ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งมาเลเซีย · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–มาเลเซีย

ประเทศไทย

แข่งขัน

มาเลเซีย

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศมาเลเซีย

มาเลเซียเป็นทั้งประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติและผู้แปรรูปยางรายสำคัญของโลก โครงสร้างเช่นนี้ทำให้มาเลเซียมีสถานะเป็นทั้งคู่ค้าและคู่แข่งของไทยในเวลาเดียวกัน ผลผลิตยางในประเทศของมาเลเซียลดลงตามการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางไปสู่พืชอื่น ขณะที่กำลังการแปรรูปยังคงอยู่ ส่วนต่างนี้คือเหตุผลที่มาเลเซียต้องนำเข้ายางจากประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงไทยเพื่อป้อนโรงงานของตน

อุตสาหกรรมที่ใช้ยางของมาเลเซียมีถุงมือยางเป็นสินค้าเด่นที่สุด โดยมาเลเซียเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลกซึ่งใช้น้ำยางข้นเป็นวัตถุดิบหลัก ตามด้วยการผลิตยางแท่งและยางแผ่นเพื่อส่งออกต่อ และผลิตภัณฑ์ยางทางการแพทย์อื่น ๆ ลักษณะอุปสงค์ของมาเลเซียจึงเน้นน้ำยางข้นและยางที่ใช้เป็นวัตถุดิบแปรรูป มิใช่ยางสำหรับใช้งานปลายทางโดยตรง

มาเลเซียเป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 5 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 ด้วยมูลค่า 1,176.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 623,058 ตัน คิดเป็น 22.9% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางถึง 80.8% โดยเหลือเป็นวัตถุดิบเพียง 19.2% จึงมิได้เป็นเพียงคู่แข่งด้านวัตถุดิบ แต่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยที่ปลายทางด้วย ซึ่งเป็นการแข่งขันคนละระดับกัน

ควรตีความตัวเลขการค้ากับมาเลเซียโดยแยกให้ชัดว่าเป็นการซื้อเพื่อใช้ในประเทศ หรือซื้อเพื่อแปรรูปแล้วส่งออกต่อในนามสินค้าของมาเลเซีย เพราะกรณีหลังหมายความว่ามูลค่าเพิ่มตกอยู่กับผู้แปรรูปมาเลเซีย ขณะที่ไทยได้เพียงมูลค่าวัตถุดิบ การยกระดับไปสู่การแปรรูปในประเทศจึงเป็นประเด็นเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดนี้

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

1,176.33ล้าน$

ปริมาณ

623,058ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,888$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของมาเลเซียลดลง 9.36% ขณะที่ปริมาณลดลง 25.46% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 21.57% ทั้งมูลค่าและปริมาณลดลงพร้อมกัน สะท้อนว่าฐานการผลิตของประเทศนี้หดตัวจริง มิใช่เพียงราคาที่ตกลง ซึ่งหมายความว่าอุปทานส่วนนี้ออกจากตลาดโลกไปและเป็นผลบวกต่อราคาที่ไทยได้รับ

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
25581,297.75835,8361,553
25591,096.48752,2151,458
25601,377.32738,6681,865
25611,204.39775,6431,553
25621,205.46784,5471,537
2563988.99680,0181,454
25641,451.30790,5411,836
25651,532.32828,6241,849
2566945.41619,3361,526
25671,176.33623,0581,888

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
มาเลเซีย1,176.33623,0581,888
ส่วนต่าง22.9% ของไทย22.4% ของไทย+2.2%

ในปี 2567 มาเลเซียขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,888 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือแพงกว่าไทย 2.2% การที่ประเทศนี้ขายได้ราคาสูงกว่าไทยเป็นข้อมูลที่ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจมิได้แปลว่าคุณภาพดีกว่า แต่สะท้อนส่วนผสมของชนิดสินค้าที่ต่างกัน เช่น สัดส่วนน้ำยางข้นซึ่งมีราคาต่อหน่วยสูงกว่ายางแท่ง จึงควรเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุปเรื่องคุณภาพ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 22.9% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
จีน389.2633.09%1,7051,461.58+4.9%
AREสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์95.218.09%1,64824.35
เยอรมนี75.576.42%1,72070.23
สหรัฐอเมริกา73.126.22%2,049571.705.4%
อินเดีย67.215.71%1,733218.6013.1%
สิงคโปร์65.255.55%1,973
สโลวาเกีย57.524.89%46.24
ปากีสถาน36.123.07%2,01442.03
RUSรัสเซีย29.692.52%1,73616.55
บราซิล27.132.31%1,966119.254.1%
โปรตุเกส23.982.04%1,7735.87
ตุรกี23.842.03%1,959149.90+9.9%

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่มาเลเซียส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือจีน มูลค่า 389.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 33.09% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 11 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 898.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 76.4% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 3 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคืออินเดีย ต่ำกว่าไทย 13.1% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่มาเลเซียขยายได้มากที่สุดคือสิงคโปร์ จาก 30.85 เป็น 65.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+111.5%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคือเยอรมนี จาก 137.37 เป็น 75.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−45.0%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 81.9% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)มาเลเซีย (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ1,381.6019.2%5,513.3327.4%
ยางล้อ516.907.2%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น5,294.0973.6%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 มาเลเซียมีวัตถุดิบ 19.2% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 80.8% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ข้อเท็จจริงที่ต้องให้น้ำหนักคือประเทศนี้มีสัดส่วนสินค้าปลายน้ำสูงกว่าไทย ซึ่งหมายความว่าคู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบอีกต่อไป แต่ขึ้นมาแข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยแล้ว การมองประเทศนี้ว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้ประเมินภัยคุกคามต่ำกว่าความเป็นจริง

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของมาเลเซียเคลื่อนจาก 90.8% ในปี 2563 เป็น 80.8% ในปี 2567 คือลดลง 10.0 จุด สะท้อนว่าน้ำหนักของสินค้าปลายน้ำในตะกร้าส่งออกของประเทศนี้ลดลง แต่ปริมาณยางธรรมชาติที่ส่งออกมิได้เพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงมาจากมูลค่าสินค้าปลายน้ำที่หดตัว มิใช่จากยางดิบที่ล้นตลาด ซึ่งเป็นคนละสาเหตุและมีนัยต่อไทยต่างกัน

5.2 พิกัดที่มาเลเซียส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
เครื่องแต่งกายและถุงมือยาง40153,533.8049.1%
ยางธรรมชาติ40011,176.3316.4%
ยางสังเคราะห์4002866.9912.1%
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)4011487.496.8%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์4016323.994.5%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 5 เมื่อวัดด้วยมูลค่า

มูลค่า 1,176.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 623,058 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 22.9% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าหด 9.36% ปริมาณหด 25.46%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,888 ดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าไทย 2.2%

ส่วนต่างในระดับนี้อธิบายได้ด้วยเกรดและเงื่อนไขการส่งมอบ ทั้งสองประเทศจึงแข่งในกลุ่มลูกค้าที่ใกล้เคียงกัน

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 11 แห่ง คิดเป็น 76.4% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 19.2% ปลายน้ำ 80.8%

มิได้เป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบ แต่ขึ้นมาแข่งที่ชั้นผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเป็นภัยคุกคามคนละระดับกับคู่แข่งวัตถุดิบ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–มาเลเซีย

มาเลเซีย

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — คู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางของตนเองแล้ว การประเมินว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ตรงจุด สิ่งที่ควรทำคือติดตามการลงทุนตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในประเทศนี้เป็นรายปี และรักษาความได้เปรียบของไทยด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ตลาดปลายทางยอมรับ

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — คู่แข่งรายนี้ขายได้ราคาสูงกว่าไทย 2.2% ซึ่งควรตรวจสอบว่าเกิดจากส่วนผสมของชนิดสินค้าที่ต่างกัน หรือเกิดจากการที่ประเทศนั้นเข้าถึงลูกค้ากลุ่มที่ยอมจ่ายสูงกว่าได้ก่อน สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่มาเลเซียส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 81.9% ของมูลค่าส่งออกจริงของมาเลเซีย · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้