
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–กรีซ
ประเทศไทย
กรีซ


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
กรีซ

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
กรีซเป็นประเทศทางตอนใต้ของสหภาพยุโรป เศรษฐกิจพึ่งพาภาคบริการ การท่องเที่ยว และการขนส่งทางทะเลเป็นหลัก โดยเป็นชาติเจ้าของกองเรือพาณิชย์รายใหญ่ของโลกแม้ตัวเรือจะมิได้จดทะเบียนในประเทศทั้งหมด ท่าเรือหลักของประเทศทำหน้าที่เป็นประตูขนถ่ายสินค้าจากเอเชียเข้าสู่ยุโรปตอนใต้และคาบสมุทรบอลข่าน ทำให้ปริมาณสินค้าที่ผ่านประเทศสูงกว่าที่ใช้ภายในประเทศมาก ส่วนภาคการผลิตมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมของกลุ่ม
ความต้องการยางธรรมชาติของกรีซมาจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางขนาดกลางและเล็กเป็นหลัก เช่น ท่อยาง สายยางเพื่อการเกษตรและชลประทาน ชิ้นส่วนยางสำหรับงานก่อสร้าง และงานซ่อมบำรุงเรือ ประกอบกับตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานอยู่ในประเทศและกองรถขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว การเกษตรซึ่งเป็นภาคที่สำคัญของประเทศยังใช้ยางล้อรถแทรกเตอร์และอุปกรณ์ชลประทานที่ทำด้วยยางเป็นของสิ้นเปลืองตามฤดูกาลเพาะปลูก
กรีซเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้
เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR และบทบาทของท่าเรือขนถ่ายสินค้า ซึ่งทำให้ตัวเลขการนำเข้าของประเทศนี้ปะปนระหว่างสินค้าที่ใช้ภายในกับสินค้าที่ผ่านเพื่อส่งต่อ การอ่านส่วนแบ่งตลาดจึงต้องระวังเป็นพิเศษ อีกเรื่องคือความอ่อนไหวต่อวัฏจักรการท่องเที่ยวและการก่อสร้าง ซึ่งเป็นสองภาคที่กำหนดความต้องการยางล้อทดแทนและผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานก่อสร้างของประเทศนี้
ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
นำเข้าจากโลก ปี 2567
630.13ล้าน$
+3.08%นำเข้าจากไทย
26.88ล้าน$
ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้
นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย
ในปี 2567 กรีซนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 630.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 26.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 4.27%
ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของกรีซจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 476.69 เป็น 630.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.19%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 8.97% ในปี 2563 เป็น 4.27% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2563 ที่ 8.97% และต่ำสุดคือ 2567 ที่ 4.27%
เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่กรีซนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 32.19% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยลดลง 37.11% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 69.30 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะลดลงก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ
| กลุ่ม | จากโลก (ล้าน$) | จากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | 31.72 | 0.00 | 0.00% |
| ยางล้อและยางใน | 364.56 | 15.25 | 4.18% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | 233.85 | 11.63 | 4.97% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังกรีซ มูลค่า 26.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 4.27% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้
ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก
การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก เวียดนาม เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่กรีซนำเข้า (4.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —
ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
| พิกัด | รายการ | นำเข้าจากโลก (ล้าน$) | %เทียบปีก่อน | นำเข้าจากไทย (ล้าน$) | ส่วนแบ่งไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติและยางผสม | |||||
| 4001 | ยางธรรมชาติ | 11.00 | +20.10% | 0.00 | 0.00% |
| 4005 | ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ | 20.72 | +30.56% | 0.00 | 0.00% |
| ยางล้อและยางใน | |||||
| 4011 | ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 354.92 | +5.51% | 15.15 | 4.27% |
| 4012 | ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว | 5.70 | −13.90% | 0.04 | 0.61% |
| 4013 | ยางใน | 3.94 | −9.11% | 0.06 | 1.57% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ | |||||
| 4002 | ยางสังเคราะห์ | 27.12 | −17.89% | 0.00 | 0.00% |
| 4003 | ยางรีเคลม | 0.33 | +63.50% | 0.00 | 0.00% |
| 4004 | เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้ | 0.11 | −12.60% | 0.00 | 0.00% |
| 4006 | ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์ | 1.10 | +9.10% | 0.00 | 0.00% |
| 4007 | เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ | 3.06 | +0.16% | 0.13 | 4.21% |
| 4008 | แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์ | 27.41 | +58.79% | 0.04 | 0.16% |
| 4009 | หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 19.89 | +11.86% | 0.03 | 0.14% |
| 4010 | สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง | 24.86 | −8.63% | 0.57 | 2.31% |
| 4014 | ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง | 10.71 | +2.95% | 3.34 | 31.19% |
| 4015 | เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 44.55 | −2.34% | 6.59 | 14.80% |
| 4016 | ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 73.13 | −11.44% | 0.93 | 1.26% |
| 4017 | ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง | 1.58 | +139.15% | 0.00 | 0.00% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของกรีซ ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 354.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 73.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง (พิกัด 4015) มูลค่า 44.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 31.19%
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.00% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 4.18% ทั้งที่กรีซนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 364.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 31.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งกรีซนำเข้าจากโลกมูลค่า 354.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.27% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
ต้นทางยางธรรมชาติหลักของกรีซสามอันดับแรก ได้แก่ เวียดนาม (41.03%) โกตดิวัวร์ (18.05%) บัลแกเรีย (13.36%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | เวียดนาม | 4.51 | 2,103 | 41.03% |
| 2 | โกตดิวัวร์ | 1.99 | 1,069 | 18.05% |
| 3 | บัลแกเรีย | 1.47 | 348 | 13.36% |
| 4 | อินโดนีเซีย | 1.11 | 563 | 10.13% |
| 5 | เนเธอร์แลนด์ | 0.38 | 57 | 3.49% |
| 6 | มาเลเซีย | 0.38 | 191 | 3.43% |
| 7 | อิตาลี | 0.33 | 279 | 2.97% |
| 8 | สเปน | 0.20 | 118 | 1.80% |
| 9 | แคเมอรูน | 0.18 | 89 | 1.60% |
| 10 | เยอรมนี | 0.13 | 21 | 1.22% |
| อันดับ | ประเทศ | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| 1 | จีน | 115.31 | 18.30% |
| 2 | เยอรมนี | 57.62 | 9.14% |
| 3 | อิตาลี | 56.67 | 8.99% |
| 4 | สโลวีเนีย | 43.41 | 6.89% |
| 5 | โปแลนด์ | 32.42 | 5.15% |
| 6 | ตุรกี | 29.18 | 4.63% |
| 7 | เบลเยียม | 27.98 | 4.44% |
| 8 | ไทย | 26.89 | 4.27% |
| 9 | สเปน | 23.98 | 3.81% |
| 10 | เซอร์เบีย | 21.41 | 3.40% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของกรีซ
| ประเทศต้นทาง | 2563 | 2567 | เปลี่ยนแปลง | ราคา ($/ตัน) |
|---|---|---|---|---|
| เวียดนาม | 18.87% | 41.03% | +22.16 จุด | 2,146 |
| โกตดิวัวร์ | 10.23% | 18.05% | +7.82 จุด | 1,858 |
| บัลแกเรีย | 23.76% | 13.36% | −10.40 จุด | 4,224 |
| อินโดนีเซีย | 25.56% | 10.13% | −15.43 จุด | 1,979 |
| เนเธอร์แลนด์ | 0.54% | 3.49% | +2.95 จุด | 6,737 |
| มาเลเซีย | 7.71% | 3.43% | −4.28 จุด | 1,974 |
เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567
ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดกรีซ
ยังไม่มีข้อมูลปริมาณครบถ้วนพอที่จะคำนวณราคาต่อหน่วยที่กรีซจ่ายให้แต่ละต้นทาง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปกรีซมูลค่ารวม 711.14 ล้านบาท ลดลง 3.10% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 733.92 ล้านบาท
| ปี | มูลค่ารวม (ล้านบาท) | ผลิตภัณฑ์ยาง | รองเท้าที่ทำด้วยยาง |
|---|---|---|---|
| 2563 | 1,280.67 | 1,259.05 | 6.56 |
| 2564 | 1,344.27 | 1,287.90 | 4.75 |
| 2565 | 963.48 | 879.31 | 4.30 |
| 2566 | 842.46 | 810.34 | 3.02 |
| 2567 | 733.92 | 732.74 | 1.18 |
| 2568 | 711.14 | 709.44 | 1.70 |
| 2569* | 520.31 | 518.29 | — |
* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม
ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2566 ไทยส่งไปกรีซ 506 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 27.97 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 55.30 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2565 ที่ 1,291 ตัน มูลค่า 79.87 ล้านบาท หรือ 61.86 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 64.98% ปริมาณลดลง 60.81% และราคาต่อหน่วยลดลง 10.60% มูลค่าลดลงจากทั้งสองด้านพร้อมกัน คือขายได้น้อยลงและได้ราคาต่ำลงด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรให้น้ำหนักมากกว่ากรณีที่ลดลงจากด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่อ่อนลงและอำนาจต่อรองที่ลดลงในเวลาเดียวกัน
| ชนิดยาง | กลุ่มสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | สัดส่วนในกลุ่ม |
|---|---|---|---|
| ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 375.29 | 72.4% |
| ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรม | ผลิตภัณฑ์ยาง | 86.64 | 16.7% |
| ถุงมืออื่นๆ | ผลิตภัณฑ์ยาง | 21.68 | 4.2% |
ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปกรีซมากที่สุดคือ น้ำยางข้น มูลค่า 2.02 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 375.29 ล้านบาท
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 4.18%
จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 364.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย
มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 57.9%
ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้
ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 32.19% ไทยหด 37.11%
ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 69.30 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้
คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือเวียดนาม เพิ่ม 22.16 จุด
จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป
ฝั่งไทย ปี 2566 มูลค่าลด 64.98%
โดยปริมาณลด 60.81% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 55.30 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ
สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–กรีซ
กรีซ
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.00% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งกรีซนำเข้า 364.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.18% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 31.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว
ยังไม่ได้บันทึกข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการในระบบ — กองบรรณาธิการกรอกได้ในหน้ารายงาน
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของเวียดนาม ซึ่งเพิ่มขึ้น 22.16 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข
| หลักฐานจากคลังข้อมูล | สิ่งที่อนุมานได้ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.00% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 4.18% | ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่น | ผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ |
| เวียดนามเพิ่มส่วนแบ่ง 22.16 จุดในห้าปี | โครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุด | ติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี |
| ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 60.81% ในปี 2566 | คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุด | ใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน |
คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น
ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล