ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดเนเธอร์แลนด์ · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–เนเธอร์แลนด์

ประเทศไทย

ยางพารา

เนเธอร์แลนด์

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศเนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์เป็นประตูการค้าของยุโรปตะวันตก โดยมีท่าเรือรอตเทอร์ดามเป็นท่าเรือหลักที่รับสินค้าจากทั่วโลกเข้าสู่ภูมิภาค เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาการค้า การขนส่ง และบริการโลจิสติกส์ในสัดส่วนสูงกว่าการผลิตในประเทศ ข้อเท็จจริงนี้มีนัยสำคัญต่อการอ่านตัวเลขในรายงานฉบับนี้ เพราะมูลค่านำเข้ายางของเนเธอร์แลนด์ส่วนหนึ่งมิได้ถูกใช้ในประเทศ แต่เป็นการนำเข้าเพื่อกระจายต่อไปยังโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน

อุตสาหกรรมที่ใช้ยางภายในเนเธอร์แลนด์มีขนาดจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณยางที่ผ่านเข้าประเทศ บทบาทหลักของเนเธอร์แลนด์คือการเป็นศูนย์กลางคลังสินค้าและการค้ายางของยุโรป มีผู้ค้าคนกลางและคลังรับฝากที่ทำหน้าที่รวบรวมและกระจายยางไปยังโรงงานแปรรูปในเยอรมนี เบลเยียม และฝรั่งเศส ผู้ซื้อในตลาดนี้จึงมักเป็นผู้ค้ามากกว่าผู้ใช้ปลายทาง และตัดสินใจซื้อโดยอิงส่วนต่างราคาและต้นทุนการถือครองสินค้า

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 เนเธอร์แลนด์เป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 32 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 3 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 16.60% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 3.67% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 58.8% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

ควรตีความตัวเลขของเนเธอร์แลนด์ด้วยความระมัดระวัง เพราะการนำเข้าส่วนมากเป็นการค้าผ่านเพื่อส่งต่อไปยังประเทศอื่น มิใช่การใช้ภายในประเทศ ส่วนแบ่งตลาดที่ไทยมีในเนเธอร์แลนด์จึงสะท้อนความสามารถในการเข้าถึงเครือข่ายผู้ค้าและระบบคลังสินค้าของยุโรป มากกว่าจะสะท้อนการยอมรับของโรงงานผู้ใช้ปลายทางโดยตรง นอกจากนี้ ในฐานะประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป การนำยางเข้าสู่ตลาดนี้ยังอยู่ภายใต้ระเบียบ EUDR ซึ่งกำหนดให้ต้องพิสูจน์ได้ว่าวัตถุดิบมิได้มาจากพื้นที่ที่เปลี่ยนสภาพจากป่า

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

5,338.26ล้าน$

+2.74%

นำเข้าจากไทย

196.14ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

3.67%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 เนเธอร์แลนด์นำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 5,338.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.74% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 196.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.67%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของเนเธอร์แลนด์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 4,614.29 เป็น 5,338.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (15.69%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 3.24% ในปี 2563 เป็น 3.67% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 3.78% และต่ำสุดคือ 2564 ที่ 2.90%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15.69% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 31.28% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 15.59 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม146.8122.9315.62%
ยางล้อและยางใน3,140.5490.172.87%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ2,050.9183.044.05%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังเนเธอร์แลนด์ มูลค่า 196.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.67% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก เบลเยียม เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่เนเธอร์แลนด์นำเข้า (26.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 3

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ90.66+19.22%15.0516.60%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์56.15−7.94%7.8814.03%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)2,997.04+5.48%89.382.98%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว109.15−20.34%0.670.61%
4013ยางใน34.35+10.15%0.120.34%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์459.06−6.18%0.840.18%
4003ยางรีเคลม6.42−41.46%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้14.48+7.39%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์10.08−17.78%0.000.04%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์3.10−19.96%0.123.71%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์184.54−0.84%0.210.11%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์213.04−11.90%6.883.23%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง151.06+11.02%0.470.31%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง43.28+3.25%0.180.42%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง274.55+17.23%61.9722.57%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์683.86+2.07%12.371.81%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง7.44−19.36%0.000.01%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 2,997.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 683.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 459.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง (พิกัด 4015) ที่ 22.57%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่เนเธอร์แลนด์นำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)2,997.04 ล้าน$(+5.48%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)683.86 ล้าน$(+2.07%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)459.06 ล้าน$(−6.18%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)22.57%
  • ยางธรรมชาติ(4001)16.60%
  • ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์(4005)14.03%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • ยางธรรมชาติ(4001)90.66 ล้าน$(+19.22%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)274.55 ล้าน$(+17.23%)
  • สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง(4010)151.06 ล้าน$(+11.02%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 15.62% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.87% ทั้งที่เนเธอร์แลนด์นำเข้ายางล้อจากโลกถึง 3,140.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 146.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งเนเธอร์แลนด์นำเข้าจากโลกมูลค่า 2,997.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.98% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของเนเธอร์แลนด์สามอันดับแรก ได้แก่ เบลเยียม (29.30%) โกตดิวัวร์ (20.52%) ไทย (16.60%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 3ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1เบลเยียม26.5613,20829.30%
2โกตดิวัวร์18.6012,88820.52%
3ไทย15.0513,54816.60%
4เวียดนาม13.897,12715.32%
5มาเลเซีย3.591,5903.96%
6อินโดนีเซีย2.762,7913.04%
7ไลบีเรีย1.731,1131.90%
8ไนจีเรีย1.671,0031.84%
9กัวเตมาลา1.571,0511.73%
10เยอรมนี1.123911.24%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี861.3416.14%
2เบลเยียม658.8112.34%
3จีน591.0611.07%
4ฝรั่งเศส331.396.21%
5ฮังการี316.795.93%
6อิตาลี230.114.31%
7ไทย196.143.67%
8สหรัฐอเมริกา185.523.48%
9โปแลนด์158.002.96%
10สหราชอาณาจักร146.202.74%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของเนเธอร์แลนด์คือ โกตดิวัวร์ อันดับที่ 2 มูลค่า 18.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 3 มูลค่า 15.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 3.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.92 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
เบลเยียม25.47%29.30%+3.83 จุด2,011
โกตดิวัวร์7.83%20.52%+12.69 จุด1,443
ไทย8.14%16.60%+8.46 จุด1,111
เวียดนาม7.77%15.32%+7.55 จุด1,949
อินโดนีเซีย6.70%3.04%3.66 จุด989

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 8.46 จุด จาก 8.14% เป็น 16.60% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 3.66 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 3.66 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 32.53 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 12.69 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 เนเธอร์แลนด์จ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,111 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,602 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 30.6% และสูงกว่าอินโดนีเซียซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 989 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 12.3% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปเนเธอร์แลนด์

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปเนเธอร์แลนด์มูลค่ารวม 6,842.92 ล้านบาท ลดลง 17.04% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 8,248.45 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูปรองเท้าที่ทำด้วยยาง
25636,346.744,914.811,377.5217.60
25649,686.306,988.182,617.4928.62
25658,191.525,844.352,246.6743.49
25667,363.225,847.071,456.7911.24
25678,248.456,390.711,827.395.22
25686,842.925,572.271,258.326.41
2569*5,326.594,784.67536.925.00

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปเนเธอร์แลนด์ 17,289 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 1,258.32 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 72.78 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 24,079 ตัน มูลค่า 1,827.39 ล้านบาท หรือ 75.89 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 31.14% ปริมาณลดลง 28.20% และราคาต่อหน่วยลดลง 4.10% มูลค่าลดลงจากทั้งสองด้านพร้อมกัน คือขายได้น้อยลงและได้ราคาต่ำลงด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรให้น้ำหนักมากกว่ากรณีที่ลดลงจากด้านใดด้านหนึ่ง เพราะสะท้อนทั้งอุปสงค์ที่อ่อนลงและอำนาจต่อรองที่ลดลงในเวลาเดียวกัน

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง3,228.9667.5%
ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรมผลิตภัณฑ์ยาง874.8318.3%
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป459.9585.7%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปเนเธอร์แลนด์มากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 459.95 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 3,228.96 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 32 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 16.60%

เพิ่มขึ้น 8.46 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.87%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 3,140.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 58.8%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 15.69% ไทยโต 31.28%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 15.59 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,111 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 30.6% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ เพิ่ม 12.69 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 31.14%

โดยปริมาณลด 28.20% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 72.78 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–เนเธอร์แลนด์

เนเธอร์แลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 15.62% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งเนเธอร์แลนด์นำเข้า 3,140.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.87% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 146.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 30.6% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 12.69 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 12.3% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 15.62% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.87%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,111 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30.6%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
โกตดิวัวร์เพิ่มส่วนแบ่ง 12.69 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 28.20% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้