ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งไนจีเรีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–ไนจีเรีย

ประเทศไทย

แข่งขัน

ไนจีเรีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศไนจีเรีย

ไนจีเรียเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา โดยรายได้ของประเทศพึ่งพาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ยางพาราจึงมีน้ำหนักไม่มากในภาพรวมเศรษฐกิจ แต่ถูกจัดเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญภายใต้นโยบายกระจายรายได้นอกภาคน้ำมัน พื้นที่ปลูกกระจุกตัวในรัฐทางตอนใต้ซึ่งเป็นเขตป่าฝน โดยเฉพาะแถบรัฐเอโดและเดลตา ต่อเนื่องไปยังรัฐใกล้เคียงทางใต้และตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างการถือครองเป็นแบบผสม มีทั้งสวนขนาดใหญ่ที่สืบทอดจากกิจการสวนยุคอาณานิคมและบริหารแบบเอสเตท กับเกษตรกรรายย่อยซึ่งถือครองพื้นที่ส่วนใหญ่ อาศัยแรงงานในครัวเรือนและแรงงานรับจ้างกรีดในท้องถิ่น ผลผลิตผ่านผู้รวบรวมหลายทอดก่อนเข้าโรงงานแปรรูป และส่งออกทางท่าเรือชายฝั่งอ่าวกินี ทั้งกลุ่มท่าเรือนครลากอสและท่าเรือในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ โดยประเทศอยู่ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาตะวันตกและเขตการค้าเสรีภาคพื้นทวีปแอฟริกา

การแปรรูปภายในประเทศอยู่ในขั้นวัตถุดิบเป็นด้านหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในรูปยางก้อนถ้วยและเศษยางที่รวบรวมจากสวนรายย่อย ก่อนเข้าสู่โรงงานผลิตยางแท่งตามมาตรฐานยางแท่งของประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบสินค้าส่งออกหลัก มียางแผ่นรมควันอยู่บ้างตามธรรมเนียมการผลิตเดิม ส่วนน้ำยางข้นมีบทบาทจำกัด เนื่องจากต้องอาศัยการขนส่งที่รวดเร็วและโรงงานที่ตั้งใกล้แปลงปลูก อุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น ยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางอื่น มีกำลังการผลิตน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณวัตถุดิบที่ผลิตได้ ยางส่วนใหญ่จึงถูกส่งออกในสภาพวัตถุดิบไปยังผู้ใช้ในยุโรปและเอเชีย ในด้านคุณลักษณะ ยางที่ผลิตได้มีความสม่ำเสมอของคุณภาพและระดับสิ่งเจือปนผันแปรมากกว่ายางไทย อันเป็นผลจากวิธีและระยะเวลาการเก็บรวบรวมวัตถุดิบ จึงมักถูกจัดอยู่ในชั้นคุณภาพที่ต่ำกว่ายางแท่งและยางแผ่นรมควันของไทยในตลาดเดียวกัน

ไนจีเรียเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 16 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 81.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 45,185 ตัน คิดเป็น 1.6% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 96.2% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย

เงื่อนไขที่จะเปลี่ยนภาพในระยะข้างหน้ามีหลายด้าน ด้านสวนคือต้นยางจำนวนมากอยู่ในช่วงอายุที่เลยระยะให้ผลผลิตสูง การปลูกทดแทนและการขยายพื้นที่จึงเป็นตัวกำหนดปริมาณผลผลิตในอนาคต ด้านทุนคือการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการต่างชาติในโรงงานแปรรูปและระบบรับซื้อ ซึ่งอาจยกระดับมาตรฐานการผลิตและการรวบรวมวัตถุดิบ ข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสภาพถนนในเขตสวน ความแออัดของท่าเรือ ความเสถียรของระบบไฟฟ้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์ความปลอดภัยในบางพื้นที่ นอกจากนี้ระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR เป็นเงื่อนไขที่มีน้ำหนักสูง เพราะสหภาพยุโรปเป็นปลายทางสำคัญของยางจากไนจีเรีย ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานตั้งอยู่บนสวนรายย่อยจำนวนมากในเขตป่าฝน การพิสูจน์แหล่งที่มาและขอบเขตแปลงปลูกจึงเป็นภาระที่ต้องจัดการ

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

81.87ล้าน$

ปริมาณ

45,185ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,812$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของไนจีเรียเพิ่มขึ้น 31.46% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 9.48% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 20.08% การเติบโตนี้มาจากราคาเป็นหลัก มิใช่จากการขายได้มากขึ้น จึงเป็นการเติบโตที่ขึ้นกับวัฏจักรราคาโลกซึ่งกระทบทุกประเทศผู้ส่งออกพร้อมกัน รวมถึงไทย และยังไม่ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนี้

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
255862.2841,2711,509
255953.2238,5091,382
256090.5348,6801,860
256175.78118,325640*
256264.4343,8581,469
256349.2434,6921,419
256481.8146,8981,744
256585.7691,092941*
256661.0540,2511,517
256781.8745,1851,812

* ปี 2561 และ 2565 ชุดข้อมูล BACI รายงานมูลค่ากับปริมาณไม่สอดคล้องกันในรายการที่ส่งไปเนเธอร์แลนด์ ทำให้ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำผิดจริง ตัวเลขยังพิมพ์ไว้ตามแหล่งเดิมโดยไม่แก้ไข แต่ไม่ควรอ่านเป็นสัญญาณราคา และมิได้นำมาใช้คำนวณการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
ไนจีเรีย81.8745,1851,812
ส่วนต่าง1.6% ของไทย1.6% ของไทย1.9%

ในปี 2567 ไนจีเรียขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,812 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 1.9% ส่วนต่างในระดับนี้ยังอยู่ในช่วงที่อธิบายได้ด้วยเกรดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงถือว่าทั้งสองประเทศแข่งขันในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน และการเปลี่ยนแปลงราคาของฝ่ายหนึ่งย่อมกระทบคำสั่งซื้อของอีกฝ่ายได้เร็ว ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 1.6% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
สหรัฐอเมริกา11.7014.29%2,292571.70+5.8%
สเปน10.6012.94%1,833121.147.4%
อิตาลี9.6611.80%1,82978.5411.0%
ZAFแอฟริกาใต้7.889.63%1,9075.39
อินเดีย7.819.54%1,648218.6017.4%
มาเลเซีย7.138.71%1,548673.3419.6%
โปแลนด์5.696.95%1,65127.23
ฝรั่งเศส5.326.50%2,27187.50+2.9%
จีน4.044.93%1,5061,461.587.3%
โรมาเนีย2.432.97%2,15373.47
เยอรมนี2.412.95%1,88270.23
เวียดนาม2.102.57%1,196132.5430.6%

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่ไนจีเรียส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือสหรัฐอเมริกา มูลค่า 11.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 14.29% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 76.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 93.8% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือเวียดนาม ต่ำกว่าไทย 30.6% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่ไนจีเรียขยายได้มากที่สุดคือแอฟริกาใต้ จาก 2.81 เป็น 7.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+180.4%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือเยอรมนี จาก 11.60 เป็น 2.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−79.2%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 93.8% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)ไนจีเรีย (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ81.8796.2%5,513.3327.4%
ยางล้อ0.660.8%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น2.603.1%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 ไนจีเรียมีวัตถุดิบ 96.2% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 3.8% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของไนจีเรียเคลื่อนจาก 2.9% ในปี 2563 เป็น 3.8% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+0.9 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง

5.2 พิกัดที่ไนจีเรียส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
ยางธรรมชาติ400181.8796.2%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์40161.231.4%
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)40110.520.6%
ยางสังเคราะห์40020.490.6%
เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง40150.290.3%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 16 เมื่อวัดด้วยมูลค่า

มูลค่า 81.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 45,185 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 1.6% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าโต 31.46% ปริมาณโต 9.48%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านราคา คือวัฏจักรตลาดโลกเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,812 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 1.9%

ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 93.8% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 96.2% ปลายน้ำ 3.8%

เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไนจีเรีย

ไนจีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 1.9% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่ไนจีเรียส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 93.8% ของมูลค่าส่งออกจริงของไนจีเรีย · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้