ข้ามไปเนื้อหา
RAOT DSS
รายงานประจำทั้งหมด
คู่แข่งฟิลิปปินส์ · ข้อมูลปี 2567
กยท.

การยางแห่งประเทศไทย

Rubber Authority of Thailand

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพาราไทย–ฟิลิปปินส์

ประเทศไทย

แข่งขัน

ฟิลิปปินส์

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

1) ภาพรวมประเทศฟิลิปปินส์

ยางพารามิใช่สินค้าเกษตรส่งออกหลักของฟิลิปปินส์เมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจอื่นของประเทศ แต่มีความสำคัญสูงในเชิงพื้นที่ เนื่องจากแหล่งปลูกกระจุกตัวอยู่ทางตอนใต้บนเกาะมินดาเนาเป็นหลัก โดยเฉพาะคาบสมุทรซัมโบอังกา เขตโคตาบาโต สุลต่านกุดารัต เขตดาเวา และเกาะใกล้เคียง ซึ่งอยู่นอกแนวพายุหมุนเขตร้อนที่พัดผ่านตอนเหนือของประเทศเป็นประจำ และมีการกระจายของฝนที่เอื้อต่อการกรีด โครงสร้างการผลิตเป็นการผสมระหว่างสวนขนาดใหญ่ที่สืบทอดจากยุคสวนยางเชิงพาณิชย์เดิม กับเกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์ที่ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นกำลังการผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน แรงงานกรีดอาศัยแรงงานในครัวเรือนและการจ้างกรีดแบบแบ่งผลผลิต ด้วยลักษณะภูมิประเทศแบบหมู่เกาะ การส่งออกต้องอาศัยท่าเรือในมินดาเนาเป็นหลัก มิได้มีเส้นทางบกเชื่อมต่อกับประเทศผู้ผลิตอื่นเหมือนผู้ส่งออกในภูมิภาคภาคพื้นทวีป

ระดับการแปรรูปในประเทศอยู่ในขั้นวัตถุดิบเป็นด้านหลัก ผลผลิตส่วนใหญ่รับซื้อในรูปยางก้อนถ้วยจากเกษตรกรรายย่อย ผ่านพ่อค้าคนกลางและจุดรวบรวม แล้วเข้าโรงงานแปรรูปเป็นยางแท่งตามมาตรฐานยางแท่งของประเทศ ขณะที่ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้นมีการผลิตในสัดส่วนที่จำกัดกว่าโครงสร้างของยางไทยอย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่ง ฟิลิปปินส์มีอุตสาหกรรมปลายน้ำที่ใช้ยางธรรมชาติภายในประเทศอยู่พอสมควร ทั้งโรงงานยางล้อของผู้ผลิตต่างชาติที่ตั้งในเขตส่งเสริมการลงทุน ผู้ประกอบการหล่อดอกยาง อุตสาหกรรมรองเท้าและผลิตภัณฑ์ยางทั่วไป จึงมีผลผลิตส่วนหนึ่งถูกใช้ในประเทศ และปริมาณเหลือส่งออกน้อยกว่าประเทศผู้ส่งออกหลักของภูมิภาค ในด้านคุณลักษณะ ยางที่ผลิตได้อิงฐานยางก้อนถ้วยเป็นหลัก ความสม่ำเสมอของสิ่งเจือปนและความชื้นจึงแปรผันตามระบบรวบรวมและระยะเวลาเก็บวัตถุดิบ

ฟิลิปปินส์เป็นผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 12 เมื่อวัดด้วยมูลค่า จาก 27 ประเทศที่คลังข้อมูลบันทึกไว้ในปี 2567 แต่อยู่อันดับที่ 10 เมื่อวัดด้วยปริมาณ ช่องว่างระหว่างสองอันดับนี้คือราคาต่อหน่วยที่ต่ำกว่าประเทศที่อยู่ใกล้กัน ด้วยมูลค่า 152.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 120,049 ตัน คิดเป็น 3.0% ของมูลค่าที่ไทยส่งออกในปีเดียวกัน เมื่อดูโครงสร้างสินค้าทั้งหมวด 40 พบว่ามูลค่าส่งออกของประเทศนี้เป็นยางล้อและผลิตภัณฑ์ยางถึง 79.6% โดยเหลือเป็นวัตถุดิบเพียง 20.4% จึงมิได้เป็นเพียงคู่แข่งด้านวัตถุดิบ แต่แข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยที่ปลายทางด้วย ซึ่งเป็นการแข่งขันคนละระดับกัน

เงื่อนไขที่จะเปลี่ยนภาพในระยะข้างหน้า ได้แก่ นโยบายส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกในเขตที่สูงของมินดาเนา และการปลูกทดแทนต้นยางที่ล่วงอายุ ซึ่งกำหนดว่าผลผลิตจะเพิ่มได้มากเพียงใด การลงทุนจากต่างประเทศในโรงงานแปรรูปและอุตสาหกรรมยางล้อที่จะยกระดับการใช้ยางในประเทศ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนนสายรองในแหล่งปลูก ต้นทุนขนส่งระหว่างเกาะ และขีดความสามารถของท่าเรือ รวมถึงความต่อเนื่องของกระบวนการสร้างสันติภาพในเขตปกครองตนเองบางส่วน ซึ่งมีผลต่อการลงทุนระยะยาว อีกเงื่อนไขสำคัญคือระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ที่กำหนดให้พิสูจน์แหล่งที่มาของวัตถุดิบถึงระดับแปลง ซึ่งเป็นภาระต่อระบบรวบรวมยางก้อนถ้วยจากรายย่อยจำนวนมาก และเชื่อมโยงกับการจำแนกประเภทที่ดินและเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ปลูกบนที่สูง

ย่อหน้าบทบาทในตลาดโลกคำนวณจากคลังข้อมูล กยท. (ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. ปี ค.ศ. 2024) ส่วนย่อหน้าอื่นเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิใช่ผลจากคลังข้อมูล และแก้ไขได้ทุกย่อหน้า

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

1

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

2) ขนาดและแนวโน้มการส่งออกยางธรรมชาติ

ทุกตัวเลขในหัวข้อนี้นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001

มูลค่าส่งออก ปี 2567

152.97ล้าน$

ปริมาณ

120,049ตัน

ราคาเฉลี่ยต่อตัน

1,274$

มูลค่าส่งออก (ล้าน$)

ระหว่างปี 2558 ถึง 2567 มูลค่าส่งออกยางธรรมชาติของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 125.64% ขณะที่ปริมาณเพิ่มขึ้น 61.19% และราคาต่อตันเพิ่มขึ้น 40.00% การเติบโตนี้มาจากปริมาณเป็นหลัก แปลว่าประเทศนี้ขยายกำลังผลิตหรือขยายพื้นที่ปลูกได้จริง มิใช่ได้อานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นเฉย ๆ อุปทานที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กดดันราคาที่เกษตรกรไทยได้รับโดยตรง เพราะเป็นการเพิ่มของยางในตลาดโลกที่ไม่หายไปเมื่อราคาลง

ปี (พ.ศ.)มูลค่า (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
255867.7974,479910
255963.5674,864849
2560174.81136,8341,278
2561115.93121,579954
2562115.02126,537909
2563118.46144,304821
2564196.20186,4021,053
2565208.52190,1531,097
2566128.64126,8871,014
2567152.97120,0491,274

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

2

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

3) เทียบกับไทยโดยตรง

นับเฉพาะยางธรรมชาติ พิกัด 4001 — คนละขอบเขตกับตารางหมวด 40 ในหัวข้อ 5

ประเทศมูลค่าส่งออก (ล้าน$)ปริมาณ (ตัน)ราคาต่อตัน ($)
ประเทศไทย5,139.982,782,7441,847
ฟิลิปปินส์152.97120,0491,274
ส่วนต่าง3.0% ของไทย4.3% ของไทย31.0%

ในปี 2567 ฟิลิปปินส์ขายยางธรรมชาติได้เฉลี่ยตันละ 1,274 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับไทยที่ตันละ 1,847 ดอลลาร์สหรัฐ กล่าวคือถูกกว่าไทย 31.0% ส่วนต่างระดับนี้มิได้อธิบายด้วยค่าขนส่งหรือค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้าที่ขาย เช่น ยางก้อนถ้วยและยางแท่งเกรดล่างเทียบกับยางแผ่นรมควันและยางแท่งที่ควบคุมคุณสมบัติ ข้อสรุปที่ตามมาคือทั้งสองประเทศมิได้แย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกันทั้งหมด ไทยแข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสม่ำเสมอ ส่วนประเทศนี้แข่งในกลุ่มที่ผู้ซื้อรับความผันแปรของวัตถุดิบได้ ในด้านขนาด มูลค่าส่งออกของประเทศนี้คิดเป็น 3.0% ของไทย ซึ่งยังไม่ใหญ่พอจะขยับราคาตลาดโลกได้ด้วยตัวเอง แต่มีน้ำหนักในตลาดปลายทางเฉพาะแห่ง

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

3

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

4) ตลาดปลายทางและการทับซ้อนกับไทย

ปลายทางมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วนราคา ($/ตัน)ไทยขายในตลาดนี้ (ล้าน$)ราคาเทียบไทย
มาเลเซีย101.0566.06%1,216673.3436.9%
จีน15.9610.43%1,7751,461.58+9.2%
เกาหลีใต้14.369.39%1,636213.637.5%
อินโดนีเซีย10.156.64%85713.67
เวียดนาม9.666.31%1,516132.5412.1%
สาธารณรัฐเช็ก1.380.90%1,84634.93
สิงคโปร์0.400.26%1,900
อินเดีย0.010.00%467218.6076.6%
เบลเยียม0.000.00%10.34
CHEสวิตเซอร์แลนด์0.000.00%

แถวที่เน้นคือตลาดที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย · ช่อง "ไทยขายในตลาดนี้" อ่านจากตารางปลายทางของไทยเองซึ่งเก็บไว้สี่สิบแห่ง ครอบคลุมราวร้อยละเก้าสิบเก้าของมูลค่าส่งออกจริงของไทย · ส่วนช่อง "ราคาเทียบไทย" ต้องใช้ปริมาณจึงคำนวณได้เฉพาะสิบสองตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ช่องที่แสดง — ในคอลัมน์นี้จึงหมายถึงยังไม่มีข้อมูลปริมาณของไทยในตลาดนั้น มิใช่ไทยไม่ได้ขาย

ปลายทางที่ฟิลิปปินส์ส่งยางธรรมชาติไปมากที่สุดในปี 2567 คือมาเลเซีย มูลค่า 101.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 66.06% ของยอดส่งออกทั้งหมด ในบรรดาปลายทางที่ปรากฏในตาราง มี 8 แห่งที่ไทยขายยางธรรมชาติเข้าไปด้วย คิดเป็นมูลค่า 152.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 99.7% ของยอดส่งออกของประเทศนี้ สัดส่วนระดับนี้หมายความว่าทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวด้านราคาหรือปริมาณของประเทศนี้จึงส่งผลถึงคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง มิใช่การแข่งขันที่อยู่คนละตลาด ในตลาดที่ทับซ้อนกันและมีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งในร้อยของยอดส่งออกขึ้นไป ประเทศนี้ขายได้ราคาต่ำกว่าไทยใน 3 แห่ง โดยตลาดที่ส่วนต่างกว้างที่สุดคือมาเลเซีย ต่ำกว่าไทย 36.9% ซึ่งเป็นจุดที่ไทยเสี่ยงถูกแทนที่มากที่สุดหากผู้ซื้อในตลาดนั้นให้น้ำหนักกับต้นทุน

เมื่อเทียบกับปี 2558 ปลายทางที่ฟิลิปปินส์ขยายได้มากที่สุดคืออินโดนีเซีย จาก 0.37 เป็น 10.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+2,643.2%) ส่วนปลายทางที่หดมากที่สุดคืออินเดีย จาก 4.96 เป็น 0.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (−99.8%) ทิศทางที่ต่างกันของสองปลายทางนี้บอกว่าการเติบโตของประเทศนี้มิได้กระจายทุกตลาดเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ลูกค้าบางราย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งในระยะสั้นและความเปราะบางในระยะยาว เพราะพึ่งพาผู้ซื้อจำนวนน้อย

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรก ครอบคลุม 100.0% ของมูลค่าส่งออกจริง

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

4

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

5) แข่งกับไทยที่ชั้นไหนของห่วงโซ่

กลุ่มสินค้า (ทั้งหมวด 40)ฟิลิปปินส์ (ล้าน$)สัดส่วนไทย (ล้าน$)สัดส่วน
วัตถุดิบยางธรรมชาติ159.2520.4%5,513.3327.4%
ยางล้อ489.8862.6%7,995.6539.8%
ผลิตภัณฑ์ยางอื่น133.3917.0%6,579.9132.8%

เมื่อวางโครงสร้างสินค้าส่งออกทั้งหมวด 40 ของสองประเทศเทียบกันในปี 2567 ฟิลิปปินส์มีวัตถุดิบ 20.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 79.6% ส่วนไทยมีวัตถุดิบ 27.4% และยางล้อกับผลิตภัณฑ์ 72.6% ข้อเท็จจริงที่ต้องให้น้ำหนักคือประเทศนี้มีสัดส่วนสินค้าปลายน้ำสูงกว่าไทย ซึ่งหมายความว่าคู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบอีกต่อไป แต่ขึ้นมาแข่งกับโรงงานผลิตภัณฑ์ยางของไทยแล้ว การมองประเทศนี้ว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้ประเมินภัยคุกคามต่ำกว่าความเป็นจริง

5.1 โครงสร้างเปลี่ยนไปหรือไม่ ปี 2563–2567

วัตถุดิบ (%)ยางล้อและผลิตภัณฑ์ (%)

สัดส่วนสินค้าปลายน้ำของฟิลิปปินส์เคลื่อนจาก 75.0% ในปี 2563 เป็น 79.6% ในปี 2567 คือแทบไม่เปลี่ยน (+4.6 จุด) แปลว่าชั้นที่ประเทศนี้แข่งกับไทยยังคงเดิม ข้อสรุปในหัวข้อนี้จึงใช้ได้ต่อไปอีกระยะ และการเฝ้าระวังควรเน้นที่ปริมาณและราคามากกว่าโครงสร้าง

5.2 พิกัดที่ฟิลิปปินส์ส่งออกมากที่สุด

พิกัดรหัสมูลค่า (ล้าน$)สัดส่วน
ยางนอกชนิดอัดลม (ยางล้อ)4011486.3762.2%
ยางธรรมชาติ4001152.9719.5%
ของอื่น ๆ ทำด้วยยางวัลแคไนซ์401679.7110.2%
ยางสังเคราะห์400228.573.7%
แผ่น แท่ง และท่อนยางวัลแคไนซ์400811.101.4%

ที่มา : ฐานข้อมูลการค้าโลก BACI (CEPII) ในคลังข้อมูล กยท. · ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) · หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

5

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

6) สรุปข้อค้นพบสำคัญ

1

ผู้ส่งออกยางธรรมชาติอันดับที่ 12 เมื่อวัดด้วยมูลค่า (อันดับที่ 10 ด้วยปริมาณ)

มูลค่า 152.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปริมาณ 120,049 ตัน ในปี 2567 คิดเป็น 3.0% ของขนาดไทย

2

สิบปี มูลค่าโต 125.64% ปริมาณโต 61.19%

การแยกสองด้านนี้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากด้านปริมาณ คือกำลังผลิตจริงเป็นหลัก ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปคนละแบบต่อผลกระทบที่มีต่อไทย

3

ราคาต่อตัน 1,274 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าไทย 31.0%

ส่วนต่างกว้างเช่นนี้สะท้อนความต่างของชนิดและเกรดสินค้า มิใช่การตัดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน จึงต้องเทียบเป็นรายชนิดก่อนสรุป

4

ตลาดทับซ้อนกับไทย 8 แห่ง คิดเป็น 99.7% ของยอดส่งออก

ทั้งสองประเทศขายให้ลูกค้ากลุ่มเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ การเคลื่อนไหวของประเทศนี้จึงกระทบคำสั่งซื้อที่ไทยได้รับโดยตรง

5

โครงสร้างส่งออก วัตถุดิบ 20.4% ปลายน้ำ 79.6%

มิได้เป็นเพียงผู้ขายวัตถุดิบ แต่ขึ้นมาแข่งที่ชั้นผลิตภัณฑ์ด้วย ซึ่งเป็นภัยคุกคามคนละระดับกับคู่แข่งวัตถุดิบ

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

6

สถานการณ์คู่แข่งส่งออกยางพารา ไทย–ฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์

ปีข้อมูล พ.ศ. 2567

7) ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย — คู่แข่งรายนี้มิได้อยู่ชั้นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่มีฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ยางของตนเองแล้ว การประเมินว่าเป็นเพียงผู้ขายยางดิบจะทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ตรงจุด สิ่งที่ควรทำคือติดตามการลงทุนตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในประเทศนี้เป็นรายปี และรักษาความได้เปรียบของไทยด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และมาตรฐานที่ตลาดปลายทางยอมรับ

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ — ส่วนต่างราคา 31.0% ที่คู่แข่งรายนี้ขายได้ต่ำกว่าไทย ไม่ควรตอบด้วยการลดราคาตาม เพราะจะเป็นการย้ายการแข่งขันมาสู่สนามที่ตัดสินด้วยต้นทุนล้วน ๆ สิ่งที่ควรทำคือเฝ้าระวังเป็นรายตลาด โดยเฉพาะอินเดียซึ่งเป็นตลาดทับซ้อนที่ส่วนต่างราคากว้างที่สุด และรักษาลูกค้าด้วยความสม่ำเสมอของเกรดและความแน่นอนของการส่งมอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพิ่มให้และคู่แข่งลอกเลียนได้ยากกว่าราคา

ข้อเสนอแนะด้านการติดตาม — ตัวชี้วัดสามตัวที่วัดซ้ำได้ทุกปีจากข้อมูลชุดเดียวกับรายงานฉบับนี้ ได้แก่ ปริมาณเนื้อยางที่ฟิลิปปินส์ส่งออกรายปี ซึ่งบอกว่ากำลังผลิตขยายจริงหรือไม่ · ส่วนต่างราคาต่อตันระหว่างประเทศนี้กับไทย ซึ่งบอกว่ายังแข่งคนละเกรดอยู่หรือกำลังขยับเข้ามาเกรดเดียวกัน · และสัดส่วนสินค้าปลายน้ำในมูลค่าส่งออกของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด เพราะการขยับจากผู้ขายวัตถุดิบเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ใช้เวลาหลายปี และเมื่อเห็นสัญญาณแล้วมักสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน

กองวิจัยเศรษฐกิจยาง ฝ่ายเศรษฐกิจยาง การยางแห่งประเทศไทย

7

ตัวเลขทั้งเล่มมาจากฐานข้อมูลการค้าโลก BACI ในคลังข้อมูล กยท. หน่วยดอลลาร์สหรัฐและตัน ถึงปี 2567 — แหล่งเดียวทั้งเล่ม จึงเทียบข้ามประเทศได้ตรงหน่วย · ตารางปลายทางเก็บสิบสองอันดับแรกต่อประเทศต่อปี ครอบคลุม 100% ของมูลค่าส่งออกจริงของฟิลิปปินส์ · ส่วนภาพรวมประเทศเป็นบริบทเชิงคุณภาพที่เรียบเรียงประกอบรายงาน มิได้อยู่ในคลังข้อมูล

ยังไม่เคยบันทึกฉบับใดของแผ่นนี้