3,006 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 29.9% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,887 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 11.6% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง อย่างไรก็ดี โกตดิวัวร์เป็นทั้งต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดและรุกคืบเร็วที่สุดในเวลาเดียวกัน หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักการตัดสินใจไปที่ต้นทุนเมื่อใด ส่วนแบ่งที่ไทยถือครองอยู่จะถูกกดดันได้เร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปสโลวาเกีย

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปสโลวาเกียมูลค่ารวม 383.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.34% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 204.66 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ยางสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ยางรองเท้าที่ทำด้วยยาง
2563124.0150.0333.10
256478.546.1336.401.91
2565266.96219.4043.554.01
2566168.74109.8851.527.34
2567204.66146.3644.0214.28
2568383.40367.0912.323.99
2569*233.47225.278.20

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2564 ไทยส่งไปสโลวาเกีย 706 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 34.10 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 48.33 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2563 ที่ 1,028 ตัน มูลค่า 40.88 ล้านบาท หรือ 39.76 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 16.59% ปริมาณลดลง 31.32% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 21.55% การอ่านเช่นนี้เปลี่ยนข้อสรุปไปคนละทางกับการดูมูลค่าเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ลดลงมิได้เกิดจากราคายางที่ตกต่ำ แต่เกิดจากปริมาณที่ส่งได้น้อยลง โดยราคาต่อหน่วยที่สูงขึ้นช่วยพยุงมูลค่าไว้ส่วนหนึ่ง ประเด็นที่ต้องหาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอุปทานหรือคำสั่งซื้อที่หายไป มิใช่เรื่องอำนาจต่อรองด้านราคา

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
BRยางสังเคราะห์225.27100.0%
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง5.0861.9%
ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรมผลิตภัณฑ์ยาง1.9423.6%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปสโลวาเกียมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 5.08 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 21 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 2 ส่วนแบ่ง 25.67%

เพิ่มขึ้น 2.20 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 0.22%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 1,020.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 48.5%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 42.45% ไทยโต 68.78%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 26.33 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 2,106 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 29.9% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ เพิ่ม 10.81 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 11.6% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

8

ฝั่งไทย ปี 2564 มูลค่าลด 16.59%

โดยปริมาณลด 31.32% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 48.33 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวาเกีย

สโลวาเกีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 15.97% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งสโลวาเกียนำเข้า 1,020.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 0.22% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 289.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 29.9% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.81 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 11.6% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 15.97% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 0.22%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 2,106 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 29.9%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
โกตดิวัวร์เพิ่มส่วนแบ่ง 10.81 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 31.32% ในปี 2564คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้