ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดโปแลนด์ · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–โปแลนด์

ประเทศไทย

ยางพารา

โปแลนด์

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศโปแลนด์

โปแลนด์เป็นระบบเศรษฐกิจฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมทางบกที่เชื่อมยุโรปตะวันตกเข้ากับยุโรปตะวันออก และมีท่าเรือบนทะเลบอลติกเป็นประตูการค้าทางทะเล ความต้องการใช้ยางธรรมชาติของประเทศจึงเป็นอุปสงค์สืบเนื่องจากภาคการผลิต มิใช่จากการบริโภคขั้นสุดท้ายโดยตรง โดยผูกอยู่กับการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปตะวันตก การผลิตเครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กิจการเหมืองแร่ และงานก่อสร้าง อีกส่วนมาจากตลาดยางล้อทดแทนของรถที่ใช้งานอยู่ในประเทศ ซึ่งมีลักษณะตามฤดูกาลจากการเปลี่ยนยางล้อสำหรับฤดูหนาว โปแลนด์เป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปและอยู่ในตลาดร่วม แต่ยังคงใช้เงินสกุลของตนเองมิได้ใช้เงินยูโร ต้นทุนนำเข้าที่ซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐจึงผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มอีกชั้น

อุตสาหกรรมปลายทางที่ใช้ยางของโปแลนด์กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผลิตยางล้อสำหรับรถยนต์นั่ง รถบรรทุก และเครื่องจักรกลการเกษตร ควบคู่กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางทางวิศวกรรม ได้แก่ ท่อยาง สายพานลำเลียงสำหรับงานเหมืองแร่และงานอุตสาหกรรม สายพานส่งกำลัง ยางขอบและยางกันรั่ว ตลอดจนชิ้นส่วนยางในรถยนต์ โครงสร้างเช่นนี้ทำให้ยางแท่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในปริมาณมากที่สุด รองลงมาคือยางแผ่นรมควันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความสม่ำเสมอของเนื้อยาง ส่วนน้ำยางข้นมีสัดส่วนน้อยกว่าและใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์จุ่มขึ้นรูปและกาว เกณฑ์การจัดซื้อของผู้ใช้ปลายทางให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของค่าทางเทคนิคเป็นสำคัญ ทั้งค่าความหนืด ดัชนีความอ่อนตัว ปริมาณสิ่งเจือปน และความคงที่ระหว่างล็อต มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ประกอบกับการที่ประเทศมีฐานผลิตยางสังเคราะห์อยู่ภายในประเทศ ยางธรรมชาติจึงถูกใช้ในลักษณะเสริมและปรับสัดส่วนผสมได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 โปแลนด์เป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 15 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 3 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 11.94% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 2.79% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 40.3% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

โปแลนด์เป็นรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป จึงอยู่ภายใต้ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องแสดงข้อมูลแหล่งที่มาและพิกัดแปลงปลูก พร้อมกระบวนการตรวจสอบความเสี่ยงก่อนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด เงื่อนไขนี้เปลี่ยนเกณฑ์การแข่งขันจากราคาและคุณภาพเนื้อยางเป็นหลัก ไปสู่ความสามารถในการพิสูจน์ที่มาย้อนกลับถึงระดับสวน ผู้ส่งออกที่มีระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลพิกัดแปลง และการควบคุมมิให้วัตถุดิบปะปนกันตลอดสายการรับซื้อ ย่อมได้เปรียบผู้ที่รับซื้อผ่านคนกลางโดยไม่มีเอกสารกำกับ นอกจากนี้ การตีความตัวเลขนำเข้าของประเทศนี้ต้องระมัดระวัง เพราะยางจากแหล่งผลิตส่วนมากเข้าสู่สหภาพยุโรปทางท่าเรือของประเทศอื่นแล้วเคลื่อนย้ายต่อทางบกภายในตลาดร่วม สถิติการนำเข้าโดยตรงจากประเทศผู้ผลิตจึงต่ำกว่าปริมาณการใช้จริง ขณะที่บทบาทศูนย์กลางกระจายสินค้าทางบกทำให้บางส่วนถูกส่งต่อไปยังประเทศข้างเคียง

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

5,494.98ล้าน$

+6.44%

นำเข้าจากไทย

153.13ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.79%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 โปแลนด์นำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 5,494.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.44% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 153.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.79%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของโปแลนด์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 3,976.11 เป็น 5,494.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (38.20%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 2.68% ในปี 2563 เป็น 2.79% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2565 ที่ 3.52% และต่ำสุดคือ 2566 ที่ 2.32%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่โปแลนด์นำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 38.20% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 43.49% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 5.29 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม703.2127.283.88%
ยางล้อและยางใน2,217.1361.552.78%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ2,574.6464.282.50%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังโปแลนด์ มูลค่า 153.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.79% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก โกตดิวัวร์ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่โปแลนด์นำเข้า (90.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 3

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ228.03+8.55%27.2311.94%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์475.18−16.66%0.050.01%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)2,146.98+15.43%59.672.78%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว56.88−0.19%0.781.37%
4013ยางใน13.27+20.47%1.108.33%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์669.58+5.50%10.981.64%
4003ยางรีเคลม3.13+2.92%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้6.82+74.17%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์25.96−37.22%0.000.01%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์4.41+6.62%0.6915.76%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์145.79−6.96%0.140.10%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์337.18+0.31%0.370.11%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง219.05+5.68%0.480.22%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง34.45+11.40%15.2044.13%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง221.16+65.76%33.4215.11%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์904.68+0.45%3.000.33%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง2.43+27.70%0.000.04%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของโปแลนด์ ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 2,146.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 904.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 669.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง (พิกัด 4014) ที่ 44.13%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่โปแลนด์นำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)2,146.98 ล้าน$(+15.43%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)904.68 ล้าน$(+0.45%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)669.58 ล้าน$(+5.50%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)44.13%
  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)15.76%
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)15.11%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้(4004)6.82 ล้าน$(+74.17%)
  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)221.16 ล้าน$(+65.76%)
  • ยางใน(4013)13.27 ล้าน$(+20.47%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 3.88% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.78% ทั้งที่โปแลนด์นำเข้ายางล้อจากโลกถึง 2,217.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 703.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งโปแลนด์นำเข้าจากโลกมูลค่า 2,146.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.78% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของโปแลนด์สามอันดับแรก ได้แก่ โกตดิวัวร์ (39.57%) อินโดนีเซีย (19.53%) ไทย (11.94%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 3ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1โกตดิวัวร์90.2452,01539.57%
2อินโดนีเซีย44.5422,77719.53%
3ไทย27.2313,74111.94%
4โรมาเนีย9.063,8853.97%
5เวียดนาม6.673,9012.92%
6เยอรมนี6.552,5252.87%
7ไนจีเรีย5.693,4472.50%
8ไลบีเรีย5.653,2052.48%
9กานา5.563,0682.44%
10แคเมอรูน4.483,2421.97%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี1,103.1420.08%
2จีน607.2711.05%
3อิตาลี314.995.73%
4ฝรั่งเศส309.705.64%
5สาธารณรัฐเช็ก296.885.40%
6ฮังการี206.173.75%
7เกาหลีใต้172.763.14%
8โรมาเนีย171.363.12%
9สโลวาเกีย168.413.06%
10ตุรกี159.802.91%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของโปแลนด์คือ อินโดนีเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 44.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 3 มูลค่า 27.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 17.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.59 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
โกตดิวัวร์30.70%39.57%+8.87 จุด1,735
อินโดนีเซีย29.92%19.53%10.39 จุด1,955
ไทย11.84%11.94%+0.10 จุด1,981
โรมาเนีย7.34%3.97%3.37 จุด2,333
เยอรมนี2.80%2.87%+0.07 จุด2,596

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของโปแลนด์เพิ่มขึ้น 0.10 จุด จาก 11.84% เป็น 11.94% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ อินโดนีเซีย ลดลง 10.39 จุด และโรมาเนีย ลดลง 3.37 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 13.76 จุด ซึ่งมากพอที่จะอธิบายทั้งส่วนที่ไทยได้เพิ่มและส่วนที่ต้นทางอื่นได้เพิ่มรวม 9.04 จุด กล่าวได้ว่าการรุกคืบของไทยในตลาดนี้เป็นการช่วงชิงจากคู่แข่งเดิม มิใช่การเติบโตไปพร้อมกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.87 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 โปแลนด์จ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,981 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,872 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 5.8% และสูงกว่าเวียดนามซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,709 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 15.9% การที่ไทยขายได้ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแต่ยังเพิ่มส่วนแบ่งได้ในเวลาเดียวกัน บ่งชี้ว่าผู้ซื้อในตลาดนี้มิได้ตัดสินใจด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลัก แต่ให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของเกรด ความแน่นอนของการส่งมอบ และเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ไทยควรรักษาไว้ และเป็นเหตุผลที่การแข่งขันด้วยการลดราคาจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่จำเป็นในตลาดนี้

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปโปแลนด์

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปโปแลนด์มูลค่ารวม 4,064.94 ล้านบาท ลดลง 5.14% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 4,285.34 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูปยางสังเคราะห์
25632,835.171,928.40468.69425.30
25643,891.732,391.49903.83587.97
25654,941.113,604.051,177.58131.88
25663,383.552,596.86588.94185.12
25674,285.343,047.80957.90256.62
25684,064.943,216.48575.51248.48
2569*3,639.203,053.49405.22179.14

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปโปแลนด์ 7,463 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 575.51 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 77.12 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 13,149 ตัน มูลค่า 957.90 ล้านบาท หรือ 72.85 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 39.92% ปริมาณลดลง 43.24% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 5.86% การอ่านเช่นนี้เปลี่ยนข้อสรุปไปคนละทางกับการดูมูลค่าเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ลดลงมิได้เกิดจากราคายางที่ตกต่ำ แต่เกิดจากปริมาณที่ส่งได้น้อยลง โดยราคาต่อหน่วยที่สูงขึ้นช่วยพยุงมูลค่าไว้ส่วนหนึ่ง ประเด็นที่ต้องหาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอุปทานหรือคำสั่งซื้อที่หายไป มิใช่เรื่องอำนาจต่อรองด้านราคา

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง2,310.6475.7%
ยางแผ่นรมควันยางธรรมชาติแปรรูป281.0569.4%
ถุงมือใช้ในทางศัลยกรรมผลิตภัณฑ์ยาง191.916.3%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปโปแลนด์มากที่สุดคือ ยางแผ่นรมควัน มูลค่า 281.05 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 2,310.64 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 15 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 11.94%

เพิ่มขึ้น 0.10 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.78%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 2,217.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 40.3%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 38.20% ไทยโต 43.49%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 5.29 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,981 ดอลลาร์สหรัฐ

สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 5.8% ส่วนต่างนี้คือราคาของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งต้องรักษาไว้ด้วยผลงาน มิใช่ด้วยชื่อเสียงเดิม

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ เพิ่ม 8.87 จุด

ด้วยราคาที่ต่ำกว่าไทย 14.2% หากผู้ซื้อเปลี่ยนน้ำหนักไปที่ต้นทุน ส่วนแบ่งของไทยจะถูกกดดันเร็วกว่าที่ตัวเลขปัจจุบันบ่งบอก

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 39.92%

โดยปริมาณลด 43.24% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 77.12 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–โปแลนด์

โปแลนด์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 3.88% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งโปแลนด์นำเข้า 2,217.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.78% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 703.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 5.8% ที่ตลาดนี้ยอมจ่ายให้ยางไทยเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทาง คือมูลค่าที่ผู้ซื้อให้กับความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ส่วนต่างนี้มิใช่สิ่งที่ได้มาถาวร และจะหายไปทันทีที่คุณภาพไม่นิ่งหรือการส่งมอบสะดุด สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.87 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 15.9% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 3.88% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.78%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,981 ดอลลาร์ต่อตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5.8%ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้คุณภาพและความแน่นอน ไม่ได้เลือกที่ราคาต่ำสุดรักษาความสม่ำเสมอของเกรดและระบบตรวจสอบย้อนกลับไว้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ
โกตดิวัวร์เพิ่มส่วนแบ่ง 8.87 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 43.24% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้