ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดสวีเดน · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–สวีเดน

ประเทศไทย

ยางพารา

สวีเดน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศสวีเดน

สวีเดนเป็นระบบเศรษฐกิจฐานอุตสาหกรรมของยุโรปเหนือที่มีบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เป็นแกน โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์เชิงพาณิชย์ เครื่องจักรกลหนัก และอุปกรณ์สำหรับกิจการเหมืองแร่ ประเทศมีท่าเรือของตนเองบนชายฝั่งตะวันตกและทะเลบอลติก จึงนำเข้าวัตถุดิบได้โดยตรงมิต้องพึ่งประเทศอื่น สภาพภูมิอากาศหนาวจัดเป็นเงื่อนไขที่กำหนดลักษณะสินค้าหลายอย่าง ทั้งข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของยานยนต์และการใช้งานกลางแจ้งในฤดูหนาว

ความต้องการยางธรรมชาติของสวีเดนมาจากสามทางที่ต่างจากประเทศอื่นในกลุ่มพอสมควร ทางแรกคือยางล้อสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร ซึ่งใช้สัดส่วนยางธรรมชาติสูงกว่ายางล้อรถยนต์นั่ง และตลาดยางล้อสำหรับฤดูหนาวซึ่งมีความต้องการตามฤดูกาลชัดเจน ทางที่สองคืออุตสาหกรรมพอลิเมอร์เชิงวิศวกรรมซึ่งมีผู้ผลิตรายใหญ่ตั้งฐานอยู่ในประเทศ ผลิตซีล ยางกันสั่นสะเทือน และวัสดุยางสำหรับงานอุตสาหกรรมและงานทางทะเล ทางที่สามคือกิจการเหมืองแร่และงานแปรรูปแร่ ซึ่งใช้สายพานลำเลียงและวัสดุบุยางกันสึกในเครื่องบดแร่เป็นของสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ

สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางที่คลังข้อมูลติดตามการนำเข้ายาง ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 1 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 12.86% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 2.14% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 51.5% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR ซึ่งย้ายเกณฑ์การแข่งขันจากราคาไปสู่ความสามารถพิสูจน์แหล่งที่มา ตลาดนี้ให้น้ำหนักกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนและการรับรองจากบุคคลที่สามมากกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพอยู่แล้ว ผู้ซื้อจำนวนหนึ่งกำหนดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานเพิ่มเติมเหนือกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกเรื่องคือวัฏจักรของอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการก่อสร้างซึ่งกำหนดความต้องการสายพานและวัสดุบุยาง เมื่อการลงทุนในสองภาคนี้ชะลอ ความต้องการวัสดุสิ้นเปลืองย่อมลดลงตาม

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

1,960.17ล้าน$

−1.36%

นำเข้าจากไทย

42.03ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

2.14%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 สวีเดนนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 1,960.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.36% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 42.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.14%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของสวีเดนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 1,797.27 เป็น 1,960.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.06%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 0.74% ในปี 2563 เป็น 2.14% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2564 ที่ 2.58% และต่ำสุดคือ 2563 ที่ 0.74%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่สวีเดนนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9.06% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 214.13% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 205.07 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม54.910.520.95%
ยางล้อและยางใน1,009.8635.763.54%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ895.425.760.64%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังสวีเดน มูลค่า 42.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 2.14% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก ไทย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่สวีเดนนำเข้า (0.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 1

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ4.01+32.32%0.5212.86%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์50.90+0.21%0.000.01%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)971.60−3.07%35.713.68%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว33.19−12.72%0.050.14%
4013ยางใน5.07−1.88%0.000.08%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์71.41−11.13%0.000.00%
4003ยางรีเคลม0.24−85.46%0.000.00%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.49−32.10%0.000.20%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์8.12−13.69%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์2.63+44.07%0.000.00%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์47.74−10.69%0.040.08%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์179.55−8.06%0.020.01%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง61.67−6.83%0.020.03%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง8.35+6.54%0.829.88%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง116.52+35.43%3.553.05%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์395.70+3.26%1.300.33%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง3.00+66.09%0.010.27%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของสวีเดน ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 971.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 395.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4009) มูลค่า 179.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ ยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ที่ 12.86%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่สวีเดนนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)971.60 ล้าน$(−3.07%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)395.70 ล้าน$(+3.26%)
  • หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์(4009)179.55 ล้าน$(−8.06%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • ยางธรรมชาติ(4001)12.86%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)9.88%
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)3.68%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)116.52 ล้าน$(+35.43%)
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)8.35 ล้าน$(+6.54%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)395.70 ล้าน$(+3.26%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 0.95% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 3.54% ทั้งที่สวีเดนนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 1,009.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 54.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งสวีเดนนำเข้าจากโลกมูลค่า 971.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.68% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของสวีเดนสามอันดับแรก ได้แก่ ไทย (12.86%) มาเลเซีย (12.16%) ฝรั่งเศส (10.82%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 1ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1ไทย0.5227712.86%
2มาเลเซีย0.4919812.16%
3ฝรั่งเศส0.437310.82%
4เวียดนาม0.351718.62%
5ศรีลังกา0.341148.57%
6เดนมาร์ก0.32828.08%
7เยอรมนี0.24465.88%
8เนเธอร์แลนด์0.211025.26%
9สเปน0.18814.56%
10อิตาลี0.17764.24%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี294.5015.02%
2จีน165.528.44%
3โปแลนด์163.888.36%
4เบลเยียม144.537.37%
5ฟินแลนด์142.937.29%
6ฝรั่งเศส119.466.09%
7อิตาลี92.694.73%
8สเปน70.683.61%
9ญี่ปุ่น69.993.57%
10มาเลเซีย63.123.22%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของสวีเดนคือ มาเลเซีย อันดับที่ 2 มูลค่า 0.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 1 มูลค่า 0.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 0.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.70 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
ไทย3.28%12.86%+9.58 จุด1,863
มาเลเซีย14.24%12.16%2.08 จุด2,465
เวียดนาม10.45%8.62%1.83 จุด2,023
ศรีลังกา3.27%8.57%+5.30 จุด3,018

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของสวีเดนเพิ่มขึ้น 9.58 จุด จาก 3.28% เป็น 12.86% ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นนี้มิได้เกิดจากการขยายตัวของตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการแทนที่ต้นทางเดิมที่ถอยลง โดยต้นทางที่เสียส่วนแบ่งมากที่สุดคือ มาเลเซีย ลดลง 2.08 จุด และเวียดนาม ลดลง 1.83 จุด เมื่อรวมทุกต้นทางที่ถอยในกลุ่มนี้ เสียส่วนแบ่งไปทั้งสิ้น 3.91 จุด ขณะที่ฝ่ายที่รุกได้เพิ่มรวม 14.88 จุด ส่วนต่างที่เหลือมาจากต้นทางรายย่อยนอกกลุ่มที่แสดงในตารางนี้ ทั้งนี้ ต้นทางที่รุกคืบเร็วที่สุดในกลุ่มเดียวกันคือศรีลังกา ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.30 จุด จึงเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตาควบคู่ไปด้วย

ในปี 2567 สวีเดนจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,863 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 2,653 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 29.8% และสูงกว่าเวียดนามซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 2,023 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง -7.9% การที่ไทยขายได้ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งได้ บ่งชี้ว่าส่วนแบ่งที่ได้มาส่วนหนึ่งมาจากความได้เปรียบด้านราคา ซึ่งเป็นฐานที่เปราะบางกว่าความได้เปรียบด้านคุณภาพ เพราะคู่แข่งลอกเลียนได้ทันทีที่ต้นทุนของตนลดลง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปสวีเดน

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปสวีเดนมูลค่ารวม 1,900.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.00% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 1,610.11 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ผลิตภัณฑ์ยางยางธรรมชาติแปรรูป
2563548.38543.874.51
25642,354.252,337.5614.26
25651,565.861,553.6112.25
25661,227.901,221.254.19
25671,610.111,594.2915.82
25681,900.001,887.8412.16
2569*879.85868.1511.70

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปสวีเดน 111 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 12.16 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 109.69 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 149 ตัน มูลค่า 15.82 ล้านบาท หรือ 106.17 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 23.14% ปริมาณลดลง 25.50% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 3.32% การอ่านเช่นนี้เปลี่ยนข้อสรุปไปคนละทางกับการดูมูลค่าเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ลดลงมิได้เกิดจากราคายางที่ตกต่ำ แต่เกิดจากปริมาณที่ส่งได้น้อยลง โดยราคาต่อหน่วยที่สูงขึ้นช่วยพยุงมูลค่าไว้ส่วนหนึ่ง ประเด็นที่ต้องหาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอุปทานหรือคำสั่งซื้อที่หายไป มิใช่เรื่องอำนาจต่อรองด้านราคา

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง802.3392.4%
ถุงมืออื่นๆผลิตภัณฑ์ยาง29.433.4%
ถุงยางคุมกำเนิดผลิตภัณฑ์ยาง16.101.9%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปสวีเดนมากที่สุดคือ น้ำยางข้น มูลค่า 11.70 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 802.33 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 1 ส่วนแบ่ง 12.86%

เพิ่มขึ้น 9.58 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้มั่นคงขึ้น

2

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 3.54%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 1,009.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

3

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 51.5%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

4

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 9.06% ไทยโต 214.13%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 205.06 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น — มูลค่าที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอบอกว่าชนะหรือแพ้

5

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,863 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 29.8% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

6

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือศรีลังกา เพิ่ม 5.30 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

7

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 23.14%

โดยปริมาณลด 25.50% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 109.69 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สวีเดน

สวีเดน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 0.95% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งสวีเดนนำเข้า 1,009.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 3.54% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 54.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 29.8% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของศรีลังกา ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.30 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 7.9% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 0.95% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 3.54%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,863 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 29.8%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
ศรีลังกาเพิ่มส่วนแบ่ง 5.30 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 25.50% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้