ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งแคเมอรูน · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–แคเมอรูน

ประเทศไทย

แข่งขัน

แคเมอรูน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศแคเมอรูน

แคเมอรูนเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายสำคัญของอนุภูมิภาคแอฟริกากลาง แต่ยางมิได้เป็นเสาหลักเดียวของเศรษฐกิจ เพราะยังพึ่งพาน้ำมันดิบ ไม้ โกโก้ และกล้วยเป็นสินค้าส่งออกควบคู่กัน ยางจึงสำคัญต่อการจ้างงานในบางภูมิภาค มากกว่าจะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจทั้งประเทศ แหล่งปลูกกระจุกตัวในเขตชายฝั่งและเขตป่าดิบชื้นทางตอนใต้ ครอบคลุมภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภูมิภาคชายฝั่ง และภูมิภาคใต้จนถึงพื้นที่ใกล้เมืองท่าคริบี โครงสร้างการถือครองต่างจากไทยอย่างชัดเจน กล่าวคือ ผลผลิตส่วนใหญ่มาจากสวนขนาดใหญ่แบบอุตสาหกรรมที่รัฐถือหุ้นหรือที่กลุ่มทุนต่างชาติได้รับสัมปทาน ใช้แรงงานประจำในแปลงกรีดและโรงงานแปรรูปในพื้นที่เดียวกัน ขณะที่เกษตรกรรายย่อยมีบทบาทรองในลักษณะสวนบริวารรอบสวนขนาดใหญ่ ผลผลิตลำเลียงทางถนนสู่ท่าเรือดูอาลาและท่าเรือน้ำลึกคริบี โดยมีตลาดยุโรปเป็นปลายทางสำคัญด้วยระยะทางเดินเรือที่สั้นกว่าแหล่งผลิตในเอเชีย

ระดับการแปรรูปภายในประเทศอยู่ในขั้นต้นน้ำเป็นหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่แปรรูปเป็นยางแท่งที่โรงงานซึ่งตั้งอยู่ติดกับสวนขนาดใหญ่ แล้วส่งออกในฐานะวัตถุดิบให้แก่ผู้ผลิตยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางในยุโรปและเอเชีย ส่วนยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมิใช่สินค้าส่งออกหลักเช่นเดียวกับของไทย ในด้านปลายน้ำ ประเทศยังไม่มีอุตสาหกรรมผลิตยางล้อภายในประเทศในระดับที่มีนัยสำคัญ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางอื่นมีขนาดจำกัดและผลิตเพื่อตลาดในประเทศเป็นสำคัญ มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ สำหรับคุณลักษณะของยางที่ผลิตได้ การที่ผลผลิตมาจากสวนขนาดใหญ่ภายใต้การจัดการเดียวตั้งแต่แปลงกรีดจนถึงโรงงาน ทำให้ควบคุมความสม่ำเสมอของชั้นคุณภาพยางแท่งได้ค่อนข้างดีและตรวจสอบย้อนกลับถึงแปลงได้ง่าย แต่ความหลากหลายของรูปแบบสินค้ายังน้อยกว่ายางไทย ซึ่งมีทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น และยางก้อนถ้วย รองรับผู้ซื้อได้หลายกลุ่ม

แคเมอรูนเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 17 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 67.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 43,136 ตัน คิดเป็น 1.3% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.6% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย

ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพข้างหน้า ประการแรกคือทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนเอเชียที่ถือสัมปทานสวนขนาดใหญ่และขยายพื้นที่ปลูกในเขตป่าดิบชื้นลุ่มน้ำคองโก ซึ่งเคยเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ประการต่อมาคือระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR ซึ่งมีน้ำหนักสูงเพราะยุโรปเป็นตลาดปลายทางหลัก สวนขนาดใหญ่ที่มีขอบเขตแปลงชัดเจนย่อมจัดทำข้อมูลพิกัดและเอกสารพิสูจน์แหล่งที่มาได้เร็วกว่าสวนบริวารและพื้นที่เปิดใหม่ หากพิสูจน์ไม่ได้ ผลผลิตอาจถูกเบี่ยงไปตลาดที่ผ่อนปรนกว่า อีกประการคือข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและเสถียรภาพ ทั้งความหนาแน่นของท่าเรือ สภาพถนนในฤดูฝน ภาระปลูกทดแทนต้นยางที่ล่วงอายุ และความไม่สงบในบางภูมิภาคทางตะวันตกที่กระทบความต่อเนื่องของการดำเนินงาน ทั้งยังสังกัดกลุ่มเศรษฐกิจแอฟริกากลางและใช้สกุลเงินที่ผูกค่ากับเงินยูโร รายได้จึงผูกโยงกับภาวะเศรษฐกิจยุโรปใกล้ชิด

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

67.35ล้าน$

ปริมาณ

43,136ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,561$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของแคเมอรูนลดลง 24.81% ขณะที่ปริมาณลดลง 31.25% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 9.31% ทั้งมูลค่าและปริมาณลดลงพร้อมกัน สะท้อนว่าฐานการผลิตของประเทศนี้หดตัวจริง มิใช่เพียงราคาที่ตกลง ซึ่งหมายความว่าอุปทานส่วนนี้ออกจากตลาดโลกไปและเป็นผลบวกต่อราคาที่ไทยได้รับ

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
255889.5862,7421,428
255971.6354,1921,322
256090.2851,6121,749
256158.4643,2221,353
256243.1636,5991,179
256341.8031,3501,333
256465.3741,1041,590
256576.8544,7061,719
256663.8542,1941,513
256767.3543,1361,561

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
แคเมอรูน67.3543,1361,561
ส่วนต่าง1.3% ของไทย1.6% ของไทย15.5%

ในปี 2567 แคเมอรูนขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,561 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 15.5% ส่วนต่างระดับนี้มิได้อธิบายด้วยค่าขนส่งหรือค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้าที่ขาย เช่น ยางก้อนถ้วยและยางแท่งเกรดล่างเทียบกับยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ควบคุมคุณสมบัติ ข้อสรุปที่ตามมาคือทั้งสองประเทศมิได้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันทั้งหมด ไทยแข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ส่วนประเทศนี้แข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อรับความผันแปรของวัตถุดิบได้ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 1.3% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
มาเลเซีย10.5115.60%1,453673.3424.6%
สหรัฐอเมริกา7.4111.00%1,554571.7028.3%
เยอรมนี6.379.46%1,58670.23
อินเดีย5.097.56%1,754218.6012.0%
โปแลนด์4.486.65%1,38227.23
เบลเยียม4.426.56%1,76710.34
สเปน3.485.16%1,740121.1412.1%
EGYอียิปต์2.984.42%1,53210.54
อิตาลี2.453.63%1,67578.5418.5%
บราซิล2.223.29%1,306119.2536.3%
ZAFแอฟริกาใต้2.193.25%1,2755.39
ตุรกี2.183.24%1,528149.9014.3%

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่แคเมอรูนส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือมาเลเซีย มูลค่า 10.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 15.60% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 53.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 79.9% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 7 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือบราซิล ต่ำกว่าไทย 36.3% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่แคเมอรูนขยายได้มากที่สุดคืออินเดีย จาก 1.36 เป็น 5.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+274.3%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคืออิตาลี จาก 8.15 เป็น 2.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−69.9%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 79.8% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)แคเมอรูน (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ67.3599.6%5,513.3327.4%
ยางล้อ0.140.2%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น0.140.2%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 แคเมอรูนมีวัตถุดิบ 99.6% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.4% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของแคเมอรูนเคลื่อนจาก 2.5% ในปี 2563 เป็น 0.4% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (−2.1 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง

5.2 พิกัดที่แคเมอรูนส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
ยางธรรมชาติ400167.3599.6%
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)40110.060.1%
ยางใน40130.060.1%
ยางสังเคราะห์40020.050.1%
เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง40150.040.1%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 17 เมื่อวัดด้วยมูลค่า

มูลค่า 67.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 43,136 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 1.3% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าหด 24.81% ปริมาณหด 31.25%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,561 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 15.5%

ส่วนต่างกว้างเช่นนี้สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้า มิใช่การตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้องเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุป

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 79.9% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.6% ปลายน้ำ 0.4%

เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–แคเมอรูน

แคเมอรูน

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 15.5% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะบราซิลซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่แคเมอรูนส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 79.8% ของมูลค่าส่งออกจริงของแคเมอรูน · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้