ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดสหราชอาณาจักร · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–สหราชอาณาจักร

ประเทศไทย

ยางพารา

สหราชอาณาจักร

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศสหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรเป็นระบบเศรษฐกิจที่ภาคบริการมีสัดส่วนสูง โดยภาคการผลิตมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับอดีต ภายหลังการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรมีระบบศุลกากรและระเบียบการนำเข้าของตนเองแยกจากภาคพื้นยุโรป ทำให้เส้นทางการค้าและเอกสารประกอบการนำเข้าแตกต่างจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ผู้ส่งออกจึงต้องจัดการพิธีการเป็นเอกเทศ ไม่สามารถอาศัยการผ่านพิธีการที่ประเทศสมาชิกแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วกระจายต่อได้เหมือนเดิม

อุตสาหกรรมที่ใช้ยางของสหราชอาณาจักรได้แก่ การผลิตยานยนต์ระดับบนและรถเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศซึ่งใช้ชิ้นส่วนยางที่มีข้อกำหนดทางเทคนิคสูง และการผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม ปริมาณการใช้โดยรวมไม่มากเท่าประเทศที่เป็นฐานผลิตยางล้อขนาดใหญ่ แต่เป็นอุปสงค์ที่เน้นคุณภาพและมาตรฐานการรับรอง จึงเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับเอกสารรับรองคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้ามากกว่าราคา

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 38 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 41.13% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 3.71% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 58.8% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ภายหลังการถอนตัวจากสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรกำลังพัฒนากฎเกณฑ์ด้านสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของตนเองแยกจากระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป ผู้ส่งออกไทยจึงอาจต้องเตรียมเอกสารตรวจสอบย้อนกลับสองชุดที่มีรายละเอียดต่างกันสำหรับสองตลาดนี้ ประเด็นที่ควรติดตามคือความสอดคล้องของสองระบบ เพราะหากข้อกำหนดใกล้เคียงกัน ต้นทุนการปฏิบัติตามของผู้ส่งออกจะลดลงมาก

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

5,796.87ล้าน$

+2.35%

นำเข้าจากไทย

214.83ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

3.71%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 สหราชอาณาจักรนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 5,796.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.35% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 214.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.71%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของสหราชอาณาจักรจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 5,369.69 เป็น 5,796.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.96%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 3.25% ในปี 2563 เป็น 3.71% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2564 ที่ 3.88% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 3.25%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่สหราชอาณาจักรนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.96% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 23.27% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 15.31 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม133.4821.2915.95%
ยางล้อและยางใน3,410.91146.664.30%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ2,252.4946.892.08%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังสหราชอาณาจักร มูลค่า 214.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.71% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่สหราชอาณาจักรนำเข้า (20.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ50.23+8.66%20.6641.13%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์83.25−8.37%0.630.75%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)3,286.50+4.68%143.444.36%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว113.96−2.60%2.862.51%
4013ยางใน10.45+1.02%0.363.45%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์255.81+3.41%1.960.77%
4003ยางรีเคลม7.66+15.45%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้8.74−29.02%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์23.98+2.64%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์5.45+16.26%0.305.51%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์166.20+1.04%0.920.55%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์382.34−5.74%3.550.93%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง122.78−4.29%0.150.13%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง55.63−8.89%6.6011.86%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง306.85+15.11%26.088.50%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์911.46−2.34%7.330.80%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง5.59−7.72%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของสหราชอาณาจักร ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 3,286.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 911.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4009) มูลค่า 382.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 41.13%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่สหราชอาณาจักรนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)3,286.50 ล้าน$(+4.68%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)911.46 ล้าน$(−2.34%)
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)382.34 ล้าน$(−5.74%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ยางธรรมชาติ(4001)41.13%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)11.86%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)8.50%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)5.45 ล้าน$(+16.26%)
  • ยางรีเคลม(4003)7.66 ล้าน$(+15.45%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)306.85 ล้าน$(+15.11%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 15.95% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 4.30% ทั้งที่สหราชอาณาจักรนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 3,410.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 133.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งสหราชอาณาจักรนำเข้าจากโลกมูลค่า 3,286.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.36% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของสหราชอาณาจักรสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (41.13%) อินโดนีเซีย (24.97%) เวียดนาม (10.20%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย20.669,91641.13%
2อินโดนีเซีย12.546,83224.97%
3เวียดนาม5.132,90010.20%
4มาเลเซีย3.151,1746.27%
5ฝรั่งเศส1.308452.58%
6จีน1.183022.34%
7โรมาเนีย0.812801.60%
8สหรัฐอเมริกา0.76601.50%
9กานา0.694031.36%
10โกตดิวัวร์0.684101.36%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1จีน1,232.6221.26%
2เยอรมนี584.2510.08%
3โปแลนด์388.906.71%
4สหรัฐอเมริกา320.985.54%
5ฝรั่งเศส278.214.80%
6สเปน277.774.79%
7อิตาลี240.794.15%
8ไทย214.833.71%
9อินเดีย190.503.29%
10ตุรกี186.773.22%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของสหราชอาณาจักรคือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 12.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 20.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 8.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16.16 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย23.04%41.13%+18.09 จุด2,084
อินโดนีเซีย11.59%24.97%+13.38 จุด1,836
เวียดนาม8.10%10.20%+2.10 จุด1,767
มาเลเซีย16.64%6.27%10.37 จุด2,683
จีน9.61%2.34%7.27 จุด3,897

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 18.09 จุด จาก 23.04% เป็น 41.13% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ มาเลเซีย ลดลง 10.37 จุด และจีน ลดลง 7.27 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 17.64 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 33.57 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคืออินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้น 13.38 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 สหราชอาณาจักรจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 2,084 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 2,061 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 1.1% และสูงกว่าฝรั่งเศสซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,536 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 35.7% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่ยังเพิ่มส่วนแบ่งได้ในเวลาเดียวกัน บ่งชี้ว่าผู้ซื้อในตลาดนี้มิได้ตัดสินใจด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลัก แต่ให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของเกรด ความแน่นอนของการส่งมอบ และเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ไทยควรรักษาไว้ และเป็นเหตุผลที่การแข่งขันด้วยการลดราคาจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่จำเป็นในตลาดนี้

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปสหราชอาณาจักร

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปสหราชอาณาจักรมูลค่ารวม 5,800.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.69% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 5,437.17 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูปรองเท้าที่ทำด้วยยาง
25638,073.167,653.59232.41158.14
25646,531.366,059.57347.0594.93
25655,632.974,968.11409.45216.14
25665,441.304,800.13457.47116.47
25675,437.174,770.91557.0347.73
25685,800.954,795.92877.7865.39
2569*3,724.213,193.79473.2829.21

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปสหราชอาณาจักร 12,729 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 877.78 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 68.96 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 8,584 ตัน มูลค่า 557.03 ล้านบาท หรือ 64.89 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าเพิ่มขึ้น 57.58% ปริมาณเพิ่มขึ้น 48.29% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 6.27% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณที่ส่งได้มากขึ้นเป็นหลัก ซึ่งเป็นการขยายตลาดที่แท้จริง เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าหรือคำสั่งซื้อ มิได้อาศัยการขยับขึ้นของราคาตลาดโลกเพียงอย่างเดียว

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง2,492.2178.0%
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป460.3997.3%
ถุงมืออื่นๆผลิตภัณฑ์ยาง262.718.2%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปสหราชอาณาจักรมากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 460.39 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 2,492.21 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 38 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 41.13%

เพิ่มขึ้น 18.09 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 4.30%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 3,410.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 58.8%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 7.96% ไทยโต 23.27%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 15.31 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 2,084 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 1.1% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคืออินโดนีเซีย เพิ่ม 13.38 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 13.5% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าเพิ่ม 57.58%

โดยปริมาณเพิ่ม 48.29% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 68.96 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 15.95% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งสหราชอาณาจักรนำเข้า 3,410.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.30% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 133.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 1.1% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด แนวทางที่ควรทำคือรักษาความสม่ำเสมอของเกรดที่ส่งมอบ และสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกไว้ล่วงหน้า เพราะเงื่อนไขด้านความยั่งยืนกำลังขยายจากตลาดยุโรปไปสู่ตลาดอื่นตามลำดับ

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของอินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้น 13.38 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 35.7% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 15.95% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 4.30%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 2,084 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.1%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
อินโดนีเซียเพิ่มส่วนแบ่ง 13.38 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป เพิ่ม 48.29% ในปี 2568ฐานคำสั่งซื้อยังขยายตัว มูลค่าที่ได้จึงไม่ได้พึ่งราคาเพียงอย่างเดียวใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้