
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–โกตดิวัวร์
ประเทศไทย
โกตดิวัวร์


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
โกตดิวัวร์

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เศรษฐกิจโกตดิวัวร์ตั้งอยู่บนฐานสินค้าเกษตรส่งออกเป็นหลัก โดยมีโกโก้เป็นพืชนำ และมียางพาราเป็นพืชส่งออกสำคัญที่ขยายตัวจากนโยบายกระจายชนิดพืช และเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกาและอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก พื้นที่ปลูกกระจุกตัวในเขตป่าชื้นทางภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งมีฝนและสภาพดินเหมาะแก่การกรีดยาง โครงสร้างการถือครองเป็นแบบผสม ระหว่างสวนขนาดใหญ่ของกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมที่มีโรงงานแปรรูปของตนเอง กับเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกภายใต้ระบบสวนบริวารและส่งวัตถุดิบเข้าโรงงานเดียวกัน แรงงานกรีดยางบางส่วนเป็นแรงงานรับจ้างและแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน การส่งออกอาศัยท่าเรือหลักที่อาบีจานและซานเปโดรบนชายฝั่งอ่าวกินี ซึ่งมีระยะทางเดินเรือถึงยุโรปสั้นกว่าแหล่งผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศนี้อยู่ในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของแอฟริกาตะวันตกและใช้เงินสกุลที่ผูกค่ากับยูโร
ระดับการแปรรูปในประเทศยังอยู่ที่การผลิตวัตถุดิบขั้นต้นเป็นหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในรูปยางก้อนถ้วยที่ปล่อยให้จับตัวในถ้วยหน้าสวน แล้วส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปเป็นยางแท่งตามมาตรฐานที่อุตสาหกรรมยางล้อใช้ ส่วนยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมีบทบาทน้อย ต่างจากโครงสร้างของไทยที่ผลิตได้หลายรูปแบบควบคู่กัน ผลคือสินค้าของประเทศนี้แข่งขันโดยตรงกับยางแท่งของไทยในตลาดผู้ผลิตยางล้อ แต่แทบไม่ทับซ้อนกับตลาดน้ำยางข้นสำหรับถุงมือและผลิตภัณฑ์จุ่ม อุตสาหกรรมปลายน้ำภายในประเทศ ทั้งโรงงานยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูป ยังมีอยู่จำกัด มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ขณะที่โรงงานยางแท่งบางส่วนเป็นการลงทุนของทุนต่างชาติทั้งจากยุโรปและเอเชีย และราคารับซื้อยางก้อนถ้วยหน้าสวนมีการประกาศเป็นราคาอ้างอิงโดยองค์กรวิชาชีพของภาคยางเป็นระยะ
โกตดิวัวร์เป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 3 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 แต่อยู่อันดับที่ 2 เมื่อวัดด้วยปริมาณ ช่องว่างระหว่างสองอันดับนี้คือราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่าประเทศที่อยู่ใกล้กัน ด้วยมูลค่า 2,941.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 1,859,502 ตัน คิดเป็น 57.2% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.7% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย
เงื่อนไขที่จะเปลี่ยนภาพในระยะข้างหน้า คือพื้นที่ปลูกใหม่ที่ทยอยเข้าสู่วัยกรีด ซึ่งทำให้ผลผลิตของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแม้ราคาจะผันผวน ประกอบกับการลงทุนตั้งโรงงานยางแท่งเพิ่มจากทุนต่างชาติ ด้านข้อจำกัดคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายรองที่เชื่อมสวนกับโรงงาน ความสามารถรองรับของท่าเรือ และเสถียรภาพทางการเมืองในภูมิภาค ประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดที่สุดคือระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR ซึ่งกำหนดให้ผู้นำเข้าพิสูจน์ได้ว่ายางไม่ได้มาจากพื้นที่ที่เปลี่ยนสภาพจากป่า เนื่องจากยุโรปเป็นตลาดหลักของประเทศนี้ และการขยายพื้นที่ปลูกบางส่วนเกิดขึ้นในเขตป่าชื้น การวางระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงระดับแปลงและการรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรรายย่อยจึงเป็นเงื่อนไขชี้ขาดต่อการรักษาส่วนแบ่งตลาดยุโรป
ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001
มูลค่าส่งออก ปี 2567
2,941.02ล้าน$
ปริมาณ
1,859,502ตัน
ราคาเฉลี่ยต่อตัน
1,582$
มูลค่าส่งออก (ล้าน$)
ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของโกตดิวัวร์เพิ่มขึ้น 297.65% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 260.86% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 10.24% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง
| ปี (พ.ศ.) | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| 2558 | 739.60 | 515,297 | 1,435 |
| 2559 | 779.69 | 582,802 | 1,338 |
| 2560 | 1,069.99 | 754,049 | 1,419 |
| 2561 | 1,048.92 | 824,266 | 1,273 |
| 2562 | 1,300.20 | 955,762 | 1,360 |
| 2563 | 1,145.86 | 1,079,522 | 1,061 |
| 2564 | 1,759.91 | 1,339,612 | 1,314 |
| 2565 | 2,265.69 | 1,567,382 | 1,446 |
| 2566 | 2,397.16 | 2,058,321 | 1,165 |
| 2567 | 2,941.02 | 1,859,502 | 1,582 |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5
| ประเทศ | มูลค่าส่งออก (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| ประเทศไทย | 5,139.98 | 2,782,744 | 1,847 |
| โกตดิวัวร์ | 2,941.02 | 1,859,502 | 1,582 |
| ส่วนต่าง | 57.2% ของไทย | 66.8% ของไทย | −14.3% |
ในปี 2567 โกตดิวัวร์ขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,582 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 14.3% ส่วนต่างระดับนี้มิได้อธิบายด้วยค่าขนส่งหรือค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้าที่ขาย เช่น ยางก้อนถ้วยและยางแท่งเกรดล่างเทียบกับยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ควบคุมคุณสมบัติ ข้อสรุปที่ตามมาคือทั้งสองประเทศมิได้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันทั้งหมด ไทยแข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ส่วนประเทศนี้แข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อรับความผันแปรของวัตถุดิบได้ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 57.2% ของไทย ซึ่งใหญ่พอที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือผลผลิตของประเทศนี้จะขยับราคาตลาดโลกได้
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน | ราคา ($/ตัน) | ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$) | ราคาเทียบไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| จีน | 570.74 | 19.41% | 1,482 | 1,461.58 | −8.8% |
| มาเลเซีย | 558.52 | 18.99% | 1,545 | 673.34 | −19.8% |
| อินเดีย | 242.11 | 8.23% | 1,612 | 218.60 | −19.2% |
| สหรัฐอเมริกา | 195.10 | 6.63% | 1,735 | 571.70 | −19.9% |
| ตุรกี | 153.22 | 5.21% | 1,797 | 149.90 | +0.8% |
| เยอรมนี | 123.18 | 4.19% | 1,496 | 70.23 | — |
| สเปน | 103.16 | 3.51% | 1,535 | 121.14 | −22.5% |
| เบลเยียม | 101.73 | 3.46% | 1,692 | 10.34 | — |
| โปแลนด์ | 90.24 | 3.07% | 1,735 | 27.23 | — |
| ฮังการี | 80.29 | 2.73% | 1,837 | 13.17 | — |
| เกาหลีใต้ | 68.19 | 2.32% | 1,771 | 213.63 | +0.1% |
| เวียดนาม | 63.83 | 2.17% | 1,303 | 132.54 | −24.4% |
แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย
ปลายทางที่โกตดิวัวร์ส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือจีน มูลค่า 570.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 19.41% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 2,350.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 79.9% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือเวียดนาม ต่ำกว่าไทย 24.4% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน
เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่โกตดิวัวร์ขยายได้มากที่สุดคือจีน จาก 47.37 เป็น 570.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+1,104.9%) ส่วนปลายทางที่โตน้อยที่สุดคือสเปน จาก 79.08 เป็น 103.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+30.5%) ปลายทางหลักทุกแห่งเติบโตไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่าการขยายตัวมาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นของประเทศนี้เอง มิใช่การเปลี่ยนแหล่งซื้อของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 79.9% ของมูลค่าส่งออกจริง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40) | โกตดิวัวร์ (ล้าน$) | สัดส่วน | ไทย (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบยางธรรมชาติ | 2,941.09 | 99.7% | 5,513.33 | 27.4% |
| ยางล้อ | 1.24 | 0.0% | 7,995.65 | 39.8% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น | 6.31 | 0.2% | 6,579.91 | 32.8% |
เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 โกตดิวัวร์มีวัตถุดิบ 99.7% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.3% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน
วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)
สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของโกตดิวัวร์เคลื่อนจาก 0.2% ในปี 2563 เป็น 0.3% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+0.1 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง
| พิกัด | รหัส | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติ | 4001 | 2,941.02 | 99.7% |
| เศษยางและของที่ใช้ไม่ได้ | 4004 | 4.03 | 0.1% |
| ยางสังเคราะห์ | 4002 | 0.88 | 0.0% |
| ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 4011 | 0.79 | 0.0% |
| หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 4009 | 0.59 | 0.0% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 3 เมื่อวัดด้วยมูลค่า (อันดับที่ 2 ด้วยปริมาณ)
มูลค่า 2,941.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 1,859,502 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 57.2% ของขนาดไทย
สิบปี มูลค่าโต 297.65% ปริมาณโต 260.86%
การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย
ราคาต่อตัน 1,582 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 14.3%
ส่วนต่างกว้างเช่นนี้สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้า มิใช่การตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้องเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุป
ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 79.9% ของยอดส่งออก
ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง
โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.7% ปลายน้ำ 0.3%
เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–โกตดิวัวร์
โกตดิวัวร์
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 14.3% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่โกตดิวัวร์ส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 79.9% ของมูลค่าส่งออกจริงของโกตดิวัวร์ · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล