
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–กานา
ประเทศไทย
กานา


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
กานา

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เศรษฐกิจกานาพึ่งพาการส่งออกแร่ทองคำ โกโก้ และปิโตรเลียมเป็นหลัก ยางพาราจึงมีน้ำหนักรองลงมาในภาพรวมระดับประเทศ แต่มีความสำคัญสูงในเชิงพื้นที่ เนื่องจากแหล่งปลูกกระจุกตัวอยู่ในเขตภาคตะวันตกและพื้นที่ต่อเนื่องทางตอนใต้ ซึ่งเป็นเขตป่าฝนที่มีปริมาณน้ำฝนสูงและเหมาะแก่การกรีด โครงสร้างการผลิตมีลักษณะผสม กล่าวคือ มีสวนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการเชิงอุตสาหกรรมเป็นแกนกลาง และมีเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกรคู่สัญญาอยู่โดยรอบ โดยผู้ประกอบการแกนกลางทำหน้าที่จัดหาต้นกล้ายาง สินเชื่อ การส่งเสริมวิชาการ และรับซื้อผลผลิต ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่โรงงานแปรรูปกลุ่มเดียวกัน การส่งออกอาศัยท่าเรือทางตอนใต้ที่อยู่ใกล้เขตปลูกเป็นหลัก ระยะทางจากสวนถึงท่าเรือค่อนข้างสั้น แรงงานกรีดส่วนหนึ่งเป็นแรงงานครัวเรือน อีกส่วนเป็นแรงงานรับจ้างในท้องถิ่น
ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในรูปยางก้อนถ้วยที่รวบรวมจากสวนแล้วส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปเป็นยางแท่ง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ขณะที่ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมีบทบาทจำกัด เนื่องจากระบบรวบรวมผลผลิตและระยะเวลาขนส่งเอื้อต่อการผลิตยางก้อนถ้วยมากกว่าการรักษาสภาพน้ำยางสด ลักษณะดังกล่าวทำให้ยางของกานาเข้าสู่ตลาดในฐานะวัตถุดิบเกรดอุตสาหกรรมสำหรับผู้ผลิตยางล้อในต่างประเทศ ต่างจากไทยที่มีสินค้าครบทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น และมีฐานผู้ซื้อหลากหลายกว่า อุตสาหกรรมปลายน้ำภายในประเทศ ทั้งการผลิตยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางอื่น ยังมีขนาดจำกัด มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ทั้งนี้ การแปรรูปที่กระจุกตัวอยู่ในโรงงานไม่กี่แห่งมีส่วนให้คุณภาพยางแท่งค่อนข้างสม่ำเสมอ
กานาเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 9 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 228.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 139,192 ตัน คิดเป็น 4.4% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.5% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย
ประเด็นที่ควรติดตามคือการขยายพื้นที่ปลูกผ่านโครงการเกษตรกรคู่สัญญาและการปลูกทดแทนสวนเก่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาและผู้ลงทุนต่างชาติในธุรกิจสวนยาง หากดำเนินการต่อเนื่องจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ปัจจัยถ่วง ได้แก่ ข้อจำกัดของถนนสายรองในเขตปลูก ต้นทุนพลังงาน และการแข่งขันด้านที่ดินและแรงงานกับโกโก้ ปาล์มน้ำมัน รวมถึงกิจกรรมเหมืองแร่ขนาดเล็ก นอกจากนี้ สหภาพยุโรปเป็นปลายทางสำคัญแห่งหนึ่งของยางกานา จึงได้รับผลโดยตรงจากระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าที่กำหนดให้พิสูจน์แหล่งที่มาของวัตถุดิบถึงระดับแปลงปลูก โครงสร้างที่มีผู้ประกอบการแกนกลางและทะเบียนเกษตรกรคู่สัญญาช่วยให้จัดทำระบบสอบย้อนกลับได้ง่ายกว่าแหล่งที่รวบรวมยางแบบกระจาย แต่ผลผลิตจากเกษตรกรนอกระบบยังเป็นจุดเปราะบาง
ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001
มูลค่าส่งออก ปี 2567
228.46ล้าน$
ปริมาณ
139,192ตัน
ราคาเฉลี่ยต่อตัน
1,641$
มูลค่าส่งออก (ล้าน$)
ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของกานาเพิ่มขึ้น 345.92% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 284.84% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 15.89% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง
| ปี (พ.ศ.) | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| 2558 | 51.23 | 36,169 | 1,416 |
| 2559 | 53.04 | 83,494 | 635* |
| 2560 | 96.04 | 214,719 | 447* |
| 2561 | 70.98 | 46,796 | 1,517 |
| 2562 | 65.12 | 44,864 | 1,452 |
| 2563 | 104.62 | 84,197 | 1,243 |
| 2564 | 158.95 | 152,477 | 1,042* |
| 2565 | 196.02 | 121,150 | 1,618 |
| 2566 | 189.06 | 152,761 | 1,238 |
| 2567 | 228.46 | 139,192 | 1,641 |
* ปี 2559, 2560 และ 2564 ชุดข้อมูล BACI รายงานมูลค่ากับปริมาณไม่สอดคล้องกันในรายการที่ส่งไปจีน แคนาดาและปลายทางนอกสิบสองอันดับแรกที่คลังมิได้แยกไว้ ทำให้ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำผิดจริง ตัวเลขยังพิมพ์ไว้ตามแหล่งเดิมโดยไม่แก้ไข แต่ไม่ควรอ่านเป็นสัญญาณราคา และมิได้นำมาใช้คำนวณการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5
| ประเทศ | มูลค่าส่งออก (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| ประเทศไทย | 5,139.98 | 2,782,744 | 1,847 |
| กานา | 228.46 | 139,192 | 1,641 |
| ส่วนต่าง | 4.4% ของไทย | 5.0% ของไทย | −11.2% |
ในปี 2567 กานาขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,641 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 11.2% ส่วนต่างระดับนี้มิได้อธิบายด้วยค่าขนส่งหรือค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้าที่ขาย เช่น ยางก้อนถ้วยและยางแท่งเกรดล่างเทียบกับยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ควบคุมคุณสมบัติ ข้อสรุปที่ตามมาคือทั้งสองประเทศมิได้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันทั้งหมด ไทยแข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ส่วนประเทศนี้แข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อรับความผันแปรของวัตถุดิบได้ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 4.4% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน | ราคา ($/ตัน) | ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$) | ราคาเทียบไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| มาเลเซีย | 94.34 | 41.29% | 1,588 | 673.34 | −17.5% |
| สหรัฐอเมริกา | 30.84 | 13.50% | 2,097 | 571.70 | −3.2% |
| สเปน | 23.11 | 10.12% | 1,922 | 121.14 | −2.9% |
| อินโดนีเซีย | 16.24 | 7.11% | 878 | 13.67 | — |
| ฝรั่งเศส | 9.52 | 4.17% | 2,269 | 87.50 | +2.9% |
| อิตาลี | 7.64 | 3.35% | 2,028 | 78.54 | −1.4% |
| อินเดีย | 5.78 | 2.53% | 1,514 | 218.60 | −24.1% |
| โปแลนด์ | 5.56 | 2.43% | 1,811 | 27.23 | — |
| แคนาดา | 5.30 | 2.32% | 1,977 | 53.77 | — |
| เยอรมนี | 4.49 | 1.97% | 1,872 | 70.23 | — |
| จีน | 4.46 | 1.95% | 1,566 | 1,461.58 | −3.6% |
| ฮังการี | 4.18 | 1.83% | 1,785 | 13.17 | — |
แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย
ปลายทางที่กานาส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือมาเลเซีย มูลค่า 94.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 41.29% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 211.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 92.6% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคืออินเดีย ต่ำกว่าไทย 24.1% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน
เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่กานาขยายได้มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา จาก 1.20 เป็น 30.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+2,470.0%) ส่วนปลายทางที่โตน้อยที่สุดคือสเปน จาก 14.48 เป็น 23.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+59.6%) ปลายทางหลักทุกแห่งเติบโตไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่าการขยายตัวมาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นของประเทศนี้เอง มิใช่การเปลี่ยนแหล่งซื้อของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 92.6% ของมูลค่าส่งออกจริง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40) | กานา (ล้าน$) | สัดส่วน | ไทย (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบยางธรรมชาติ | 228.46 | 99.5% | 5,513.33 | 27.4% |
| ยางล้อ | 0.28 | 0.1% | 7,995.65 | 39.8% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น | 0.91 | 0.4% | 6,579.91 | 32.8% |
เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 กานามีวัตถุดิบ 99.5% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.5% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน
วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)
สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของกานาเคลื่อนจาก 5.4% ในปี 2563 เป็น 0.5% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (−4.9 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง
| พิกัด | รหัส | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติ | 4001 | 228.46 | 99.5% |
| ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 4016 | 0.58 | 0.3% |
| ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 4011 | 0.18 | 0.1% |
| หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์ | 4009 | 0.13 | 0.1% |
| แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์ | 4008 | 0.12 | 0.1% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 9 เมื่อวัดด้วยมูลค่า
มูลค่า 228.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 139,192 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 4.4% ของขนาดไทย
สิบปี มูลค่าโต 345.92% ปริมาณโต 284.84%
การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย
ราคาต่อตัน 1,641 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 11.2%
ส่วนต่างกว้างเช่นนี้สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้า มิใช่การตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้องเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุป
ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 92.6% ของยอดส่งออก
ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง
โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.5% ปลายน้ำ 0.5%
เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา
กานา
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 11.2% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่กานาส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 92.6% ของมูลค่าส่งออกจริงของกานา · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล