
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–ไลบีเรีย
ประเทศไทย
ไลบีเรีย


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
ไลบีเรีย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรส่งออกหลักของไลบีเรียมาอย่างยาวนาน เคียงคู่กับสินค้าแร่ จึงมีน้ำหนักต่อรายได้เงินตราต่างประเทศและการจ้างงานสูงเมื่อเทียบกับขนาดของระบบเศรษฐกิจ พื้นที่ปลูกกระจุกตัวในเขตชายฝั่งและตอนกลาง โดยเฉพาะจังหวัดรอบกรุงมอนโรเวีย เช่น มาร์จิบี บอมิ แกรนด์บาสซา และนิมบา ซึ่งเป็นแนวที่มีถนนเชื่อมสู่ท่าเรือ โครงสร้างการถือครองต่างจากประเทศผู้ผลิตในเอเชีย กล่าวคือมีสวนยางสัมปทานขนาดใหญ่ที่รัฐให้สิทธิใช้ที่ดินระยะยาวแก่ผู้ประกอบการทุนต่างชาติเป็นแกนหลัก บริหารแบบสวนรวมศูนย์พร้อมที่พักคนงานและใช้แรงงานกรีดแบบรับจ้างประจำ ควบคู่กับเกษตรกรรายย่อยและสวนขนาดกลางที่ขายผลผลิตให้ผู้รวบรวมหรือป้อนเข้าโรงงานของสวนสัมปทาน การส่งออกอาศัยท่าเรือหลักที่กรุงมอนโรเวียเป็นด่านออกสำคัญ ประเทศนี้อยู่ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก
ระดับการแปรรูปในประเทศจำกัดอยู่ที่ขั้นต้นน้ำเป็นหลัก ผลผลิตจากสวนคือน้ำยางสดและยางก้อนถ้วย ซึ่งส่งเข้าโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตสวนสัมปทานเพื่อแปรรูปเป็นยางแท่งและวัตถุดิบขั้นต้นสำหรับส่งออก ไลบีเรียไม่มีอุตสาหกรรมยางล้อหรืออุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางปลายน้ำในระดับที่มีนัยสำคัญ มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่จึงเกิดขึ้นนอกประเทศ ต่างจากไทยที่มีทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น และฐานอุตสาหกรรมถุงมือยางและยางล้อรองรับ ด้านคุณลักษณะวัตถุดิบ ผลผลิตจากสวนสัมปทานซึ่งมีการจัดการแปลงและระบบรับซื้อของตนเองมีความสม่ำเสมอค่อนข้างสูง ขณะที่ยางก้อนถ้วยจากรายย่อยผันแปรด้านสิ่งเจือปนและความสะอาดมากกว่า เพราะโครงข่ายจุดรับซื้อและโรงงานแปรรูปยังไม่หนาแน่นเท่าแหล่งปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งต้นยางส่วนหนึ่งมีอายุเกินช่วงให้ผลผลิตดี เนื่องจากการปลูกทดแทนหยุดชะงักในช่วงความไม่สงบภายในประเทศ
ไลบีเรียเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 11 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 แต่อยู่อันดับที่ 12 เมื่อวัดด้วยปริมาณ ช่องว่างระหว่างสองอันดับนี้คือราคาต่อหน่วยที่สูงกว่าประเทศที่อยู่ใกล้กัน ด้วยมูลค่า 181.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 105,851 ตัน คิดเป็น 3.5% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นวัตถุดิบถึง 99.8% จึงจัดเป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ คือแข่งกับสวนยางและโรงงานแปรรูปขั้นต้นของไทยโดยตรง แต่ยังไม่แข่งกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางของไทย
ปัจจัยที่จะเปลี่ยนภาพในระยะข้างหน้า ได้แก่ ความคืบหน้าของการปลูกทดแทนและการฟื้นฟูสวนเก่า ซึ่งขึ้นกับเงินลงทุนจากต่างประเทศผ่านสัญญาสัมปทานที่ดินระยะยาว การเปลี่ยนมือของสัมปทานเดิม และการขยายสวนของรายย่อยที่ตอบสนองต่อระดับราคา ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นตัวกำหนดสำคัญ ทั้งถนนสายรองที่ใช้การได้ไม่ต่อเนื่องในฤดูฝน ระบบไฟฟ้า และกำลังการแปรรูปที่กระจุกตัว ทำให้ผลผลิตจากพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ตลาดได้ยาก อีกด้านคือกฎเกณฑ์ความยั่งยืน โดยเฉพาะระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ที่บังคับให้พิสูจน์แหล่งที่มาของวัตถุดิบ สวนสัมปทานที่มีขอบเขตแปลงชัดเจนตามสัญญาย่อมปรับตัวได้เร็วกว่า ขณะที่ยางของรายย่อยซึ่งผ่านผู้รวบรวมหลายทอดต้องเร่งจัดทำพิกัดแปลงและระบบสอบย้อนกลับ ทั้งนี้ไลบีเรียอยู่ในเขตป่าดิบชื้นแอฟริกาตะวันตกที่ยังมีผืนป่าสำคัญ การขยายพื้นที่เกษตรจึงถูกจับตาเป็นพิเศษ
ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001
มูลค่าส่งออก ปี 2567
181.75ล้าน$
ปริมาณ
105,851ตัน
ราคาเฉลี่ยต่อตัน
1,717$
มูลค่าส่งออก (ล้าน$)
ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของไลบีเรียเพิ่มขึ้น 68.78% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 79.35% และราคาต่อตันลดลง 5.92% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง
| ปี (พ.ศ.) | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| 2558 | 107.69 | 59,020 | 1,825 |
| 2559 | 104.33 | 64,914 | 1,607 |
| 2560 | 126.82 | 65,268 | 1,943 |
| 2561 | 139.02 | 90,967 | 1,528 |
| 2562 | 183.79 | 121,654 | 1,511 |
| 2563 | 141.15 | 77,473 | 1,822 |
| 2564 | 232.06 | 126,056 | 1,841 |
| 2565 | 256.28 | 151,843 | 1,688 |
| 2566 | 195.19 | 130,866 | 1,492 |
| 2567 | 181.75 | 105,851 | 1,717 |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5
| ประเทศ | มูลค่าส่งออก (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| ประเทศไทย | 5,139.98 | 2,782,744 | 1,847 |
| ไลบีเรีย | 181.75 | 105,851 | 1,717 |
| ส่วนต่าง | 3.5% ของไทย | 3.8% ของไทย | −7.0% |
ในปี 2567 ไลบีเรียขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,717 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 7.0% ส่วนต่างในระดับนี้ยังอยู่ในช่วงที่อธิบายได้ด้วยเกรดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงถือว่าทั้งสองประเทศแข่งขันในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน และการเปลี่ยนแปลงราคาของฝ่ายหนึ่งย่อมกระทบคำสั่งซื้อของอีกฝ่ายได้เร็ว ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 3.5% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน | ราคา ($/ตัน) | ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$) | ราคาเทียบไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | 62.95 | 34.64% | 1,723 | 571.70 | −20.5% |
| มาเลเซีย | 32.00 | 17.61% | 1,438 | 673.34 | −25.3% |
| เยอรมนี | 15.23 | 8.38% | 1,777 | 70.23 | — |
| แคนาดา | 13.42 | 7.38% | 2,537 | 53.77 | — |
| ตุรกี | 11.44 | 6.29% | 1,689 | 149.90 | −5.2% |
| จีน | 9.96 | 5.48% | 1,728 | 1,461.58 | +6.3% |
| อินเดีย | 7.94 | 4.37% | 1,634 | 218.60 | −18.1% |
| สาธารณรัฐเช็ก | 7.18 | 3.95% | 1,935 | 34.93 | — |
| โปแลนด์ | 5.65 | 3.11% | 1,764 | 27.23 | — |
| สเปน | 3.85 | 2.12% | 1,740 | 121.14 | −12.1% |
| ฟินแลนด์ | 2.83 | 1.56% | 1,774 | 6.86 | — |
| อิตาลี | 2.54 | 1.40% | 1,804 | 78.54 | −12.3% |
แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย
ปลายทางที่ไลบีเรียส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือสหรัฐอเมริกา มูลค่า 62.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 34.64% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 174.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 96.3% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 6 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือมาเลเซีย ต่ำกว่าไทย 25.3% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน
เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่ไลบีเรียขยายได้มากที่สุดคือมาเลเซีย จาก 4.02 เป็น 32.00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+696.0%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือแคนาดา จาก 31.65 เป็น 13.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−57.6%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 96.3% ของมูลค่าส่งออกจริง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40) | ไลบีเรีย (ล้าน$) | สัดส่วน | ไทย (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบยางธรรมชาติ | 181.75 | 99.8% | 5,513.33 | 27.4% |
| ยางล้อ | 0.03 | 0.0% | 7,995.65 | 39.8% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น | 0.29 | 0.2% | 6,579.91 | 32.8% |
เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 ไลบีเรียมีวัตถุดิบ 99.8% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 0.2% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ความต่างนี้มีความหมายเชิงนโยบายโดยตรง กล่าวคือประเทศนี้แข่งกับไทยเฉพาะที่ต้นน้ำ คือแย่งคำสั่งซื้อยางดิบจากผู้ซื้อกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่ได้แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทย มาตรการที่ตรงกับคู่แข่งประเภทนี้จึงมิใช่การไล่ลดต้นทุนยางดิบให้ทัน ซึ่งไทยเสียเปรียบด้านค่าแรงและอายุสวนอยู่แล้ว แต่คือการเร่งย้ายมูลค่าไปอยู่ที่ปลายน้ำซึ่งประเทศนี้ยังตามไม่ทัน
วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)
สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของไลบีเรียเคลื่อนจาก 0.1% ในปี 2563 เป็น 0.2% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+0.1 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง
| พิกัด | รหัส | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ยางธรรมชาติ | 4001 | 181.75 | 99.8% |
| เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 4015 | 0.22 | 0.1% |
| ยางสังเคราะห์ | 4002 | 0.06 | 0.0% |
| ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 4011 | 0.03 | 0.0% |
| ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 4016 | 0.02 | 0.0% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 11 เมื่อวัดด้วยมูลค่า (อันดับที่ 12 ด้วยปริมาณ)
มูลค่า 181.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 105,851 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 3.5% ของขนาดไทย
สิบปี มูลค่าโต 68.78% ปริมาณโต 79.35%
การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย
ราคาต่อตัน 1,717 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 7.0%
ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน
ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 96.3% ของยอดส่งออก
ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง
โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 99.8% ปลายน้ำ 0.2%
เป็นคู่แข่งชั้นต้นน้ำ แข่งกับสวนยางและโรงแปรรูปขั้นต้นของไทย แต่ยังไม่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยาง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ไลบีเรีย
ไลบีเรีย
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — เมื่อคู่แข่งรายนี้ขายวัตถุดิบเกือบทั้งหมด การตอบโต้ด้วยการเร่งเพิ่มปริมาณยางดิบของไทยจะเป็นการแข่งในสนามที่ไทยเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องค่าแรง อายุสวน และต้นทุนที่ดิน แนวทางที่ตรงกับข้อค้นพบคือใช้ความได้เปรียบที่ประเทศนี้ยังไม่มี ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปในประเทศ ระบบมาตรฐานคุณภาพ และระบบตรวจสอบย้อนกลับที่รองรับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน โดยเร่งย้ายสัดส่วนการส่งออกไปยังผลิตภัณฑ์ที่คู่แข่งรายนี้ยังผลิตไม่ได้
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 7.0% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะมาเลเซียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่ไลบีเรียส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 96.3% ของมูลค่าส่งออกจริงของไลบีเรีย · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล