ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดลัตเวีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–ลัตเวีย

ประเทศไทย

ยางพารา

ลัตเวีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศลัตเวีย

ลัตเวียเป็นประเทศในภูมิภาคบอลติกที่มีท่าเรือไม่เป็นน้ำแข็งอยู่หลายแห่ง และมีบทบาทดั้งเดิมเป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าระหว่างยุโรปตะวันตกกับภูมิภาคตะวันออก แม้บทบาทนี้จะลดลงมากตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าในช่วงหลัง เศรษฐกิจมีอุตสาหกรรมป่าไม้และแปรรูปไม้เป็นเสาหลัก ประกอบกับการขนส่งและโลจิสติกส์ ส่วนภาคการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมมีขนาดเล็กและกระจายตัว

ความต้องการยางธรรมชาติของลัตเวียมีขนาดเล็ก โดยมาจากอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ซึ่งใช้สายพานลำเลียงและลูกกลิ้งยางในสายการผลิต งานก่อสร้างและงานโครงสร้างพื้นฐานซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์ยางเป็นส่วนประกอบ และตลาดยางล้อทดแทนของกองรถขนส่งสินค้าซึ่งเป็นภาคที่สำคัญของประเทศ รวมถึงยางล้อสำหรับฤดูหนาวตามสภาพภูมิอากาศ ผู้ใช้ปลายทางส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดกลางและเล็ก

ลัตเวียเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 37.84% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 2.18% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 65.5% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งบังคับใช้เท่ากันทั้งสหภาพ และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าผ่านแดนซึ่งกระทบปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ อีกเรื่องคือขนาดคำสั่งซื้อที่เล็ก ทำให้การนำเข้ามักผ่านผู้ค้าในประเทศสมาชิกอื่นมากกว่าจะสั่งตรงจากประเทศผู้ผลิต สถิติการค้าตรงกับไทยจึงต่ำกว่าปริมาณยางไทยที่ถูกใช้จริงในประเทศนี้

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

280.94ล้าน$

−15.16%

นำเข้าจากไทย

6.12ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.18%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 ลัตเวียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 280.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 15.16% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 6.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.18%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของลัตเวียจากทั่วโลกลดลงจาก 293.37 เป็น 280.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.24%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 8.10% ในปี 2563 เป็น 2.18% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2563 ที่ 8.10% และต่ำสุดคือ 2567 ที่ 2.18%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่ลัตเวียนำเข้าจากทั่วโลกลดลง 4.24% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยลดลง 74.25% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 70.01 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะลดลงก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม6.892.3133.53%
ยางล้อและยางใน183.963.782.05%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ90.090.040.04%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังลัตเวีย มูลค่า 6.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.18% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่ลัตเวียนำเข้า (2.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ6.09−74.36%2.3137.84%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์0.80−34.37%0.000.13%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)176.22−15.17%3.782.14%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว5.72−6.65%0.000.00%
4013ยางใน2.02+10.28%0.000.00%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์21.67−2.45%0.000.00%
4003ยางรีเคลม0.23−9.73%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.68+5.80%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์0.80+89.52%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.20−27.90%0.000.00%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์5.68−29.39%0.000.00%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์8.75−1.64%0.020.18%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง7.79−9.80%0.000.00%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง4.91+50.64%0.000.00%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง7.40+4.52%0.000.00%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์31.68+3.91%0.020.06%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง0.30+16.54%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของลัตเวีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 176.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 31.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 21.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 37.84%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่ลัตเวียนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)176.22 ล้าน$(−15.17%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)31.68 ล้าน$(+3.91%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)21.67 ล้าน$(−2.45%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ยางธรรมชาติ(4001)37.84%
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)2.14%
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)0.18%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)7.40 ล้าน$(+4.52%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)31.68 ล้าน$(+3.91%)
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)8.75 ล้าน$(−1.64%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 33.53% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.05% ทั้งที่ลัตเวียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 183.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 6.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งลัตเวียนำเข้าจากโลกมูลค่า 176.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.14% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของลัตเวียสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (37.84%) โกตดิวัวร์ (36.08%) อินโดนีเซีย (15.36%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย2.311,53237.84%
2โกตดิวัวร์2.203,42736.08%
3อินโดนีเซีย0.9457515.36%
4มาเลเซีย0.271814.42%
5เยอรมนี0.211013.53%
6เอสโตเนีย0.14722.36%
7สาธารณรัฐเช็ก0.0120.15%
8ลิทัวเนีย0.0100.10%
9นอร์เวย์0.0000.05%
10สวีเดน0.0010.03%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1จีน49.6517.67%
2โปแลนด์35.8612.77%
3เยอรมนี28.8310.26%
4อินเดีย28.2410.05%
5ลิทัวเนีย19.867.07%
6เอสโตเนีย12.664.51%
7เวียดนาม11.494.09%
8สวีเดน11.254.00%
9ญี่ปุ่น8.212.92%
10เกาหลีใต้7.612.71%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของลัตเวียคือ โกตดิวัวร์ อันดับที่ 2 มูลค่า 2.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 2.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 0.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.76 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย29.35%37.84%+8.49 จุด1,505
โกตดิวัวร์0.70%36.08%+35.38 จุด641
อินโดนีเซีย68.18%15.36%52.82 จุด1,628
เยอรมนี0.19%3.53%+3.34 จุด2,129
เอสโตเนีย0.10%2.36%+2.26 จุด2,000

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของลัตเวียเพิ่มขึ้น 8.49 จุด จาก 29.35% เป็น 37.84% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 52.82 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 52.82 จุด ซึ่งมากพอที่จะอธิบายทั้งส่วนที่ไทยได้เพิ่มและส่วนที่ต้นทางอื่นได้เพิ่มรวม 49.47 จุด กล่าวได้ว่าการรุกคืบของไทยในตลาดนี้เป็นการช่วงชิงจากคู่แข่งเดิม มิใช่การเติบโตไปพร้อมกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 35.38 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 ลัตเวียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,505 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,034 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 45.6% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 641 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 134.8% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่ยังเพิ่มส่วนแบ่งได้ในเวลาเดียวกัน บ่งชี้ว่าผู้ซื้อในตลาดนี้มิได้ตัดสินใจด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลัก แต่ให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของเกรด ความแน่นอนของการส่งมอบ และเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ไทยควรรักษาไว้ และเป็นเหตุผลที่การแข่งขันด้วยการลดราคาจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่จำเป็นในตลาดนี้ อย่างไรก็ดี โกตดิวัวร์เป็นทั้งต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดและรุกคืบเร็วที่สุดในเวลาเดียวกัน หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักการตัดสินใจไปที่ต้นทุนเมื่อใด ส่วนแบ่งที่ไทยถือครองอยู่จะถูกกดดันได้เร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปลัตเวีย

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปลัตเวียมูลค่ารวม 205.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.90% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 191.90 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูป
2563753.50264.98488.52
2564418.20254.73163.47
2565740.76213.99526.77
2566385.54176.56197.13
2567191.90109.4482.46
2568205.15113.4091.75
2569*93.7693.76

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปลัตเวีย 1,459 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 91.75 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 62.87 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 1,532 ตัน มูลค่า 82.46 ล้านบาท หรือ 53.82 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าเพิ่มขึ้น 11.27% ปริมาณลดลง 4.77% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 16.82% มูลค่าที่เพิ่มขึ้นในปีนี้จึงมาจากราคาเป็นหลัก มิใช่จากการขายได้มากขึ้น เพราะปริมาณกลับลดลงในเวลาเดียวกัน การเติบโตในลักษณะนี้ขึ้นอยู่กับระดับราคาตลาดโลกซึ่งอยู่นอกการควบคุมของผู้ส่งออก จึงยังไม่ถือว่าเป็นการขยายตลาดที่มั่นคง

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง93.3699.6%
หลอด ท่อและท่ออ่อน ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจาก ยางแข็ง มีหรือไม่มีอุปกรณ์ติดตั้ง (เช่น ข้อต่อ ข้องอ แป้นข้อต่อ)ผลิตภัณฑ์ยาง0.320.3%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจากยางแข็งผลิตภัณฑ์ยาง0.050.1%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปลัตเวียมากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 93.36 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 37.84%

เพิ่มขึ้น 8.49 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

2

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.05%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 183.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

3

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 65.5%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

4

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดหด 4.24% ไทยหด 74.25%

ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 70.02 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง ขณะที่ส่วนแบ่งในพิกัด 4001 เคลื่อนไหวไปคนละทาง ความต่างนี้เกิดที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มิใช่ที่วัตถุดิบ

5

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,505 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 45.6% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

6

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ เพิ่ม 35.38 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 134.8% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

7

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าเพิ่ม 11.27%

โดยปริมาณลด 4.77% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 62.87 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านราคา

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–ลัตเวีย

ลัตเวีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 33.53% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งลัตเวียนำเข้า 183.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.05% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 6.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 45.6% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 35.38 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 134.8% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 33.53% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.05%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,505 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 45.6%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
โกตดิวัวร์เพิ่มส่วนแบ่ง 35.38 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 4.77% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้