
การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–เวียดนาม
ประเทศไทย
เวียดนาม


การยางแห่งประเทศไทย
Rubber Authority of Thailand
ประเทศไทย
เวียดนาม

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
เวียดนามเป็นประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายสำคัญและเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค การย้ายฐานการผลิตเข้าสู่เวียดนามทำให้ความต้องการวัตถุดิบยางภายในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเวียดนามยังส่งออกยางของตนเองในปริมาณมาก โครงสร้างเช่นนี้ทำให้เวียดนามเป็นคู่แข่งโดยตรงของไทยในตลาดส่งออก และเป็นผู้ซื้อในบางช่วงเวลาไปพร้อมกัน
อุตสาหกรรมที่ใช้ยางของเวียดนามได้แก่ การผลิตยางล้อซึ่งมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาต่อเนื่อง การผลิตรองเท้าซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศและใช้ยางเป็นวัตถุดิบ และการผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมประกอบ การขยายตัวของฐานการผลิตเหล่านี้ทำให้เวียดนามนำเข้ายางเพื่อเสริมผลผลิตในประเทศในบางชนิดและบางเกรด
เวียดนามเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 4 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 1,246.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 742,400 ตัน คิดเป็น 24.3% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางถึง 82.9% โดยเหลือเป็นวัตถุดิบเพียง 17.1% จึงมิได้เป็นเพียงคู่แข่งด้านวัตถุดิบ แต่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยที่ปลายทางด้วย ซึ่งเป็นการแข่งขันคนละระดับกัน
ปัจจัยที่ควรติดตามคือการขยายพื้นที่ปลูกยางของเวียดนามและการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเพิ่มอุปทานยางในภูมิภาคและกดดันราคาในระยะยาว รวมถึงความสามารถของเวียดนามในการยกระดับคุณภาพยางให้เทียบเท่ามาตรฐานที่ตลาดยุโรปและญี่ปุ่นต้องการ เพราะหากทำได้ การแข่งขันกับไทยจะเปลี่ยนจากการแข่งด้านราคาไปสู่การแข่งในตลาดเดียวกันโดยตรง
ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001
มูลค่าส่งออก ปี 2567
1,246.81ล้าน$
ปริมาณ
742,400ตัน
ราคาเฉลี่ยต่อตัน
1,679$
มูลค่าส่งออก (ล้าน$)
ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของเวียดนามเพิ่มขึ้น 10.67% ขณะที่ปริมาณลดลง 0.96% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 11.71% การเติบโตนี้มาจากราคาเป็นหลัก มิใช่จากการขายได้มากขึ้น จึงเป็นการเติบโตที่ขึ้นกับวัฏจักรราคาโลกซึ่งกระทบทุกประเทศผู้ส่งออกพร้อมกัน รวมถึงไทย และยังไม่ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนี้
| ปี (พ.ศ.) | มูลค่า (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| 2558 | 1,126.63 | 749,561 | 1,503 |
| 2559 | 982.06 | 706,369 | 1,390 |
| 2560 | 1,078.32 | 624,154 | 1,728 |
| 2561 | 1,096.47 | 682,270 | 1,607 |
| 2562 | 1,136.03 | 821,406 | 1,383 |
| 2563 | 821.10 | 598,399 | 1,372 |
| 2564 | 1,283.23 | 711,839 | 1,803 |
| 2565 | 1,303.23 | 789,755 | 1,650 |
| 2566 | 856.70 | 647,720 | 1,323 |
| 2567 | 1,246.81 | 742,400 | 1,679 |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5
| ประเทศ | มูลค่าส่งออก (ล้าน$) | ปริมาณ (ตัน) | ราคาต่อตัน ($) |
|---|---|---|---|
| ประเทศไทย | 5,139.98 | 2,782,744 | 1,847 |
| เวียดนาม | 1,246.81 | 742,400 | 1,679 |
| ส่วนต่าง | 24.3% ของไทย | 26.7% ของไทย | −9.1% |
ในปี 2567 เวียดนามขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,679 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 9.1% ส่วนต่างในระดับนี้ยังอยู่ในช่วงที่อธิบายได้ด้วยเกรดสินค้าและเงื่อนไขการส่งมอบ จึงถือว่าทั้งสองประเทศแข่งขันในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน และการเปลี่ยนแปลงราคาของฝ่ายหนึ่งย่อมกระทบคำสั่งซื้อของอีกฝ่ายได้เร็ว ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 24.3% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| ปลายทาง | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน | ราคา ($/ตัน) | ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$) | ราคาเทียบไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| จีน | 360.50 | 28.91% | 1,414 | 1,461.58 | −13.0% |
| อินเดีย | 225.08 | 18.05% | 1,790 | 218.60 | −10.2% |
| เยอรมนี | 61.72 | 4.95% | 1,907 | 70.23 | — |
| เกาหลีใต้ | 59.55 | 4.78% | 1,872 | 213.63 | +5.8% |
| สหรัฐอเมริกา | 54.58 | 4.38% | 1,869 | 571.70 | −13.8% |
| มาเลเซีย | 50.56 | 4.06% | 1,740 | 673.34 | −9.7% |
| S19ไม่ระบุประเทศปลายทาง (รหัส S19) | 44.26 | 3.55% | 1,899 | 50.33 | — |
| ตุรกี | 44.16 | 3.54% | 1,880 | 149.90 | +5.5% |
| ศรีลังกา | 44.13 | 3.54% | 1,756 | 43.14 | — |
| กัมพูชา | 38.95 | 3.12% | 1,681 | 55.53 | — |
| อินโดนีเซีย | 32.69 | 2.62% | 1,697 | 13.67 | — |
| บราซิล | 26.66 | 2.14% | 1,879 | 119.25 | −8.4% |
แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย
ปลายทางที่เวียดนามส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือจีน มูลค่า 360.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 28.91% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 12 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 1,042.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 83.6% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 5 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ต่ำกว่าไทย 13.8% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน
เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่เวียดนามขยายได้มากที่สุดคืออินเดีย จาก 130.35 เป็น 225.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+72.7%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือมาเลเซีย จาก 249.03 เป็น 50.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−79.7%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 83.6% ของมูลค่าส่งออกจริง
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
| กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40) | เวียดนาม (ล้าน$) | สัดส่วน | ไทย (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| วัตถุดิบยางธรรมชาติ | 1,258.86 | 17.1% | 5,513.33 | 27.4% |
| ยางล้อ | 3,124.76 | 42.6% | 7,995.65 | 39.8% |
| ผลิตภัณฑ์ยางอื่น | 2,956.94 | 40.3% | 6,579.91 | 32.8% |
เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 เวียดนามมีวัตถุดิบ 17.1% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 82.9% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ข้อเท็จจริงที่ต้องให้น้ำหนักคือประเทศนี้มีสัดส่วนสินค้าปลายน้ำสูงกว่าไทย ซึ่งหมายความว่าคู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบอีกต่อไป แต่ขึ้นมาแข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยแล้ว การมองประเทศนี้ว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้ประเมินภัยคุกคามต่ำกว่าความเป็นจริง
วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)
สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของเวียดนามเคลื่อนจาก 82.5% ในปี 2563 เป็น 82.9% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+0.4 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง
| พิกัด | รหัส | มูลค่า (ล้าน$) | สัดส่วน |
|---|---|---|---|
| ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ) | 4011 | 2,979.57 | 40.6% |
| ยางสังเคราะห์ | 4002 | 1,933.47 | 26.3% |
| ยางธรรมชาติ | 4001 | 1,246.81 | 17.0% |
| ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์ | 4016 | 587.93 | 8.0% |
| เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง | 4015 | 250.94 | 3.4% |
ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 4 เมื่อวัดด้วยมูลค่า
มูลค่า 1,246.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 742,400 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 24.3% ของขนาดไทย
สิบปี มูลค่าโต 10.67% ปริมาณหด 0.96%
การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านราคา คือวัฏจักรตลาดโลกเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย
ราคาต่อตัน 1,679 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 9.1%
ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน
ตลาดทับซ้อนกับไทย 12 แห่ง คิดเป็น 83.6% ของยอดส่งออก
ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง
โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 17.1% ปลายน้ำ 82.9%
มิได้เป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบ แต่ขึ้นมาแข่งที่ชั้นผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเป็นภัยคุกคามคนละระดับกับคู่แข่งวัตถุดิบ
สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–เวียดนาม
เวียดนาม
ปีข้อมูล พ.ศ. 2567
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — คู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางของตนเองแล้ว การประเมินว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ตรงจุด สิ่งที่ควรทำคือติดตามการลงทุนตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในประเทศนี้เป็นรายปี และรักษาความได้เปรียบของไทยด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ตลาดปลายทางยอมรับ
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 9.1% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา
ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่เวียดนามส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 83.6% ของมูลค่าส่งออกจริงของเวียดนาม · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล