ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดมอลตา · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–มอลตา

ประเทศไทย

ยางพารา

มอลตา

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศมอลตา

มอลตาเป็นประเทศเกาะขนาดเล็กที่สุดของสหภาพยุโรป ตั้งอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เศรษฐกิจพึ่งพาภาคบริการเป็นหลัก ทั้งการท่องเที่ยว บริการทางการเงิน เกมออนไลน์ และการจดทะเบียนเรือ ประกอบกับกิจการซ่อมบำรุงเรือและอากาศยานซึ่งอาศัยที่ตั้งบนเส้นทางเดินเรือระหว่างยุโรปกับแอฟริกาเหนือ ภาคการผลิตมีขนาดเล็กมากและเน้นสินค้ามูลค่าสูงต่อหน่วย เช่น อุปกรณ์การแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง

ความต้องการยางธรรมชาติของมอลตาน้อยที่สุดในบรรดารัฐสมาชิก เนื่องจากไม่มีอุตสาหกรรมที่ใช้ยางเป็นวัตถุดิบหลัก ความต้องการที่มีมาจากงานซ่อมบำรุงเรือและอากาศยานซึ่งใช้ท่อยาง ซีล และวัสดุกันกระแทก ตลาดยางล้อทดแทนของรถในประเทศและกองรถเช่า และงานก่อสร้าง สินค้าที่นำเข้าเกือบทั้งหมดจึงเป็นผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มิใช่วัตถุดิบยางธรรมชาติ

มอลตาเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยยังมิได้ติดสิบอันดับแรกของต้นทางยางธรรมชาติในตลาดนี้

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งบังคับใช้เท่ากันทั้งสหภาพ และขนาดของตลาดที่เล็กมากจนการค้าตรงกับประเทศผู้ผลิตไม่คุ้มค่าขนส่ง การนำเข้าจึงผ่านผู้ค้าในภาคพื้นยุโรปทั้งหมดในทางปฏิบัติ ตัวเลขการค้าตรงกับไทยของประเทศนี้จึงมีค่าน้อยในเชิงการวางแผนตลาด และควรอ่านฉบับนี้ในฐานะส่วนประกอบของภาพรวมสหภาพยุโรปมากกว่าจะอ่านเป็นตลาดเป้าหมายเอกเทศ

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

47.79ล้าน$

+14.55%

นำเข้าจากไทย

0.68ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

1.41%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 มอลตานำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 47.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.55% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 0.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 1.41%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของมอลตาจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 35.84 เป็น 47.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33.34%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางลดลงจาก 3.42% ในปี 2563 เป็น 1.41% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2563 ที่ 3.42% และต่ำสุดคือ 2567 ที่ 1.41%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่มอลตานำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 33.34% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยลดลง 44.72% ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาดอยู่ 78.06 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยลดลง แม้มูลค่าที่ส่งออกได้จะลดลงก็ตาม กรณีเช่นนี้คือเหตุผลที่ต้องอ่านส่วนแบ่งควบคู่กับมูลค่าเสมอ เพราะการเติบโตที่ช้ากว่าตลาดคือการถอยในเชิงเปรียบเทียบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม8.030.000.00%
ยางล้อและยางใน12.590.564.45%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ27.180.120.44%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังมอลตา มูลค่า 0.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 1.41% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก โปแลนด์ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่มอลตานำเข้า (0.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ —

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ0.03−28.57%0.000.00%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์8.00−23.41%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)11.74−5.66%0.564.74%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว0.74+35.98%0.000.00%
4013ยางใน0.11−7.02%0.000.94%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์10.36+815.74%0.000.00%
4003ยางรีเคลม0.05−97.84%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.16+11.56%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์0.02+66.67%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.050.00%0.000.00%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์1.37+9.44%0.000.07%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์2.37+39.87%0.000.00%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง0.74+4.94%0.000.13%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง0.92+58.97%0.1111.82%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง2.70+18.70%0.000.00%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์8.41+6.39%0.010.10%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง0.03−55.71%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของมอลตา ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 11.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 10.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 8.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 11.82%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่มอลตานำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)11.74 ล้าน$(−5.66%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)10.36 ล้าน$(+815.74%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)8.41 ล้าน$(+6.39%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)11.82%
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)4.74%
  • ยางใน(4013)0.94%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • ยางสังเคราะห์(4002)10.36 ล้าน$(+815.74%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)8.41 ล้าน$(+6.39%)
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)11.74 ล้าน$(−5.66%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.00% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 4.45% ทั้งที่มอลตานำเข้ายางล้อจากโลกถึง 12.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 8.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งมอลตานำเข้าจากโลกมูลค่า 11.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.74% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของมอลตาสามอันดับแรก ได้แก่ โปแลนด์ (36.00%) สหราชอาณาจักร (32.00%) ฝรั่งเศส (8.00%) ส่วนไทยนั้น ไทยมิได้ติดสิบอันดับแรกในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1โปแลนด์0.01136.00%
2สหราชอาณาจักร0.01032.00%
3ฝรั่งเศส0.0008.00%
4เนเธอร์แลนด์0.0008.00%
5จีน0.0004.00%
6อิตาลี0.0004.00%
7แคนาดา0.0004.00%
8มาเลเซีย0.0004.00%
9ฮ่องกง0.0000.00%
10มอลโดวา0.0000.00%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1โปแลนด์9.8920.69%
2อิตาลี5.4011.29%
3จีน4.9510.35%
4สหราชอาณาจักร4.058.47%
5ฝรั่งเศส3.377.06%
6เยอรมนี3.246.78%
7สเปน1.753.65%
8เวียดนาม1.493.12%
9ตุรกี1.372.87%
10อินเดีย1.302.72%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเทียบอันดับไทยกับคู่แข่งใกล้เคียงในต้นทางยางธรรมชาติของมอลตา

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
สหราชอาณาจักร6.67%32.00%+25.33 จุด
ฝรั่งเศส13.33%8.00%5.33 จุด
เนเธอร์แลนด์6.67%8.00%+1.33 จุด
อิตาลี53.33%4.00%49.33 จุด

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังเพียงพอที่จะอ่านการเคลื่อนไหวของส่วนแบ่งต้นทางในตลาดมอลตา

ยังไม่มีข้อมูลปริมาณครบถ้วนพอที่จะคำนวณราคาต่อหน่วยที่มอลตาจ่ายให้แต่ละต้นทาง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปมอลตา

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปมอลตามูลค่ารวม 6.19 ล้านบาท ลดลง 66.95% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 18.73 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยาง
256340.3140.31
256451.0551.05
256511.9811.98
256629.3129.31
256718.7318.73
25686.196.19
2569*3.433.43

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ยังไม่มีปีข้อมูลที่ครบปีสองปีติดกันของยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งไปมอลตา จึงยังแยกไม่ได้ว่ามูลค่าที่เปลี่ยนไปมาจากราคาหรือจากปริมาณ

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง3.1290.9%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์นอกจากยางแข็งผลิตภัณฑ์ยาง0.298.4%
รองเท้าที่ทำด้วยยางรองเท้าที่ทำด้วยยาง0.09100.0%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปมอลตามากที่สุดคือยังไม่มีข้อมูลในกลุ่มนี้ ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 3.12 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 4.45%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 12.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

2

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 26.3%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

3

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 33.34% ไทยหด 44.72%

ไทยจึงเติบโตช้ากว่าตลาด 78.06 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่ลดลง — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

4

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือสหราชอาณาจักร เพิ่ม 25.33 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–มอลตา

มอลตา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.00% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งมอลตานำเข้า 12.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 4.45% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 8.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ยังไม่ได้บันทึกข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ประกอบการในระบบ — กองบรรณาธิการกรอกได้ในหน้ารายงาน

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของสหราชอาณาจักร ซึ่งเพิ่มขึ้น 25.33 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.00% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 4.45%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
สหราชอาณาจักรเพิ่มส่วนแบ่ง 25.33 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้