ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
ตลาดสโลวีเนีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์การค้ายางพาราไทย–สโลวีเนีย

ประเทศไทย

ยางพารา

สโลวีเนีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศสโลวีเนีย

สโลวีเนียเป็นประเทศขนาดเล็กในยุโรปกลางที่มีชายฝั่งสั้น ๆ บนทะเลเอเดรียติกและมีท่าเรือของตนเอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูการค้าให้ประเทศในยุโรปกลางที่ไม่มีทางออกทะเลด้วย เศรษฐกิจพึ่งพาภาคการผลิตเพื่อการส่งออกในสัดส่วนสูง และผูกโยงแน่นแฟ้นกับห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ของยุโรปตะวันตก อุปสงค์ภายในประเทศมีขนาดเล็ก กิจกรรมการผลิตจึงขึ้นกับคำสั่งซื้อจากตลาดยุโรปเป็นหลัก

สโลวีเนียเป็นที่ตั้งของโรงงานยางล้อที่อยู่ในเครือของผู้ผลิตข้ามชาติ จึงเป็นผู้ใช้ยางธรรมชาติโดยตรงมิใช่เพียงผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายต่อ นอกจากยางล้อแล้วยังมีผู้ผลิตชิ้นส่วนยางและชิ้นส่วนยานยนต์ที่ป้อนโรงงานประกอบรถยนต์ในภูมิภาค รวมถึงอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนซึ่งใช้ชิ้นส่วนยางเป็นส่วนประกอบ ท่าเรือของประเทศยังทำให้ยางบางส่วนที่ผ่านเข้ามามิได้ถูกใช้ในประเทศ หากเคลื่อนย้ายต่อไปยังโรงงานในประเทศข้างเคียง

ในบรรดา 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 สโลวีเนียเป็นผู้นำเข้าอันดับที่ 35 ของโลก ไทยเป็นต้นทางยางธรรมชาติอันดับที่ 3 ของประเทศนี้ ด้วยส่วนแบ่ง 16.28% ของมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อนับรวมทั้งหมวด 40 ซึ่งรวมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปเข้าไปด้วย ส่วนแบ่งของไทยลดลงเหลือ 3.63% เนื่องจากมูลค่านำเข้าของประเทศนี้กระจุกอยู่ที่กลุ่มยางล้อถึง 44.2% ของทั้งหมวด ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยยังเข้าไปแข่งขันได้น้อยกว่ากลุ่มวัตถุดิบมาก ระยะห่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือประเด็นที่หัวข้อถัดไปของรายงานจะขยายความ

เงื่อนไขที่ต้องติดตามคือระเบียบ EUDR และวัฏจักรการผลิตยานยนต์ของยุโรป ซึ่งกำหนดคำสั่งซื้อของโรงงานในประเทศนี้เกือบทั้งหมด เมื่อยอดผลิตรถยนต์ในยุโรปชะลอตัว ความต้องการวัตถุดิบยางย่อมลดลงตามอย่างรวดเร็ว อีกเรื่องคือการตีความตัวเลข เพราะบทบาทท่าเรือทำให้ยอดนำเข้าส่วนหนึ่งเป็นการค้าผ่านเพื่อส่งต่อ มิใช่การใช้ภายในประเทศทั้งหมด การอ่านส่วนแบ่งตลาดที่นี่จึงต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกัน

ย่อหน้าความสัมพันธ์ทางการค้ากับไทยคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเงื่อนไขที่ต้องติดตาม เป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

2) ภาพรวมการนำเข้ายางและของทำด้วยยาง

นำเข้าจากโลก ปี 2567

755.69ล้าน$

+3.38%

นำเข้าจากไทย

27.41ล้าน$

ส่วนแบ่งไทยในการนำเข้าของประเทศนี้

3.63%

นำเข้าจากโลกนำเข้าจากไทย

ในปี 2567 สโลวีเนียนำเข้ายางและของทำด้วยยาง (พิกัดศุลกากรหมวด 40) จากทั่วโลกมูลค่า 755.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.38% จากปี 2566 โดยนำเข้าจากไทย 27.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.63%

ตลอดช่วง 2563–2567 มูลค่านำเข้าหมวด 40 ของสโลวีเนียจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 559.22 เป็น 755.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (35.13%) ส่วนแบ่งของไทยในตลาดนี้มีทิศทางสูงขึ้นจาก 3.07% ในปี 2563 เป็น 3.63% ในปี 2567 โดยปีที่ไทยมีส่วนแบ่งสูงสุดคือ 2564 ที่ 6.36% และต่ำสุดคือ 2565 ที่ 2.61%

เมื่อแยกอัตราการเติบโตของสองฝั่งออกจากกัน ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 มูลค่าที่สโลวีเนียนำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น 35.13% ขณะที่มูลค่าที่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น 59.73% ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาดอยู่ 24.60 จุด ซึ่งเป็นเหตุผลโดยตรงที่ทำให้ส่วนแบ่งของไทยสูงขึ้น การแยกอ่านเช่นนี้จำเป็น เพราะมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่กำลังขยายตัวอาจหมายถึงการเสียส่วนแบ่งก็ได้ หากเติบโตช้ากว่าตลาดโดยรวม การดูเฉพาะตัวเลขมูลค่าจึงให้ภาพที่ไม่ครบ

กลุ่มจากโลก (ล้าน$)จากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม134.1810.798.04%
ยางล้อและยางใน334.048.152.44%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ287.478.472.95%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2.5) มุมมองจากแผนที่การค้า

ไทยส่งออก

ไทยส่งออกยางและของทำด้วยยางไปยังสโลวีเนีย มูลค่า 27.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่ง 3.63% ของมูลค่านำเข้าทั้งหมดของประเทศนี้

ไทยนำเข้า

แผนที่นี้แสดงต้นทางที่ไทยนำเข้ายาง — ใช้ประกอบการมองว่าไทยอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่อุปทานโลก

การค้ายางธรรมชาติของโลก

ในการค้ายางธรรมชาติของโลก อินโดนีเซีย เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดที่สโลวีเนียนำเข้า (28.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยอยู่อันดับ 3

ที่มา : แผนที่จากแดชบอร์ดตลาดโลก–ตลาดไทย ของระบบ · ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ปี 2567

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

3) นำเข้าแยกรายพิกัด

พิกัดรายการนำเข้าจากโลก (ล้าน$)%เทียบปีก่อนนำเข้าจากไทย (ล้าน$)ส่วนแบ่งไทย
ยางธรรมชาติและยางผสม
4001ยางธรรมชาติ66.26+3.09%10.7916.28%
4005ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์67.92−1.97%0.000.00%
ยางล้อและยางใน
4011ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)319.92+12.93%8.092.53%
4012ยางหล่อดอกและยางใช้แล้ว11.28−1.31%0.000.00%
4013ยางใน2.84+37.18%0.062.01%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ
4002ยางสังเคราะห์111.14−11.85%5.274.74%
4003ยางรีเคลม1.14+8.96%0.000.35%
4004เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้0.37−52.15%0.000.00%
4006ยางในลักษณะอื่น ยังไม่วัลแคไนซ์0.96+90.51%0.000.00%
4007เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์0.78−2.50%0.6481.51%
4008แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์16.32−7.95%0.000.02%
4009หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์34.33−1.65%0.010.03%
4010สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง13.13+12.77%0.010.10%
4014ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง2.56+1.31%0.5923.06%
4015เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง13.98+19.36%1.7512.51%
4016ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์91.58−0.31%0.200.22%
4017ยางแข็งและของทำด้วยยางแข็ง1.18+13.46%0.000.00%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

พิกัดที่มีมูลค่านำเข้าจากโลกสูงสุดสามอันดับแรกของสโลวีเนีย ได้แก่ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) มูลค่า 319.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางสังเคราะห์ (พิกัด 4002) มูลค่า 111.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4016) มูลค่า 91.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยพิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดคือ เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์ (พิกัด 4007) ที่ 81.51%

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3.1) การอ่านข้อมูลรายพิกัดเพิ่มเติม

ก) พิกัดที่สโลวีเนียนำเข้ามากที่สุดสามอันดับ

  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)319.92 ล้าน$(+12.93%)
  • ยางสังเคราะห์(4002)111.14 ล้าน$(−11.85%)
  • ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์(4016)91.58 ล้าน$(−0.31%)

ข) พิกัดที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดสามอันดับ

  • เส้นด้ายและเชือกยางวัลแคไนซ์(4007)81.51%
  • ของใช้ทางเภสัชกรรมทำด้วยยาง(4014)23.06%
  • ยางธรรมชาติ(4001)16.28%

ค) พิกัดที่มูลค่านำเข้าโตเร็วที่สุด (ตลาดเป้าหมายที่ไทยเจาะได้)

  • เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง(4015)13.98 ล้าน$(+19.36%)
  • ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)(4011)319.92 ล้าน$(+12.93%)
  • สายพานลำเลียงและสายพานส่งกำลัง(4010)13.13 ล้าน$(+12.77%)

เมื่อมองสองด้านของตลาดนี้พร้อมกันจะเห็นความไม่สมมาตรที่ชัดเจน ด้านวัตถุดิบ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มวัตถุดิบ ซึ่งนับพิกัด 4001 และ 4005 รวมกัน อยู่ที่ 8.04% ขณะที่ด้านสินค้าปลายทางซึ่งเป็นที่ที่มูลค่าส่วนใหญ่อยู่ ไทยมีส่วนแบ่งในกลุ่มยางล้อเพียง 2.44% ทั้งที่สโลวีเนียนำเข้ายางล้อจากโลกถึง 334.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับกลุ่มยางธรรมชาติที่ 134.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต่างนี้หมายความว่ายางไทยเข้าสู่ตลาดนี้ในฐานะวัตถุดิบที่ผู้อื่นนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วขายกลับเข้าตลาดเดียวกัน ในปี 2567 พิกัดที่เหลือช่องว่างให้ไทยขยายตลาดได้มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) (พิกัด 4011) ซึ่งสโลวีเนียนำเข้าจากโลกมูลค่า 319.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.53% อย่างไรก็ตาม การขยับเข้าไปในพิกัดปลายทางเช่นนี้อาศัยเงื่อนไขคนละชุดกับการขายวัตถุดิบ กล่าวคือต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และต้องเข้าถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่มีสัญญาผูกพันกับผู้ผลิตเดิมอยู่แล้ว ความได้เปรียบด้านคุณภาพเนื้อยางที่ไทยมีในตลาดวัตถุดิบจึงไม่ส่งผ่านมาถึงตลาดปลายทางโดยอัตโนมัติ

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

4) ต้นทางการนำเข้า

ต้นทางยางธรรมชาติหลักของสโลวีเนียสามอันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย (42.35%) โกตดิวัวร์ (23.79%) ไทย (16.28%) ส่วนไทยนั้น ไทยอยู่อันดับที่ 3ในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของประเทศนี้

4.1 ต้นทางยางธรรมชาติ (พิกัด 4001)

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)สัดส่วน
1อินโดนีเซีย28.0616,26142.35%
2โกตดิวัวร์15.769,70023.79%
3ไทย10.796,99316.28%
4เบลเยียม4.882,5737.36%
5เวียดนาม2.271,2323.42%
6มาเลเซีย1.857822.79%
7แคเมอรูน0.432690.64%
8อิตาลี0.331150.49%
9สิงคโปร์0.321710.48%
10โปแลนด์0.291450.43%

4.2 ต้นทางทั้งหมวด 40

อันดับประเทศมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
1เยอรมนี114.4015.14%
2อิตาลี53.667.10%
3โปแลนด์52.806.99%
4อินโดนีเซีย44.245.85%
5จีน37.985.03%
6เกาหลีใต้36.714.86%
7เซอร์เบีย33.604.45%
8สาธารณรัฐเช็ก33.214.39%
9ฝรั่งเศส30.624.05%
10ไทย27.413.63%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4.3) ไทยเทียบคู่แข่งในตลาดนี้

ประเทศที่มีอันดับใกล้เคียงกับไทยมากที่สุดในบรรดาต้นทางยางธรรมชาติของสโลวีเนียคือ โกตดิวัวร์ อันดับที่ 2 มูลค่า 15.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 3 มูลค่า 10.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่างกัน 4.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.51 จุดของสัดส่วนตลาด

ก) ส่วนแบ่งต้นทางยางธรรมชาติเคลื่อนไหว ปี 2563–2567

ประเทศต้นทาง25632567เปลี่ยนแปลงราคา ($/ตัน)
อินโดนีเซีย45.64%42.35%3.29 จุด1,726
โกตดิวัวร์18.07%23.79%+5.72 จุด1,625
ไทย20.32%16.28%4.04 จุด1,543
เบลเยียม2.95%7.36%+4.41 จุด1,896
เวียดนาม2.90%3.42%+0.52 จุด1,839

เปลี่ยนแปลงเป็นจุดร้อยละของส่วนแบ่งมูลค่านำเข้ายางธรรมชาติ (พิกัด 4001) มิใช่อัตราการเติบโตของมูลค่า · ราคาต่อตันคำนวณจากมูลค่าหารด้วยปริมาณของปี 2567

ระหว่างปี 2563 ถึง 2567 ส่วนแบ่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติของสโลวีเนียลดลง 4.04 จุด จาก 20.32% เป็น 16.28% ส่วนแบ่งที่หายไปถูกรับช่วงโดยต้นทางที่รุกคืบขึ้นมาแทน ได้แก่ โกตดิวัวร์ เพิ่มขึ้น 5.72 จุด และเบลเยียม เพิ่มขึ้น 4.41 จุด การเปลี่ยนมือเช่นนี้บ่งชี้ว่าตลาดมิได้หดตัวจนทุกฝ่ายเสียหายเท่ากัน แต่เป็นการเปลี่ยนแหล่งซื้อของผู้นำเข้า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากราคา คุณภาพ หรือเงื่อนไขการส่งมอบ

ในปี 2567 สโลวีเนียจ่ายค่ายางธรรมชาติจากไทยเฉลี่ยตันละ 1,543 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทางรวมกัน (ตันละ 1,706 ดอลลาร์สหรัฐ) อยู่ 9.6% และสูงกว่าโกตดิวัวร์ซึ่งเป็นต้นทางที่ราคาต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ (ตันละ 1,625 ดอลลาร์สหรัฐ) ถึง -5.0% ราคาที่ไทยได้รับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและส่วนแบ่งมิได้เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าไทยยังไม่ได้รับผลตอบแทนที่สมกับต้นทุนการผลิต จึงควรทบทวนว่าสินค้าที่ส่งเข้าตลาดนี้อยู่ในกลุ่มเกรดที่แข่งด้วยราคาเป็นหลักหรือไม่

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567)

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) การส่งออกของไทยไปสโลวีเนีย

ในปี 2568 ไทยส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางไปสโลวีเนียมูลค่ารวม 706.47 ล้านบาท ลดลง 67.54% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 2,176.51 ล้านบาท

ปีมูลค่ารวม (ล้านบาท)ยางธรรมชาติแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางยางสังเคราะห์
2563724.88376.87261.1186.90
25641,831.531,470.32238.84122.37
25653,276.212,645.51330.14300.56
25661,542.141,183.53271.6886.93
25672,176.511,766.85298.04111.62
2568706.47316.34219.56170.57
2569*287.9258.80147.0182.11

* ปี 2569 เป็นข้อมูลถึงเดือนกรกฎาคม

ที่มา : กรมศุลกากร ประมวลผลโดยกองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง · ข้อมูลถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เมื่อแยกมูลค่าออกจากปริมาณในกลุ่มยางธรรมชาติแปรรูป พบว่าปี 2568 ไทยส่งไปสโลวีเนีย 4,142 ตันเนื้อยางแห้ง มูลค่า 316.34 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 76.37 บาทต่อกิโลกรัม เทียบกับปี 2567 ที่ 27,067 ตัน มูลค่า 1,766.85 ล้านบาท หรือ 65.28 บาทต่อกิโลกรัม กล่าวคือมูลค่าลดลง 82.10% ปริมาณลดลง 84.70% และราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 16.99% การอ่านเช่นนี้เปลี่ยนข้อสรุปไปคนละทางกับการดูมูลค่าเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าที่ลดลงมิได้เกิดจากราคายางที่ตกต่ำ แต่เกิดจากปริมาณที่ส่งได้น้อยลง โดยราคาต่อหน่วยที่สูงขึ้นช่วยพยุงมูลค่าไว้ส่วนหนึ่ง ประเด็นที่ต้องหาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอุปทานหรือคำสั่งซื้อที่หายไป มิใช่เรื่องอำนาจต่อรองด้านราคา

5.1 ชนิดยางที่ไทยส่งออกมากที่สุด (ปีปฏิทินล่าสุด ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569)

ชนิดยางกลุ่มสินค้ามูลค่า (ล้านบาท)สัดส่วนในกลุ่ม
ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ผลิตภัณฑ์ยาง121.1582.4%
BRยางสังเคราะห์68.1783.0%
ยางแท่งยางธรรมชาติแปรรูป32.9356.0%

ข้อมูลชนิดยางปีปฏิทินล่าสุดของศุลกากร ถึง กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (ช่วงเดียวกับแถวปี 2569 ในตารางรายปีข้างต้น ซึ่งยังไม่ครบปี) พบว่าชนิดยางธรรมชาติแปรรูปที่ไทยส่งออกไปสโลวีเนียมากที่สุดคือ ยางแท่ง มูลค่า 32.93 ล้านบาท ส่วนผลิตภัณฑ์ยางที่มากที่สุดคือ ยางนอกชนิดอัดลมที่เป็นของใหม่ มูลค่า 121.15 ล้านบาท

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

8

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ตลาดขนาดอันดับที่ 35 ของโลก

จาก 46 ประเทศที่มีข้อมูลการนำเข้ายางธรรมชาติในปี 2567 — เป็นตลาดที่มีน้ำหนักพอให้การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งมีผลต่อมูลค่าส่งออกของไทยจริง

2

ต้นน้ำ (พิกัด 4001) ไทยอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 16.28%

ลดลง 4.04 จุดจากปี 2563 สะท้อนว่าตำแหน่งของไทยในตลาดยางธรรมชาติ (พิกัด 4001) ของประเทศนี้ถูกกดดัน

3

ปลายน้ำ ไทยมีส่วนแบ่งยางล้อเพียง 2.44%

จากมูลค่านำเข้ายางล้อ 334.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ — ช่องว่างระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำคือที่ที่มูลค่าเพิ่มรั่วไหลออกจากมือผู้ประกอบการไทย

4

มูลค่านำเข้ากระจุกที่กลุ่มยางล้อ 44.2%

ของมูลค่านำเข้าหมวด 40 ทั้งหมด — โครงสร้างเช่นนี้บอกว่าตลาดนี้ซื้อ "ของที่ผลิตเสร็จแล้ว" มากกว่าซื้อวัตถุดิบไปผลิตเอง การวางกลยุทธ์จึงต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงข้อนี้

5

ห้าปี ทั้งหมวด 40 ตลาดโต 35.13% ไทยโต 59.73%

ไทยจึงเติบโตเร็วกว่าตลาด 24.60 จุด ซึ่งเป็นที่มาของส่วนแบ่งในทั้งหมวด 40 ที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งในพิกัด 4001 เคลื่อนไหวไปคนละทาง ความต่างนี้เกิดที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มิใช่ที่วัตถุดิบ

6

ตลาดจ่ายให้ยางไทยตันละ 1,543 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายให้ทุกต้นทาง 9.6% บ่งชี้ว่าไทยยังขายอยู่ในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก

7

คู่แข่งที่รุกเร็วที่สุดคือโกตดิวัวร์ เพิ่ม 5.72 จุด

จึงเป็นต้นทางที่ควรติดตามการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในปีต่อ ๆ ไป

8

ฝั่งไทย ปี 2568 มูลค่าลด 82.10%

โดยปริมาณลด 84.70% และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 76.37 บาทต่อกิโลกรัม — การแยกสองด้านนี้บอกว่าควรแก้ที่ด้านปริมาณ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

9

สถานการณ์การค้ายางพารา ไทย–สโลวีเนีย

สโลวีเนีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — ตัวเลขของตลาดนี้ชี้ตรงกันว่าไทยแข็งแรงในกลุ่มวัตถุดิบ (พิกัด 4001 และ 4005) โดยมีส่วนแบ่ง 8.04% แต่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มที่มูลค่าอยู่จริง คือยางล้อ ซึ่งสโลวีเนียนำเข้า 334.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ไทยมีส่วนแบ่งเพียง 2.44% ข้อสังเกตที่สำคัญคือ แม้ไทยจะได้ส่วนแบ่งวัตถุดิบของตลาดนี้ไปทั้งหมด มูลค่าที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดของกลุ่มยางล้อ เพราะกลุ่มวัตถุดิบทั้งกลุ่มมีมูลค่าเพียง 134.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปตลาดนี้อย่างมีนัยสำคัญจึงทำไม่ได้ด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบ มาตรการที่ตรงกับข้อค้นพบนี้คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของประเทศปลายทาง และการเจรจาลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป มากกว่าการมุ่งขยายปริมาณยางดิบเพียงอย่างเดียว

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ราคาที่ไทยได้รับยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทุกต้นทางอยู่ 9.6% ซึ่งหมายความว่าไทยยังขายในกลุ่มที่แข่งด้วยราคาเป็นหลัก การยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพจึงเป็นทางที่จะเปลี่ยนฐานการแข่งขันในตลาดนี้ สำหรับตลาดที่อยู่ในสหภาพยุโรป ระเบียบ EUDR ทำให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงปลูกเปลี่ยนจากจุดขายมาเป็นเงื่อนไขบังคับ ผู้ส่งออกที่เตรียมระบบเอกสารได้ก่อนจะได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผู้ที่เตรียมไม่ทันจะเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่พร้อมกว่า โดยที่คุณภาพเนื้อยางมิได้เป็นตัวตัดสินเลย

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดที่ควรเฝ้าระวังในตลาดนี้มีสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ตัวแรกคือส่วนแบ่งของโกตดิวัวร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.72 จุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา ตัวที่สองคือส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างไทยกับโกตดิวัวร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 5.0% และตัวที่สามคือปริมาณเนื้อยางแห้งที่ไทยส่งเข้าตลาดนี้รายปี เพราะปริมาณมักเคลื่อนไหวก่อนส่วนแบ่งหนึ่งถึงสองปี จึงเป็นสัญญาณเตือนที่มาถึงเร็วที่สุด หากตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนผิดทิศทางต่อเนื่องสองปี ควรทบทวนแนวทางการเข้าตลาดนี้ก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยนจนเห็นได้ในตัวเลข

7.1 เส้นทางจากหลักฐานสู่ข้อเสนอแนะ

หลักฐานจากคลังข้อมูลสิ่งที่อนุมานได้สิ่งที่ควรทำ
ส่วนแบ่งวัตถุดิบ (4001+4005) 8.04% แต่ส่วนแบ่งยางล้อ 2.44%ไทยขายของต้นน้ำเข้าตลาดที่มูลค่าอยู่ปลายน้ำ มูลค่าเพิ่มจึงตกกับผู้ผลิตรายอื่นผลักดันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ปลายทาง แทนการเร่งปริมาณยางดิบ
ราคาที่ตลาดจ่ายให้ไทย 1,543 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 9.6%ไทยยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ซื้อเลือกด้วยราคาเป็นเกณฑ์หลักยกระดับเกรดและการรับรองคุณภาพเพื่อเปลี่ยนฐานการแข่งขัน
โกตดิวัวร์เพิ่มส่วนแบ่ง 5.72 จุดในห้าปีโครงสร้างต้นทางของตลาดนี้กำลังเปลี่ยน และการเปลี่ยนยังไม่หยุดติดตามส่วนแบ่งและราคาของต้นทางรายนี้เป็นตัวชี้วัดประจำทุกปี
ปริมาณเนื้อยางแห้งที่ส่งไป ลด 84.70% ในปี 2568คำสั่งซื้อหดตัวก่อนที่ส่วนแบ่งจะเปลี่ยน เป็นสัญญาณที่มาถึงเร็วที่สุดใช้ปริมาณรายปีเป็นตัวเตือนล่วงหน้า ไม่รอให้ส่วนแบ่งเปลี่ยนก่อนจึงทบทวน

คอลัมน์ซ้ายอ่านได้จากตารางในเล่มนี้โดยตรง คอลัมน์กลางเป็นการตีความ และคอลัมน์ขวาเป็นข้อเสนอที่ตามมาจากการตีความนั้น

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

10

ตัวเลขฝั่งประเทศปลายทางมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐ ถึงปี 2567 · ฝั่งไทยมาจากกรมศุลกากร หน่วยบาท ถึงเดือน 2026-07 · สองแหล่งนี้คนละหน่วยและคนละช่วงเวลา รายงานจึงแยกตารางเสมอและไม่นำมาบวกกัน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นข้อความที่กองบรรณาธิการกรอกเอง มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้