
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–สปป. ลาว
ประเทศไทย
สปป. ลาว


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
สปป. ลาว

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ยางพาราจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของ สปป. ลาว ควบคู่กับไฟฟ้าพลังน้ำ แร่ และพืชไร่อื่น จึงมีน้ำหนักต่อรายได้ครัวเรือนในชนบทมากกว่าน้ำหนักต่อเศรษฐกิจโดยรวม พื้นที่ปลูกกระจุกตัวอยู่ทางภาคเหนือซึ่งติดกับตอนใต้ของจีน โดยขยายตัวจากการลงทุนและระบบเกษตรพันธสัญญาของทุนจีนที่รับซื้อผลผลิตคืน และทางภาคใต้ซึ่งติดกับเวียดนามและไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นสวนขนาดใหญ่ภายใต้การให้สัมปทานและเช่าที่ดินของรัฐแก่ผู้ลงทุนต่างชาติ โครงสร้างการถือครองจึงเป็นแบบผสม ระหว่างเกษตรกรรายย่อยและครัวเรือนบนพื้นที่สูงที่อาศัยแรงงานในครอบครัว กับสวนสัมปทานที่ใช้แรงงานรับจ้าง ด้วยความเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล การส่งออกจึงพึ่งพาเส้นทางบกเป็นหลัก ทั้งด่านชายแดนทางเหนือเข้าสู่จีน เส้นทางผ่านเวียดนามและไทยเพื่อออกสู่ท่าเรือ และทางรถไฟที่เชื่อมกับจีน
การแปรรูปภายในประเทศยังอยู่ในขั้นต้นน้ำเป็นหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่ออกจากสวนในรูปยางก้อนถ้วยและน้ำยางสด แล้วเข้าสู่โรงงานแปรรูปที่ตั้งอยู่ใกล้แนวชายแดน หรือข้ามแดนไปแปรรูปในประเทศผู้รับซื้อ สินค้าส่งออกจึงเป็นวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะยางแท่ง ขณะที่ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมีบทบาทน้อยกว่า เพราะต้องอาศัยระบบรวบรวมและควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด อุตสาหกรรมยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางปลายน้ำภายในประเทศยังมีอยู่จำกัด มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ด้านคุณลักษณะของวัตถุดิบ สวนจำนวนมากยังอยู่ในช่วงต้นถึงกลางของรอบการให้ผลผลิต วิธีกรีดและการเก็บรักษายางก้อนถ้วยแตกต่างกันตามกลุ่มผู้ปลูก ความสม่ำเสมอของคุณภาพจึงยังไม่เทียบเท่าระบบชั้นคุณภาพและการตรวจสอบที่ใช้กับยางไทย
สปป. ลาวเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 8 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 398.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 217,675 ตัน คิดเป็น 7.8% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน โครงสร้างสินค้าของประเทศนี้ผสมกันระหว่างวัตถุดิบ 69.5% กับยางล้อและผลิตภัณฑ์ 30.5% จึงแข่งกับไทยทั้งต้นน้ำและปลายน้ำในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
ภาพข้างหน้าขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข ประการแรกคือสวนที่ปลูกในระยะขยายตัวกำลังทยอยเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิต ทำให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นได้แม้ไม่ขยายพื้นที่ใหม่ อีกประการคือทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะทุนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกำหนดทั้งพื้นที่ปลูก การตั้งโรงงานแปรรูป และช่องทางการค้า ขณะเดียวกัน ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ต้นทุนขนส่งทางบก ภาวะหนี้สาธารณะ และเสถียรภาพของค่าเงิน เป็นเงื่อนไขที่กระทบต้นทุนและความต่อเนื่องของการลงทุน ส่วนกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป ส่งผลผ่านห่วงโซ่อุปทานปลายทางมากกว่าการส่งออกตรง เพราะยางส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ประเทศผู้แปรรูปในภูมิภาค ทั้งนี้ การพิสูจน์แหล่งที่มาถึงระดับแปลงยังเป็นความท้าทาย เนื่องจากการปลูกจำนวนมากอยู่บนพื้นที่สูงที่เคยเป็นพื้นที่ทำกินหมุนเวียนและมีเอกสารสิทธิ์ไม่ครบถ้วน
ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001
มูลค่าส่งออก ปี 2567
398.36ล้าน$
ปริมาณ
217,675ตัน
ราคาเฉลี่ยต่อตัน
1,830$
มูลค่าส่งออก (ล้าน$)
ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของสปป. ลาวเพิ่มขึ้น 208.72% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 195.81% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 4.33% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง
| ปี (พ.ศ.) | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| 2558 | 129.04 | 73,585 | 1,754 |
| 2559 | 140.10 | 105,982 | 1,322 |
| 2560 | 221.23 | 138,294 | 1,600 |
| 2561 | 252.31 | 185,431 | 1,361 |
| 2562 | 350.35 | 321,179 | 1,091 |
| 2563 | 173.16 | 273,542 | 633* |
| 2564 | 334.31 | 271,585 | 1,231 |
| 2565 | 365.47 | 414,107 | 883 |
| 2566 | 287.75 | 436,881 | 659* |
| 2567 | 398.36 | 217,675 | 1,830 |
* ปี 2563 และ 2566 ชุดข้อมูล BACI รายงานมูลค่ากับปริมาณไม่สอดคล้องกันในรายการที่ส่งไปจีน ทำให้ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำผิดจริง ตัวเลขยังพิมพ์ไว้ตามแหล่งเดิมโดยไม่แก้ไข แต่ไม่ควรอ่านเป็นสัญญาณราคา และมิได้นำมาใช้คำนวณการเปลี่ยนแปลงในหัวข้อนี้
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5
| ประเทศ | มูลค่าส่งออก (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| ประเทศไทย | 5,139.98 | 2,782,744 | 1,847 |
| สปป. ลาว | 398.36 | 217,675 | 1,830 |
| ส่วนต่าง | 7.8% ของไทย | 7.8% ของไทย | −0.9% |
ในปี 2567 สปป. ลาวขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,830 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 0.9% ส่วนต่างในระดับนี้ยังอยู่ในช่วงที่อธิบายได้ด้วยเกรดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงถือว่าทั้งสองประเทศแข่งขันในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน และการเปลี่ยนแปลงราคาของฝ่ายหนึ่งย่อมกระทบคำสั่งซื้อของอีกฝ่ายได้เร็ว ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 7.8% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน | ราคา ($/ตัน) | ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$) | ราคาเทียบไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| จีน | 395.56 | 99.29% | 1,830 | 1,461.58 | +12.6% |
| อินเดีย | 1.35 | 0.34% | 1,842 | 218.60 | −7.6% |
| สหรัฐอเมริกา | 0.90 | 0.23% | 2,125 | 571.70 | −1.9% |
| อิตาลี | 0.18 | 0.05% | 2,079 | 78.54 | +1.1% |
| S19ไม่ระบุประเทศปลายทาง (รหัส S19) | 0.14 | 0.04% | 1,844 | 50.33 | — |
| กัมพูชา | 0.10 | 0.02% | 600 | 55.53 | — |
| เยอรมนี | 0.07 | 0.02% | 1,650 | 70.23 | — |
| บราซิล | 0.04 | 0.01% | 1,800 | 119.25 | −12.2% |
| ZAFแอฟริกาใต้ | 0.03 | 0.01% | 1,600 | 5.39 | — |
แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย
ปลายทางที่สปป. ลาวส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือจีน มูลค่า 395.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 99.29% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 9 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 398.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 100.0% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันซึ่งเทียบราคาได้ ประเทศนี้มิได้ขายถูกกว่าไทย การแข่งขันจึงมิใช่การตัดราคา แต่เป็นการแข่งที่ชนิดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ
เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่สปป. ลาวขยายได้มากที่สุดคือจีน จาก 78.00 เป็น 395.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+407.1%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา จาก 1.00 เป็น 0.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−10.0%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 100.0% ของมูลค่าส่งออกจริง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40) | สปป. ลาว (ล้าน$) | สัดส่วน | ไทย (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบยางธรรมชาติ | 398.53 | 69.5% | 5,513.33 | 27.4% |
| ยางล้อ | 0.34 | 0.1% | 7,995.65 | 39.8% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น | 174.46 | 30.4% | 6,579.91 | 32.8% |
เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 สปป. ลาวมีวัตถุดิบ 69.5% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 30.5% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ไทยยังมีสัดส่วนสินค้าปลายน้ำสูงกว่าประเทศนี้ ซึ่งเป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ทำให้มูลค่าส่งออกของไทยไม่ผูกกับราคายางดิบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบนี้จะแคบลงหากประเทศนี้ดึงการลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปเข้าไปได้ต่อเนื่อง จึงเป็นตัวชี้วัดที่ควรติดตามเป็นรายปี
วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)
สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของสปป. ลาวเคลื่อนจาก 5.5% ในปี 2563 เป็น 30.5% ในปี 2567 คือเพิ่มขึ้น 25.0 จุด ซึ่งเป็นการขยับที่ชัดเจนพอจะถือเป็นสัญญาณว่าประเทศนี้กำลังเลื่อนตัวจากผู้ขายวัตถุดิบไปเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ การเลื่อนตัวเช่นนี้มักตามหลังการลงทุนตั้งโรงงานจากต่างประเทศ และเมื่อเริ่มแล้วมักไม่ย้อนกลับ จึงควรถือเป็นการเปลี่ยนแปลงถาวรจนกว่าจะมีหลักฐานตรงกันข้าม
| พิกัด | รหัส | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติ | 4001 | 398.36 | 69.5% |
| ยางสังเคราะห์ | 4002 | 174.18 | 30.4% |
| ยางใน | 4013 | 0.25 | 0.0% |
| ยางผสม (คอมปาวด์) ยังไม่วัลแคไนซ์ | 4005 | 0.17 | 0.0% |
| เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 4015 | 0.15 | 0.0% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 8 เมื่อวัดด้วยมูลค่า
มูลค่า 398.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 217,675 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 7.8% ของขนาดไทย
สิบปี มูลค่าโต 208.72% ปริมาณโต 195.81%
การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย
ราคาต่อตัน 1,830 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 0.9%
ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน
ตลาดทับซ้อนกับไทย 9 แห่ง คิดเป็น 100.0% ของยอดส่งออก
ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง
โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 69.5% ปลายน้ำ 30.5%
มิได้เป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบ แต่ขึ้นมาแข่งที่ชั้นผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเป็นภัยคุกคามคนละระดับกับคู่แข่งวัตถุดิบ
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–สปป. ลาว
สปป. ลาว
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — คู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางของตนเองแล้ว การประเมินว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ตรงจุด สิ่งที่ควรทำคือติดตามการลงทุนตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในประเทศนี้เป็นรายปี และรักษาความได้เปรียบของไทยด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ตลาดปลายทางยอมรับ
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 0.9% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะบราซิลซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่สปป. ลาวส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 100% ของมูลค่าส่งออกจริงของสปป. ลาว · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล