ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดเกาหลีใต้ · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–เกาหลีใต้

ประเทศไทย

ยางพารา

เกาหลีใต้

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูง มีกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เป็นแกนกลางของภาคการผลิต ประเทศไม่มีการผลิตยางธรรมชาติจึงนำเข้าทั้งหมดเพื่อป้อนอุตสาหกรรมแปรรูปที่ผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก อุปสงค์ยางของเกาหลีใต้จึงเคลื่อนไหวตามคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศมากกว่าการบริโภคภายใน

อุตสาหกรรมหลักที่ใช้ยางของเกาหลีใต้คือการผลิตยางล้อเพื่อส่งออก โดยมีผู้ผลิตยางล้อที่มีส่วนแบ่งในตลาดโลกหลายราย ตามด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ ต่อเรือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ชิ้นส่วนยาง ผู้ซื้อเกาหลีให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของคุณภาพและความตรงต่อเวลาในการส่งมอบ เพราะสายการผลิตออกแบบมาให้มีสต๊อกวัตถุดิบต่ำ

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 เกาหลีใต้เป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 7 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 38.45% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 21.95% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 38.1% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ปัจจัยที่ควรติดตามคือการแข่งขันในตลาดยางล้อโลกที่ผู้ผลิตเกาหลีเผชิญ เพราะหากส่วนแบ่งของผู้ผลิตเกาหลีในตลาดโลกลดลง ความต้องการนำเข้ายางธรรมชาติของประเทศจะลดลงตามในทันที อุปสงค์ของตลาดนี้จึงเป็นอุปสงค์สืบเนื่อง มิใช่อุปสงค์ที่เกิดจากการบริโภคภายในประเทศ

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

3,023.76ล้าน$

+4.44%

นำเข้าจากไทย

663.74ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

21.95%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 เกาหลีใต้นำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 3,023.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.44% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 663.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 21.95%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของเกาหลีใต้จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 2,620.90 เป็น 3,023.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (15.37%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 14.38% ในปี 2563 เป็น 21.95% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 23.90% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 14.38%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่เกาหลีใต้นำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15.37% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 76.09% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 60.72 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม601.45213.6435.52%
ยางล้อและยางใน1,152.98385.7233.45%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ1,269.3364.395.07%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังเกาหลีใต้ มูลค่า 663.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 21.95% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่เกาหลีใต้นำเข้า (213.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ555.66+34.99%213.6338.45%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์45.79+3.29%0.010.01%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)1,131.68−0.22%382.3633.79%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว16.65−29.04%3.3319.98%
4013ยางใน4.65−20.10%0.030.69%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์363.59−8.55%4.081.12%
4003ยางรีเคลม12.50−9.75%0.050.37%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้3.78+45.59%0.010.13%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์2.00−3.52%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์9.79+1.26%3.7838.65%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์53.77+0.83%0.701.29%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์105.56−3.27%3.893.69%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง113.42+0.04%2.562.25%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง14.01+6.46%3.3924.22%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง184.93+4.14%39.7521.49%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์404.76+5.95%6.171.52%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง1.22−19.80%0.011.15%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของเกาหลีใต้ ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 1,131.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มูลค่า 555.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 404.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 38.65%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่เกาหลีใต้นำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)1,131.68 ล้าน$(−0.22%)
  • ยางธรรมชาติ(4001)555.66 ล้าน$(+34.99%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)404.76 ล้าน$(+5.95%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)38.65%
  • ยางธรรมชาติ(4001)38.45%
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)33.79%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • ยางธรรมชาติ(4001)555.66 ล้าน$(+34.99%)
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)14.01 ล้าน$(+6.46%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)404.76 ล้าน$(+5.95%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 35.52% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 33.45% ทั้งที่เกาหลีใต้นำเข้ายางล้อจากโลกถึง 1,152.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 601.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งเกาหลีใต้นำเข้าจากโลกมูลค่า 1,131.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 33.79% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของเกาหลีใต้สามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (38.45%) อินโดนีเซีย (27.24%) โกตดิวัวร์ (12.27%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย213.63120,79138.45%
2อินโดนีเซีย151.3984,65127.24%
3โกตดิวัวร์68.1938,50212.27%
4เวียดนาม59.5531,80010.72%
5กัมพูชา23.9513,5464.31%
6มาเลเซีย19.0010,3223.42%
7ฟิลิปปินส์14.368,7792.58%
8เมียนมา3.942,4190.71%
9ศรีลังกา0.691440.12%
10ตุรกี0.34940.06%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1จีน738.3824.42%
2ไทย663.7421.95%
3ญี่ปุ่น210.436.96%
4สหรัฐอเมริกา187.556.20%
5อินโดนีเซีย176.205.83%
6เวียดนาม166.195.50%
7มาเลเซีย107.623.56%
8เยอรมนี101.803.37%
9สิงคโปร์75.492.50%
10โกตดิวัวร์68.192.26%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของเกาหลีใต้คือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 151.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 213.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 62.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 11.21 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย32.26%38.45%+6.19 จุด1,769
อินโดนีเซีย47.22%27.24%19.98 จุด1,788
เวียดนาม11.39%10.72%0.67 จุด1,872
กัมพูชา1.13%4.31%+3.18 จุด1,768
มาเลเซีย3.20%3.42%+0.22 จุด1,841

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 6.19 จุด จาก 32.26% เป็น 38.45% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 19.98 จุด และเวียดนาม ลดลง 0.67 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 20.65 จุด ซึ่งมากพอที่จะอธิบายทั้งส่วนที่ไทยได้เพิ่มและส่วนที่ต้นทางอื่นได้เพิ่มรวม 9.59 จุด กล่าวได้ว่าการรุกคืบของไทยในตลาดนี้เป็นการช่วงชิงจากคู่แข่งเดิม มิใช่การเติบโตไปพร้อมกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือกัมพูชา ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.18 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 เกาหลีใต้จ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,769 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,786 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 1.0% และสูงกว่ากัมพูชาซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,768 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 0.1% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปเกาหลีใต้

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปเกาหลีใต้มูลค่ารวม 20,052.31 ล้านบาท ลดลง 14.03% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 23,324.32 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูปยางสังเคราะห์
256311,747.017,476.794,084.87150.66
256417,484.3310,162.367,081.75198.47
256524,746.0211,382.1313,120.38188.87
256619,894.2614,188.005,487.83123.62
256723,324.3214,902.988,197.04142.44
256820,052.3115,132.454,706.84128.98
2569*12,002.578,510.833,408.5943.34

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปเกาหลีใต้ 68,154 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 4,706.84 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 69.06 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 117,562 ตัน มูลค่า 8,197.04 ล้านบาท หรือ 69.73 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 42.58% ปริมาณลดลง 42.03% และราคาต่อหน่วยลดลง 0.96% มูลค่าลดลงจากทั้งสองด้านพร้อมกัน คือขายได้น้อยลงและได้ราคาต่ำลงด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรให้น้ำหนักมากกว่ากรณีที่ลดลงจากด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่อ่อนลงและอำนาจต่อรองที่ลดลงในเวลาเดียวกัน

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง7,148.7784.0%
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป2,819.8882.7%
ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรมผลิตภัณฑ์ยาง441.905.2%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้มากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 2,819.88 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 7,148.77 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 7 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 38.45%

เพิ่มขึ้น 6.19 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 33.45%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 1,152.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 38.1%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 15.37% ไทยโต 76.09%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 60.72 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,769 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 1.0% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือกัมพูชา เพิ่ม 3.18 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 0.1% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 42.58%

โดยปริมาณลด 42.03% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 69.06 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เกาหลีใต้

เกาหลีใต้

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 35.52% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งเกาหลีใต้นำเข้า 1,152.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 33.45% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 601.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 1.0% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ แนวทางที่ควรทำคือรักษาความสม่ำเสมอของเกรดที่ส่งมอบ และสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกไว้ล่วงหน้า เพราะเงื่อนไขด้านความยั่งยืนกำลังขยายจากตลาดยุโรปไปสู่ตลาดอื่นตามลำดับ

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของกัมพูชา ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.18 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 0.1% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 35.52% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 33.45%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,769 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 1.0%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
กัมพูชาเพิ่มส่วนแบ่ง 3.18 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 42.03% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้