ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งไลบีเรีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–ไลบีเรีย

ประเทศไทย

แข่งขัน

ไลบีเรีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศไลบีเรีย

ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรส่งออกหลักของไลบีเรียมาอย่างยาวนาน เคียงคู่กับสินค้าแร่ จึงมีน้ำหนักต่อรายได้เงินตราต่างประเทศและการจ้างงานสูงเมื่อเทียบกับขนาดของระบบเศรษฐกิจ พื้นที่ปลูกกระจุกตัวในเขตชายฝั่งและตอนกลาง โดยเฉพาะจังหวัดรอบกรุงมอนโรเวีย เช่น มาร์จิบี บอมิ แกรนด์บาสซา และนิมบา ซึ่งเป็นแนวที่มีถนนเชื่อมสู่ท่าเรือ โครงสร้างการถือครองต่างจากประเทศผู้ผลิตในเอเชีย กล่าวคือมีสวนยางสัมปทานขนาดใหญ่ที่รัฐให้สิทธิใช้ที่ดินระยะยาวแก่ผู้ประกอบการทุนต่างชาติเป็นแกนหลัก บริหารแบบสวนรวมศูนย์พร้อมที่พักคนงานและใช้แรงงานกรีดแบบรับจ้างประจำ ควบคู่กับเกษตรกรรายย่อยและสวนขนาดกลางที่ขายผลผลิตให้ผู้รวบรวมหรือป้อนเข้าโรงงานของสวนสัมปทาน การส่งออกอาศัยท่าเรือหลักที่กรุงมอนโรเวียเป็นด่านออกสำคัญ ประเทศนี้อยู่ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก

ระดับการแปรรูปในประเทศจำกัดอยู่ที่ขั้นต้นน้ำเป็นหลัก ผลผลิตจากสวนคือน้ำยางสดและยางก้อนถ้วย ซึ่งส่งเข้าโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตสวนสัมปทานเพื่อแปรรูปเป็นยางแท่งและวัตถุดิบขั้นต้นสำหรับส่งออก ไลบีเรียไม่มีอุตสาหกรรมยางล้อหรืออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางปลายน้ำในระดับที่มีนัยสำคัญ มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ต่างจากไทยที่มีทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น และฐานอุตสาหกรรมถุงมือยางและยางล้อรองรับ ด้านคุณลักษณะวัตถุดิบ ผลผลิตจากสวนสัมปทานซึ่งมีการจัดการแปลงและระบบรับซื้อของตนเองมีความสม่ำเสมอค่อนข้างสูง ขณะที่ยางก้อนถ้วยจากรายย่อยผันแปรด้านสิ่งเจือปนและความสะอาดมากกว่า เพราะโครงข่ายจุดรับซื้อและโรงงานแปรรูปยังไม่หนาแน่นเท่าแหล่งปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งต้นยางส่วนหนึ่งมีอายุเกินช่วงให้ผลผลิตดี เนื่องจากการปลูกทดแทนหยุดชะงักในช่วงความไม่สงบภายในประเทศ

ไลบีเรียเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 11 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 แต่อยู่อันดับที่ 12 เมื่อวัดด้วยปริมาณ ช่องว่างระหว่างสองอันดับนี้คือราคาต่อหน่วยที่สูงกว่าประเทศที่อยู่ใกล้กัน ด้วยมูลค่า 181.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 105,851 ตัน คิดเป็น 3.5% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.8% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย

ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพในระยะข้างหน้า ได้แก่ ความคืบหน้าของการปลูกทดแทนและการฟื้นฟูสวนเก่า ซึ่งขึ้นกับเงินลงทุนจากต่างประเทศผ่านสัญญาสัมปทานที่ดินระยะยาว การเปลี่ยนมือของสัมปทานเดิม และการขยายสวนของรายย่อยที่ตอบสนองต่อระดับราคา ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นตัวกำหนดสำคัญ ทั้งถนนสายรองที่ใช้การได้ไม่ต่อเนื่องในฤดูฝน ระบบไฟฟ้า และกำลังการแปรรูปที่กระจุกตัว ทำให้ผลผลิตจากพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ตลาดได้ยาก อีกด้านคือกฎเกณฑ์ความยั่งยืน โดยเฉพาะระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ที่บังคับให้พิสูจน์แหล่งที่มาของวัตถุดิบ สวนสัมปทานที่มีขอบเขตแปลงชัดเจนตามสัญญาย่อมปรับตัวได้เร็วกว่า ขณะที่ยางของรายย่อยซึ่งผ่านผู้รวบรวมหลายทอดต้องเร่งจัดทำพิกัดแปลงและระบบสอบย้อนกลับ ทั้งนี้ไลบีเรียอยู่ในเขตป่าดิบชื้นแอฟริกาตะวันตกที่ยังมีผืนป่าสำคัญ การขยายพื้นที่เกษตรจึงถูกจับตาเป็นพิเศษ

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

181.75ล้าน$

ปริมาณ

105,851ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,717$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของไลบีเรียเพิ่มขึ้น 68.78% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 79.35% และราคาต่อตันลดลง 5.92% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
2558107.6959,0201,825
2559104.3364,9141,607
2560126.8265,2681,943
2561139.0290,9671,528
2562183.79121,6541,511
2563141.1577,4731,822
2564232.06126,0561,841
2565256.28151,8431,688
2566195.19130,8661,492
2567181.75105,8511,717

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
ไลบีเรีย181.75105,8511,717
ส่วนต่าง3.5% ของไทย3.8% ของไทย7.0%

ในปี 2567 ไลบีเรียขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,717 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 7.0% ส่วนต่างในระดับนี้ยังอยู่ในช่วงที่อธิบายได้ด้วยเกรดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงถือว่าทั้งสองประเทศแข่งขันในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน และการเปลี่ยนแปลงราคาของฝ่ายหนึ่งย่อมกระทบคำสั่งซื้อของอีกฝ่ายได้เร็ว ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 3.5% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
สหรัฐอเมริกา62.9534.64%1,723571.7020.5%
มาเลเซีย32.0017.61%1,438673.3425.3%
เยอรมนี15.238.38%1,77770.23
แคนาดา13.427.38%2,53753.77
ตุรกี11.446.29%1,689149.905.2%
จีน9.965.48%1,7281,461.58+6.3%
อินเดีย7.944.37%1,634218.6018.1%
สาธารณรัฐเช็ก7.183.95%1,93534.93
โปแลนด์5.653.11%1,76427.23
สเปน3.852.12%1,740121.1412.1%
ฟินแลนด์2.831.56%1,7746.86
อิตาลี2.541.40%1,80478.5412.3%

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่ไลบีเรียส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือสหรัฐอเมริกา มูลค่า 62.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 34.64% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 174.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 96.3% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือมาเลเซีย ต่ำกว่าไทย 25.3% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่ไลบีเรียขยายได้มากที่สุดคือมาเลเซีย จาก 4.02 เป็น 32.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+696.0%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือแคนาดา จาก 31.65 เป็น 13.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−57.6%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 96.3% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)ไลบีเรีย (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ181.7599.8%5,513.3327.4%
ยางล้อ0.030.0%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น0.290.2%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 ไลบีเรียมีวัตถุดิบ 99.8% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.2% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของไลบีเรียเคลื่อนจาก 0.1% ในปี 2563 เป็น 0.2% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+0.1 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง

5.2 พิกัดที่ไลบีเรียส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
ยางธรรมชาติ4001181.7599.8%
เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง40150.220.1%
ยางสังเคราะห์40020.060.0%
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)40110.030.0%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์40160.020.0%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 11 เมื่อวัดด้วยมูลค่า (อันดับที่ 12 ด้วยปริมาณ)

มูลค่า 181.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 105,851 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 3.5% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าโต 68.78% ปริมาณโต 79.35%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,717 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 7.0%

ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 96.3% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.8% ปลายน้ำ 0.2%

เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย

ไลบีเรีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 7.0% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่ไลบีเรียส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 96.3% ของมูลค่าส่งออกจริงของไลบีเรีย · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้