ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งกานา · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–กานา

ประเทศไทย

แข่งขัน

กานา

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศกานา

เศรษฐกิจกานาพึ่งพาการส่งออกแร่ทองคำ โกโก้ และปิโตรเลียมเป็นหลัก ยางพาราจึงมีน้ำหนักรองลงมาในภาพรวมระดับประเทศ แต่มีความสำคัญสูงในเชิงพื้นที่ เนื่องจากแหล่งปลูกกระจุกตัวอยู่ในเขตภาคตะวันตกและพื้นที่ต่อเนื่องทางตอนใต้ ซึ่งเป็นเขตป่าฝนที่มีปริมาณน้ำฝนสูงและเหมาะแก่การกรีด โครงสร้างการผลิตมีลักษณะผสม กล่าวคือ มีสวนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการเชิงอุตสาหกรรมเป็นแกนกลาง และมีเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกรคู่สัญญาอยู่โดยรอบ โดยผู้ประกอบการแกนกลางทำหน้าที่จัดหาต้นกล้ายาง สินเชื่อ การส่งเสริมวิชาการ และรับซื้อผลผลิต ทำให้ผลผลิตส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่โรงงานแปรรูปกลุ่มเดียวกัน การส่งออกอาศัยท่าเรือทางตอนใต้ที่อยู่ใกล้เขตปลูกเป็นหลัก ระยะทางจากสวนถึงท่าเรือค่อนข้างสั้น แรงงานกรีดส่วนหนึ่งเป็นแรงงานครัวเรือน อีกส่วนเป็นแรงงานรับจ้างในท้องถิ่น

ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในรูปยางก้อนถ้วยที่รวบรวมจากสวนแล้วส่งเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปเป็นยางแท่ง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ขณะที่ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมีบทบาทจำกัด เนื่องจากระบบรวบรวมผลผลิตและระยะเวลาขนส่งเอื้อต่อการผลิตยางก้อนถ้วยมากกว่าการรักษาสภาพน้ำยางสด ลักษณะดังกล่าวทำให้ยางของกานาเข้าสู่ตลาดในฐานะวัตถุดิบเกรดอุตสาหกรรมสำหรับผู้ผลิตยางล้อในต่างประเทศ ต่างจากไทยที่มีสินค้าครบทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น และมีฐานผู้ซื้อหลากหลายกว่า อุตสาหกรรมปลายน้ำภายในประเทศ ทั้งการผลิตยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางอื่น ยังมีขนาดจำกัด มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ทั้งนี้ การแปรรูปที่กระจุกตัวอยู่ในโรงงานไม่กี่แห่งมีส่วนให้คุณภาพยางแท่งค่อนข้างสม่ำเสมอ

กานาเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 9 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 228.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 139,192 ตัน คิดเป็น 4.4% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.5% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย

ประเด็นที่ควรติดตามคือการขยายพื้นที่ปลูกผ่านโครงการเกษตรกรคู่สัญญาและการปลูกทดแทนสวนเก่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาและผู้ลงทุนต่างชาติในธุรกิจสวนยาง หากดำเนินการต่อเนื่องจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ปัจจัยถ่วง ได้แก่ ข้อจำกัดของถนนสายรองในเขตปลูก ต้นทุนพลังงาน และการแข่งขันด้านที่ดินและแรงงานกับโกโก้ ปาล์มน้ำมัน รวมถึงกิจกรรมเหมืองแร่ขนาดเล็ก นอกจากนี้ สหภาพยุโรปเป็นปลายทางสำคัญแห่งหนึ่งของยางกานา จึงได้รับผลโดยตรงจากระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าที่กำหนดให้พิสูจน์แหล่งที่มาของวัตถุดิบถึงระดับแปลงปลูก โครงสร้างที่มีผู้ประกอบการแกนกลางและทะเบียนเกษตรกรคู่สัญญาช่วยให้จัดทำระบบสอบย้อนกลับได้ง่ายกว่าแหล่งที่รวบรวมยางแบบกระจาย แต่ผลผลิตจากเกษตรกรนอกระบบยังเป็นจุดเปราะบาง

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

228.46ล้าน$

ปริมาณ

139,192ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,641$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของกานาเพิ่มขึ้น 345.92% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 284.84% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 15.89% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
255851.2336,1691,416
255953.0483,494635*
256096.04214,719447*
256170.9846,7961,517
256265.1244,8641,452
2563104.6284,1971,243
2564158.95152,4771,042*
2565196.02121,1501,618
2566189.06152,7611,238
2567228.46139,1921,641

* ปี 2559, 2560 และ 2564 ชุดข้อมูล BACI รายงานมูลค่ากับปริมาณไม่สอดคล้องกันในรายการที่ส่งไปจีน แคนาดาและปลายทางนอกสิบสองอันดับแรกที่คลังมิได้แยกไว้ ทำให้ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำผิดจริง ตัวเลขยังพิมพ์ไว้ตามแหล่งเดิมโดยไม่แก้ไข แต่ไม่ควรอ่านเป็นสัญญาณราคา และมิได้นำมาใช้คำนวณการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
กานา228.46139,1921,641
ส่วนต่าง4.4% ของไทย5.0% ของไทย11.2%

ในปี 2567 กานาขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,641 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 11.2% ส่วนต่างระดับนี้มิได้อธิบายด้วยค่าขนส่งหรือค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้าที่ขาย เช่น ยางก้อนถ้วยและยางแท่งเกรดล่างเทียบกับยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ควบคุมคุณสมบัติ ข้อสรุปที่ตามมาคือทั้งสองประเทศมิได้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันทั้งหมด ไทยแข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ส่วนประเทศนี้แข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อรับความผันแปรของวัตถุดิบได้ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 4.4% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
มาเลเซีย94.3441.29%1,588673.3417.5%
สหรัฐอเมริกา30.8413.50%2,097571.703.2%
สเปน23.1110.12%1,922121.142.9%
อินโดนีเซีย16.247.11%87813.67
ฝรั่งเศส9.524.17%2,26987.50+2.9%
อิตาลี7.643.35%2,02878.541.4%
อินเดีย5.782.53%1,514218.6024.1%
โปแลนด์5.562.43%1,81127.23
แคนาดา5.302.32%1,97753.77
เยอรมนี4.491.97%1,87270.23
จีน4.461.95%1,5661,461.583.6%
ฮังการี4.181.83%1,78513.17

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่กานาส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือมาเลเซีย มูลค่า 94.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 41.29% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 211.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 92.6% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคืออินเดีย ต่ำกว่าไทย 24.1% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่กานาขยายได้มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา จาก 1.20 เป็น 30.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+2,470.0%) ส่วนปลายทางที่โตน้อยที่สุดคือสเปน จาก 14.48 เป็น 23.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+59.6%) ปลายทางหลักทุกแห่งเติบโตไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่าการขยายตัวมาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นของประเทศนี้เอง มิใช่การเปลี่ยนแหล่งซื้อของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 92.6% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)กานา (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ228.4699.5%5,513.3327.4%
ยางล้อ0.280.1%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น0.910.4%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 กานามีวัตถุดิบ 99.5% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.5% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของกานาเคลื่อนจาก 5.4% ในปี 2563 เป็น 0.5% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (−4.9 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง

5.2 พิกัดที่กานาส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
ยางธรรมชาติ4001228.4699.5%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์40160.580.3%
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)40110.180.1%
หลอดและท่อยางวัลแคไนซ์40090.130.1%
แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์40080.120.1%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 9 เมื่อวัดด้วยมูลค่า

มูลค่า 228.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 139,192 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 4.4% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าโต 345.92% ปริมาณโต 284.84%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,641 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 11.2%

ส่วนต่างกว้างเช่นนี้สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้า มิใช่การตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้องเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุป

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 92.6% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.5% ปลายน้ำ 0.5%

เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–กานา

กานา

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 11.2% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่กานาส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 92.6% ของมูลค่าส่งออกจริงของกานา · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้